xs
xsm
sm
md
lg

หนำซ้ำยังเอาไม่อยู่! สื่อแฉ US หัวหมุนใช้ขีปนาวุธแสนแพง 70 ลูก สกัดจรวดราคาถูก 20 ลูกของอิหร่าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ขีปนาวุธของอิหร่านเพียง 20 ลูกที่ซัดถล่มฐานทัพของอเมริกาในจอร์แดน บีบให้สหรัฐฯต้องใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นทางอากาศ "ราคาแพง" ในปริมาณที่เทียบเท่ากับยอดการใช้งานตลอดทั้งสัปดาห์ของจุดอื่นๆในสงคราม ซ้ำเติมปัญหาขาดแคลนทรัพยากรด้านการป้องกันขีปนาวุธของวอชิงตันให้เลวร้ายลงไปอีก ตามรายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล สื่อมวลชนของอเมริกา

รายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและเจ้าหน้าที่ในภูมิภาค ระบุว่ากองทัพอเมริกาได้ยิงตัวสกัดกั้นแพทริออต PAC-3 ราว 60-70 ลูก และตัวสกัดกั้น THAAD อีกหลายสิบลูก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการต้านทานห่าขีปนาวุธของอิหร่านที่เล็งเป้าเล่นงานฐานทัพอากาศมูวัฟฟัก ซัลติ ในจอร์แดน การโจมตีของเตหะรานเกี่ยวข้องกับขีปนาวุธราว 20 ลูก

การโจมตีอย่างหนักครั้งนี้เผยให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญสำหรับระบบป้องกันขีปนาวุธ เนื่องจากฝ่ายโจมตีสามารถยิงขีปนาวุธราคาถูกในปริมาณที่น้อยกว่า แต่มันบีบให้ฝ่ายป้องกันต้องใช้ตัวสกัดกั้นที่มีราคาแพงกว่ามากในการป้องปราม

วอลล์สตรีท เจอร์นัล ระบุว่าอิหร่านปรับเปลี่ยนปฏิบัติการขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องในช่วงระหว่างสงคราม ใช้ขีปนาวุธหลากหลายประเภท วิถีการบิน รูปแบบการเคลื่อนที่ และการกำหนดค่าหัวรบที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างความซับซ้อนให้กับความพยายามในการสกัดกั้นของสหรัฐฯ

พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบอกกับวอลล์สตรีท เจอร์นัล ว่าขีปนาวุธของอิหร่านบางลูก ใช้หัวรบที่สามารถแยกตัวออกเป็นหัวรบย่อยหลายลูก ระหว่างที่มันกำลังพุ่งสู่เป้าหมาย ซึ่งซ้ำเติมความยุ่งยากซับซ้อนแก่ปฏิบัติการป้องกันภัยทางอากาศของอเมริกา

แม้จะมีการตอบสนองในเชิงป้องกันตัว แต่มีรายงานว่าขีปนาวุธของอิหร่านยังคงพุ่งโดนเครื่องบินและยุทโธปกรณ์อื่นๆ ณ ฐานทัพมูวัฟฟัก ซัลติ อย่างไรก็ตามไม่มีกำลังพลสหรัฐฯเสียชีวิตในเหตุโจมตีดังกล่าว

ต้นทุนที่แสนแพงครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับปริมาณสำรองและกำลังการผลิตระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ(เพนตากอน) ปฏิเสธคำกล่าวอ้างที่ว่าเสบียงตัวสกัดกั้นของอเมริกากำลังร่อยหรอ โดยทาง ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกระบุรายงานข่าวดังกล่าว "เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง" และบอกว่าวอชิงตันกำลังเพิ่มกำลังการผลิต

อย่างไรก็ตามรายงานของผู้ตรวจการทั่วไปของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าสงครามส่งผลให้เกิดการขาดแคลนคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ และเผยให้เห็นถึงปัญหาคอขวดในฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอเมริกา

รายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล ระบุว่าจนถึงช่วงกลางเดือนกรกฏาคม สหรัฐฯใช้ตัวสกัดกั้นป้องกันภัยทางอากาศ "แพทริออต" ไปแล้วราวๆ 1,700 ลูก, ตัวสกัดกั้น THAAD มากกว่า 200 ลูก และตัวสกัดกั้นทางทะเลอีกจำนวนหนึ่ง ในการรับมือกับขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน

การใช้จ่ายจำนวนมหาศาลนี้ ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่นักวางแผนทางทหารของสหรัฐฯ เกี่ยวกับผลกระทบของการปฏิบัติการในตะวันออกกลางอันยืดเยื้อ ต่อความสามารถของวอชิงตันในการรักษาคลังสำรองไว้สำหรับรับมือกับความขัดแย้งอื่นๆที่อาจเกิดขึ้น

(ที่มา:วอลล์สตรีท เจอร์นัล/อัลมายาดีน)