ฉะเชิงเทรา – เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายศพทั้ง 4 รายออกจากสุสาน JEWISH CEMETERY THAILAND บ้านหนองโสน ฉะเชิงเทรา ไปยังสุสานเนอร์วาน่า เมมโมเรียล ปาร์ค จ.ชลบุรี แล้วในวันนี้ หลังจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่ ขณะที่กรมการปกครองชี้แจงพบ 3 ศพถูกฝังในช่วงที่สุสานไม่มีใบอนุญาต พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการออกใบอนุญาตครั้งแรกและการไม่ต่ออายุ
สำหรับการดำเนินการเคลื่อนย้ายศพ เกิดขึ้นภายหลังจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งที่ 2037/2569 ลงวันที่ 7 ก.ย. 69 ให้อำเภอบางคล้าแจ้งบริษัท กาน ชาบาด จำกัด ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่ภายใน 7 วันนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง โดยก่อนหน้านี้ตัวแทนบริษัทฯ ได้แจ้งว่าจะดำเนินการเคลื่อนย้ายไปยังสุสานเนอร์วาน่า เมมโมเรียล ปาร์ค อ.บ้านบึง ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 16 ก.ย. 69
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ (15 ก.ย.) มีการเข้าดำเนินการและเคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่สุสานหนองโสน เพื่อนำไปฝังหรือเก็บรักษายังสุสานปลายทางใน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสุสานและฌาปนสถานตามกฎหมาย
โดยก่อนหน้านี้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 69 พบพื้นที่มีลักษณะเป็นหลุมฝังศพทั้งหมด 4 หลุม แบ่งเป็นหลุมคอนกรีตพร้อมป้ายประจำหลุมแบบถาวร 3 หลุม และอีก 1 หลุมยังไม่ได้เทคอนกรีต มีป้ายชั่วคราวเขียนด้วยลายมือภาษาฮีบรู
ข้อมูลจากป้ายหลุม ประกอบใบมรณบัตร เอกสารแจ้งตาย และหนังสือเดินทาง ระบุว่า หลุมที่ 1 เป็นชายสัญชาติอิสราเอล เสียชีวิตวันที่ 14 พ.ย. 2566 และถูกฝังในช่วงที่สุสานยังมีใบอนุญาต ส่วนหลุมที่ 2 และ 3 เป็นชายสัญชาติอิสราเอล เสียชีวิตวันที่ 26 พ.ย. 2568 และ 26 เม.ย. 2569 ตามลำดับ ขณะที่หลุมที่ 4 เป็นหญิงสัญชาติสหราชอาณาจักร เสียชีวิตวันที่ 18 ก.ค. 2569 โดยทั้ง 3 หลุมหลังถูกระบุว่าฝังในช่วงที่สุสานไม่มีใบอนุญาต
ทั้งนี้ กรมการปกครองย้ำว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นผลจากการตรวจสภาพพื้นที่และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ใช่การพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้อย่างสมบูรณ์
สำหรับประเด็นใบอนุญาต บริษัท กาน ชาบาด จำกัด ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสุสานครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2564 โดยขณะนั้นผลตรวจสอบสภาพพื้นที่พบว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ต่อมาบริษัทฯ ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2566 แต่คณะกรรมการกลั่นกรองฯ อำเภอบางคล้ามีมติไม่ต่อใบอนุญาตในปี 2567 หลังพบว่าสภาพแวดล้อมทางกฎหมายและกายภาพเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะประเด็นระยะห่างจาก “คลองใหม่” ซึ่งผู้นำท้องถิ่นยืนยันว่าเป็นคลองสาธารณประโยชน์ โดยกำแพงสุสานอยู่ห่างประมาณ 187 เมตร
จากกรณีดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดฉะเชิงเทราตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตจัดตั้งสุสานครั้งแรก รวมถึงการไม่อนุญาตให้ต่ออายุ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน และให้รายงานผลต่อกระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน

