xs
xsm
sm
md
lg

กอดกันออกสื่อ แต่ 15 ชื่อไปศาล “เนวิน” รุกใต้ - “โกเกี๊ยะ” โดนตัดแขนตัดขา!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



15 “บุคคลอื่น” จุดสะเทือนคดีฮั้ว สว. สู่คำถาม…นี่คือการจัดระเบียบอำนาจในพรรคภูมิใจไทย?!

ถ้าจะพูดถึงมติ กกต.เรื่องคดีฮั้ว สว.เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา หลายคนอาจมองไปที่ตัวเลข 77 คน 26 สว. 36 ผู้สมัคร หรือผู้มีสิทธิเลือก สว. และอีก 15 คนที่ กกต.เรียกว่า “บุคคลอื่น”

แต่มีประเด็นที่น่าคิดว่า ถ้าเราจะอ่านเกมการเมืองจากคดีนี้จริงๆ บางทีต้องหยุดดูที่15 คนสุดท้ายนี้ให้ดี

เพราะนี่ไม่ใช่แค่ “บุคคลอื่น” แต่เป็นกลุ่มคนที่ทำให้คดีฮั้วสว. เดินออกจากสนามเลือกสว. ไปแตะสนามการเมืองระดับชาติ และระดับท้องถิ่นโดยตรง

และใน 15 ชื่อนี้ ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจน บางคนเป็น สส.ภูมิใจไทย บางคนเป็นอดีตผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย บางคนเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่อยู่ในเครือข่าย บางคนเป็นญาติของนักการเมือง บางคนเป็นทีมงาน หรือผู้ช่วยนักการเมือง และบางคนมีความสัมพันธ์กับเครือข่ายการเมืองภาคใต้

จึงเกิดคำถามว่า นี่เป็นเพียงผลจากพยานหลักฐานในคดีฮั้วสว. หรือกำลังสะท้อนให้เห็นว่า เครือข่ายการเมืองบางส่วนกำลังถูกกระทบอย่างเป็นรูปธรรม ?

ลองดูรายชื่อกันทีละส่วน จะเห็นภาพชัดขึ้น
มี “โกเกียรติ” สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ พ่อของ “โกแพ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย

มี “สมเจตน์ ลิมปะพันธ์” สส.สุโขทัย พรรคภูมิใจไทย

มี “ศุภชัย โพธิ์สุ” อดีต สส.นครพนม และอดีต รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

มี “วงศกร ชนะกิจ” อดีตผู้สมัคร สส.ภูเก็ต พรรคภูมิใจไทย

มี “วาริน ชิณวงศ์” หรือ “นายกน้ำ” นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีประวัติความเชื่อมโยงทางการเมืองกับกลุ่มของ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ
มี “สุบิน ศักดา” นักการเมืองท้องถิ่น และผู้รับเหมา ซึ่งมีข้อมูลเชื่อมโยงกับทีมงาน สส.ภูมิใจไทย ในจ.สุราษฎร์ธานี

มี “อธิวัฒน์ มนตรี” หลาน “ประเทือง มนตรี” สว. ซึ่งเป็นน้องชายของ “นาที รัชกิจประการ” ภรรยาโกเกี๊ยะ
และยังมี “วรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร” หรือ “เม้ง” ซึ่งปรากฏชื่ออยู่ในคดีฮั้วสว.เกี่ยวกับเส้นทางการโอนเงิน และมีข้อมูลเชื่อมโยงกับทีมงานของ “ชลัฐ รัชกิจประการ” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ลูกชาย “โกเกี๊ยะ”
รวมถึงรายชื่ออื่นๆ ที่มีความสัมพันธ์กับนักการเมือง และเครือข่ายทางการเมือง

แม้จะไม่สามารถเหมารวมว่า15 คนนี้ เป็นคนของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด แต่พูดได้เต็มปากว่า ส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับภูมิใจไทย

ทีนี้…เมื่อเอารายชื่อเหล่านี้ไปเทียบกับบริบททางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ที่มีข่าวเรื่อง “2 น. 1 พ.” คือ “อนุทิน-เนวินและพิพัฒน์” มีความไม่ลงรอยกัน

โดยเฉพาะข่าวที่พูดถึงความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นไปในทางบวก ระหว่าง “กลุ่มบุรีรัมย์ของเนวิน” กับ “กลุ่มภาคใต้ของพิพัฒน์” ถึงขั้นมีข่าววิเคราะห์ว่า “ครูใหญ่” หรือ เนวิน กำลังขยับเข้ามามีบทบาทกับการจัดทัพในพื้นที่ภาคใต้

