xs
xsm
sm
md
lg

เปิดคำให้การ ‘อัษฎางค์’ พยานหมายเลข 21 เจอ ‘เนวิน’ กลางวงประชุม สว.ก่อนเคาะ เก้าอี้ ปธ.-รอง ปธ.วุฒิสภา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เปิดคำให้การพยานเอก สว.อัษฎางค์ แฉนาทีเผชิญหน้า เนวิน ชิดชอบ กลางวงประชุมลับเคาะเก้าอี้ประธานวุฒิสภา เผยมีทั้งโพยตัวเลขและใบลาออกที่ถูกสั่งให้เซ็นไว้ล่วงหน้า

วันที่ 16 ก.ย. 2569 เอกสารเปิดเผยบันทึกคำให้การของ นายอัษฎางค์ แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเข้าให้ถ้อยคำในฐานะพยานหมายเลข21 ต่อพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2568 ในคดีพิเศษที่ 24/2568

ประเด็นสำคัญในคำให้การอยู่ที่เหตุการณ์หลังการเลือก สว.ระดับประเทศ เมื่อนายอัษฎางค์ ระบุถึงการเข้าร่วมประชุมของกลุ่ม สว. ที่โรงแรมคิงพาวเวอร์ โนโวเทล ซอยรางน้ำ กรุงเทพฯ และให้การโดยตรงว่า ได้พบ “นายเนวิน ชิดชอบ” ในห้องประชุมใหญ่ ซึ่งในที่ประชุมมีการหารือถึงบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภา

นายอัษฎางค์ ให้การด้วยว่า ภายหลัง กกต.ประกาศผลการเลือก สว.แล้ว มีการนัดรวมตัวกันที่โรงแรมดังกล่าวเพื่อหารือเกี่ยวกับการเลือกประธานวุฒิสภา โดยตนเดินทางไปพร้อมกับ นายเอกราช ช่างเหลา และพบว่ามี สว.ที่ได้รับเลือกมาร่วมประชุมประมาณ 80-90 คน

ในวันที่ 21 ก.ค. 2567 นายอัษฎางค์และเอกราชเดินทางไปประชุมที่โรงแรมอีกครั้ง โดยก่อนเข้าห้องประชุมมีข้อกำหนดไม่ให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าไป ภายในมีการแบ่ง สว.ออกเป็นโซนจังหวัด เช่น ขอนแก่น ชัยภูมิ และพะเยา โดยอัษฎางค์ระบุว่า โซนดังกล่าวมอบหมายให้เอกราชเป็นผู้ดูแล ส่วน สว.กลุ่มอื่นก็มีการแบ่งเป็นโซนจังหวัดเช่นเดียวกัน แต่ตนไม่ทราบรายละเอียด

”ในวันดังกล่าวมีการแยกประชุมเป็นกลุ่ม ๆ และข้าฯ ได้เจอนายเนวิน ชิดชอบ ในห้องประชุมใหญ่ และมีการพูดคุยกันตามปกติ”

นายอัษฎางค์ ยังให้การต่อว่า ก่อนแยกไปประชุมห้องเล็ก มีการประชุมในห้องใหญ่เพื่อพูดคุยกันว่าใครจะเป็น ประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา โดยมีการเสนอชื่อ นายมงคล สุระสัจจะ เป็นประธานวุฒิสภา, พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และ นายบุญส่ง น้อยโสภณ เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2

นอกจากนี้ อัษฎางค์ยังให้การว่า ทราบว่าในช่วงแยกประชุมเป็นกลุ่มย่อย มีการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศแต่ละคนลงลายมือชื่อใน ใบลาออก เช่นเดียวกับที่ตนเคยลงใบลาออกมอบให้เอกราชไว้ก่อนหน้านั้น ตนทราบว่าเอกราชเป็นผู้จ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้สมัครระดับประเทศที่มาลงคะแนนเป็น “โหวตเตอร์ (voter)” ให้ตน

คำให้การของนายอัษฎางค์ ยังย้อนกลับไปถึงวันที่ 24 มิ.ย. 2567 ก่อนการเลือกระดับประเทศเพียง 2 วัน โดยระบุว่า เอกราชเป็นผู้ประสานให้เดินทางไปร่วมประชุมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาเขตหันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา

นายอัษฎางค์ให้การว่า ในการประชุมดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ซึ่งตนมาทราบภายหลังว่าเป็นทีมงานของ “เจ้รวย” หรือนางสุขสมรวย วันทนียกุล ส.ส.อำนาจเจริญ เป็นผู้ชี้แจงเกี่ยวกับการลงคะแนน มีผู้เข้าร่วมประมาณ 20 คน และมีการเก็บโทรศัพท์มือถือ ไม่อนุญาตให้นำเข้าไปในห้องประชุม

ตามคำให้การ เจ้าหน้าที่ได้นำเอกสารที่มี หมายเลขประจำตัวผู้สมัครเขียนไว้ล่วงหน้า มอบให้ผู้เข้าร่วม เพื่อนำไปกรอกลงในเอกสารแนะนำตัว สว.3 โดยมีทั้งหมายเลขสำหรับการลงคะแนนรอบเลือกกันเองและรอบเลือกไขว้ และหมายเลข 150 ซึ่งเป็นหมายเลขของอัษฎางค์ ปรากฏอยู่ด้วย

นายอัษฎางค์ยังให้การว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าว เอกราชอยู่ด้วย และได้ให้ตน ลงนามในใบลาออกจากสมาชิกวุฒิสภาไว้ล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน โดยเอกราชแจ้งว่า “เพื่อไม่ให้มีปัญหาในภายหลัง” ขณะที่อัษฎางค์ระบุว่า ปัจจุบันไม่ทราบว่าใบลาออกดังกล่าวอยู่กับใครหรืออยู่ที่ใด

สำหรับการเลือกวันที่ 26 มิ.ย. 2567 นายอัษฎางค์ให้การว่า รอบแรกตนได้ 30 คะแนน ผ่านเข้าเป็นหนึ่งใน 40 คนของกลุ่มที่ 3 ส่วนรอบเลือกไขว้ได้ 69 คะแนน และระบุถึงความเข้าใจของตนว่า คะแนนในรอบสองที่เลือกตนนั้น “น่าจะมาจากโพยฮั้วหรือเลขชุด” ที่จัดทำขึ้นในการประชุมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

อีกช่วงหนึ่งของคำให้การ นายอัษฎางค์ ระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากเหตุการณ์พบเนวินในห้องประชุมใหญ่แล้ว ตนยังเคยเดินทางไปร่วม อวยพรปีใหม่เนวิน ชิดชอบ โดยระบุว่ามี สว.เข้าร่วมประมาณ 100 กว่าคน

ช่วงท้ายของการสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนถามว่าสมัครใจเป็นพยานต่อศาลหรือไม่ อัษฎางค์ตอบว่า สมัครใจและยินดีขึ้นให้การต่อศาล พร้อมยืนยันว่าไม่มีผู้ใดบังคับ ขู่เข็ญ ให้คำมั่นสัญญา หรือจูงใจให้มาให้ถ้อยคำ และเมื่อถูกถามว่าเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ใดในเรื่องนี้หรือไม่ ตอบว่า “ไม่เคย” โดยท้ายเอกสารระบุว่าเจ้าตัวอ่านแล้วรับว่าถูกต้องและเป็นความจริง

ทั้งนี้ นายอัษฎางค์ เป็นพยานรหัส 21/26 ที่ถูกกล่าวถึงในการพิจารณาคดีเลือก สว.