สื่อเขมรอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ท้องถิ่น ตั้งคำถามเกี่ยวกับจุดยืนของไทยต่อกระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ระบุท่าทีของกรุงเทพฯในการแถลงเปิดกระบวนการในสิงคโปร์ ดูเหมือนมีเป้าหมายมุ่งจัดการกับแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศเท่านั้น ควบคู่ไปกับการรักษาแนวทางที่ต้องการเจรจาแบบทวิภาคีมากกว่า
ความเห็นของนักวิเคราะห์ท้องถิ่น มีขึ้นตามหลังการแถลงเปิดกระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคาร(45ก.ย.) โดยที่กัมพูชาและไทยต่างกล่าวกับที่ประชุมคณะกรรมาธิการประนอม นำเสนอจุดยืนของแต่ละฝ่าย ในการคลี่คลายข้อพิพาททางทะเลที่มีมาอย่างยาวนาน
Gnel Rattha นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับเคทีพี สื่อมวลชนกัมพูชาว่า ถ้อยแถลงของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย สะท้อนถึงข้อพิจารณาหลายประการ ในนั้นรวมถึงการเมืองภายในประเทศ อธิปไตยเหนือเกาะกูด และท่าทีในภาพรวมของไทย ในด้านการประนีประนอม
Rattha มองว่าภาษาที่แข็งกร้าวของนายสีหศักดิ์ ที่ประกาศหร้าวปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเล ส่วนหนึ่งมีเจตนาสื่อไปถึงกลุ่มชาตินิยมภายในประเทศโดยเฉพาะ "ไทยต้องการพิสูจน์ให้เห็นถึงความเข้มแข็ง เพื่อหลีกเลี่ยงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอ่อนแอหรือยอมอ่อนข้อแก่กัมพูชา" เขาเสริมว่าการให้ความสำคัญกับเกาะกูด เป็นการตอกย้ำจุดยืนที่ว่า อธิปไตยเหนือเกาะแห่งนี้เป็นเรื่องที่ไม่อาจนำมาเจรจาต่อรองได้
จากท่าทีของไทย ทาง Rattha เชื่อว่าการที่ไทยเข้าร่วมในกระบวนการประนอมนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของกลยุทธ์ โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่าโการปฏิเสธอย่างชัดแจ้ง อาจทำให้กรุงเทพฯเสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์ จากกรณีปฏิเสธกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศ
เขายังเชื่อด้วยว่า ไทยดูเหมือนมีเจตนาวางกรอบให้กระบวนการประนอมเป็นเรื่องรองจากการเจรจาทวิภาคี ในขณะเดียวกันก็อ้างหลักการต่างๆของ UNCLOS เช่น หลักการระยะห่างเท่ากัน เพื่อโต้แย้งเส้นเขตแดนที่กัมพูชาอ้างไว้ในปี 1972 "จุดยืนนี้อาจถูกใช้ในฐานะยุทธศาสตร์การเตะถ่วงและคัดค้านการจัดตั้งพื้นที่พัฒนาร่วมหนึ่งๆอย่างเร่งรีบ"
สำนักข่าวเคพีที อ้างความเห็นของ Yang Peou นักรัฐศาสตร์อีกคนระบุว่าเขามองเห็นความแตกต่างในท่าทีระหว่างกัมพูชาและไทย โดยชี้ว่าถ้อยแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย เน้นย้ำถึงกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ไม่ได้กล่าวถึงกระบวนการ UNCLOS โดยตรง
"รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยไม่ได้พูดถึง UNCLOS อย่างชัดเจน แต่หยิบยกประเด็นอื่นที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหัวข้อขึ้นมาในเช้านี้" Peou กล่าว พร้อมระบุว่าการถอนตัวแต่เพียงฝ่ายเดียวของไทย ออกจากบันทึกความเข้าใจ ปี 2001 (พ.ศ.2544) ได้บ่อนทำลายกลไกทวิภาคีหลักสำหรับจัดการกับประเด็นชายแดนไปแล้ว
"นี่คือลักษณะทางการเมืองของการทูตไทย ซึ่งพยายามหลีกเลี่ยงการหาทางออกอย่างสันติ พร้อมกับสร้างสถานการณ์ใหม่ๆ ในเหตุการณ์สำคัญๆ" Peou กล่าว พร้อมอ้างว่าสิ่งนี้สวนทางกับกัมพูชา ที่คณะผู้แทนยืนยันเจตนารมณ์ที่จะแก้ไขข้อพิพาทโดยอาศัยกฎหมายระหว่างประเทศ และยินดีต่อกระบวนการประนอม
นายสีหศักดิ์กล่าวเตือนต่อคณะกรรมาธิการว่า กระบวนการนี้อาจส่งผลกระทบสำคัญต่อความสัมพันธ์ในอนาคต "กระบวนการนี้ไม่ใช่การทูตแบบที่ต้องมีผู้ชนะและผู้แพ้โดยสิ้นเชิง" รายงานของเคพีทีระบุ
(ที่มา:เคพีที)