เปรียบเปรยว่า “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล”
แต่ตอนนั้น… ฝ่ายการเมืองก็ออกมาปฏิเสธ ภาพความสัมพันธ์ของแกนนำพรรคก็ยังปรากฏต่อสาธารณะ


“อนุทิน” ออกมาโพสต์ภาพ “เนวิน - อนุทิน – พิพัฒน์” กอดกัน โอบไหล่กัน มีการพบปะกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน
คือพยายามสื่อสารว่า ไม่มีรอยร้าวภายในพรรคภูมิใจไทย+

เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการเมืองระดับพรรคใหญ่ หลายมุ้ง หลายบ้านใหญ่ คนที่ยืนอยู่บนเวทีเดียวกัน หน้าเวทีกอดกัน แต่หลังเวทีอาจกำลังแข่งขันกันเรื่องพื้นที่และอำนาจ กำลังแยกเขี้ยวใส่กันอยู่ก็ได้!

ดังนั้น…สิ่งที่เราต้องดูจึงไม่ใช่แค่ภาพถ่าย แต่ต้องดูปรากฏการณ์แล้วคิดตามว่า “โครงสร้างอำนาจ” กำลังขยับไปทางไหน
และวันนี้เมื่อเอาเรื่องนี้ มาเทียบกับรายชื่อ 15 คน ที่กกต.ส่งฟ้องศาล ภาพมันจึงน่าสนใจขึ้นมาเพราะมีคนที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายการเมืองภาคใต้ของภูมิใจไทย อยู่หลายราย

โดยเฉพาะคนที่มีสายสัมพันธ์โดยตรงกับ “โกเกี๊ยะ”

ตรงนี้แหละที่เป็นเหมือน “จิ๊กซอว์” ต่อให้เห็นภาพ เห็นแรงกระเพื่อมในพรรคภูมิใจไทย

ลองคิดดูก็ได้ว่า คนที่ถูกส่งศาล คนหนึ่งเป็นนักการเมือง อีกคนเป็นคนในครอบครัวนักการเมือง อีกคนเป็นผู้สมัคร
อีกคนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น อีกคนเป็นทีมงาน...

ถ้าในอนาคต ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดออกมา ผลกระทบมันก็ไม่ได้อยู่แค่กับตัวบุคคล แต่มันอาจกระทบเครือข่ายทางการเมืองของบุคคลเหล่านั้นด้วย

แล้วใครจะเป็นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ถ้าไม่ใช่ “โกเกี๊ยะ”?!

ตรงนี้เองที่ข่าวลือเรื่อง “เนวินจะยึดภาคใต้” จึงกลับมามีความหมายอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้เราอาจมองว่ามันเป็นเพียงข่าวลือทางการเมือง

แต่ถ้าหลังจากนี้ เราเห็นการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร เปลี่ยนตัวแกนนำในพื้นที่ การขยับนักการเมืองท้องถิ่น การสร้างเครือข่ายใหม่ หรือการที่คนของกลุ่มหนึ่งค่อยๆ ถูกลดบทบาทลง ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเพิ่มบทบาทขึ้น

เมื่อนั้น… ข่าวลือก็จะเริ่มกลายเป็น “ข้อมูลทางการเมืองที่ต้องติดตาม” เพราะเราจะเริ่มมีหลักฐานจากพฤติกรรมจริงมาประกอบ
ดังนั้น คดีฮั้วสว.ที่ถูกส่งศาล ไม่ได้จบแค่คำถามว่า ใครจะติดคุก หรือไม่ติดคุก!

เพราะคดีนี้กำลังเปิดให้เห็นอีกชั้นหนึ่งของการเมืองไทย นั่นคือ เครือข่ายอำนาจ ใครอยู่กับใคร ใครทำงานกับใคร

ใครเป็นฐานเสียงของใคร ใครคุมพื้นที่ไหน และเมื่อคนเหล่านั้นถูกคดีลากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เครือข่ายเดิมจะยังยืนอยู่ได้เหมือนเดิมหรือไม่ ?

ฉะนั้น…ถ้าจะสรุปเรื่องนี้ ด้วยประโยคที่ว่า “เนวินกำลังยึดภาคใต้” คงเร็วเกินไปที่จะฟันธง ขอให้ตามดูข้อมูลอีกนิดว่า หลังจากคดีนี้แล้ว ใครจะเป็นคนคุมกระดานการเมืองภาคใต้

แต่ที่เห็นชัดในตอนนี้คือ “โกเกี๊ยะ” เหมือนถูกตัดแขน ตัดขา ไปเรียบร้อยแล้ว!