xs
xsm
sm
md
lg

ศุภจีแถ! ลดระดับทูต ไปผู้ตรวจราชการไม่ได้ลดบทบาท ร่ายยาวเอาผู้ตรวจราชการ 4 คนเสียบแทน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้ (15 ก.ย. 2569) เฟซบุ๊ก "ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun" ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ โพสต์ข้อความหัวข้อ "ชวนมองอนาคตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศค่ะ" ชี้แจงกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจภายในประเทศ และประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาการประกอบธุรกิจโดยใช้นอมินี จึงจัดทัพใหม่โดยวางคนที่เหมาะสมในงานที่เหมาะสม โดยดูจากผลงาน ศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ และความพร้อมที่จะเข้ามารับภารกิจได้ทันที ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจของคนใดคนหนึ่ง แต่รับฟังความเห็นและหารือร่วมกันจากปลัดกระทรวงคนปัจจุบันและปลัดกระทรวงคนใหม่
.
โดยตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ณ นครเจนีวา นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟิลด์ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี และได้รับการต่อวาระอีกครั้งละ 1 ปี จำนวน 2 ครั้งรวมเป็น 6 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาสูงสุดตามกรอบที่กำหนด และตามระเบียบจะต้องหมุนเวียนกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย แต่นางพิมพ์ชนกประสงค์จะปฏิบัติงานในต่างประเทศต่อด้วยเหตุผลด้านครอบครัว จึงสนับสนุนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตำแหน่ง Deputy Director General ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) แต่ผลการคัดเลือกไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และวาระการดำรงตำแหน่งผู้แทนถาวรไทยประจำ WTO และ WIPO กำลังจะสิ้นสุดลง กระทรวงฯ จึงต้องเตรียมการส่งต่องานและวางแผนบุคลากรสำหรับภารกิจต่อไป
.
ที่ผ่านมา นางพิมพ์ชนกได้ยืนยันมาตลอดว่า เมื่อหมดวาระจะลาออกเพื่อกลับไปดูแลครอบครัว แม้ว่าวาระจะสิ้นสุดในเดือน ก.พ. 2570 แต่การปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับการเกษียณอายุราชการและการส่งต่องานในภาพรวม จึงจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เข้ารับหน้าที่ต่อคือ น.ส.กนิษฐา กังสวนิช (ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์) ซึ่งมีพื้นฐานและประสบการณ์ด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เข้าใจทั้งกลไกของกระทรวงและเวทีการค้าระหว่างประเทศ และมีความพร้อมที่จะรับช่วงภารกิจสำคัญนี้
.
ส่วนการแต่งตั้งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะยกระดับบทบาทของกรมทรัพย์สินทางปัญญา จากที่มุ่งเน้นการจดทะเบียนและคุ้มครองสิทธิ ไปสู่การนำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยจะปรับการทำงานให้เป็นเชิงรุก โดยเข้าไปสนับสนุน ค้นหาศักยภาพ เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ และช่วยผลักดันทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้ไปสู่ตลาดจริง ผู้ที่จะเข้ามารับภารกิจสำคัญนี้ คือ น.ส.จิตติมา ศรีถาพร (รองปลัดกระทรวงพาณิชย์) ซึ่งเป็นลูกหม้อเติบโตจากสายงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง จึงมีความพร้อมรับภารกิจและเดินหน้างานได้ทันที
.
แนวคิดนี้เป็นหลักเดียวกับที่เราใช้ในการบริหารกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยมอบหมายให้ผู้ที่เป็น Specialist (ผู้เชี่ยวชาญ) และเติบโตจากสายงานโดยตรงเข้ามาขับเคลื่อนภารกิจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างผลงานสำคัญได้หลายด้าน ทั้งการยกระดับการปราบปรามนอมินี การพัฒนาทักษะ Upskill-Reskill ให้ผู้ประกอบการ และการส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ไทย ทำให้เห็นว่า เมื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่รู้จริง เข้าใจกลไก และมีประสบการณ์ตรงเข้ามานำองค์กร ก็สามารถต่อยอดงานเดิมและขับเคลื่อนภารกิจใหม่ให้เกิดผลได้อย่างรวดเร็ว
.
สำหรับอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาคนปัจจุบัน คือ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม ก่อนหน้านี้ได้ทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนถาวรไทยประจำ WTO และ WIPO ณ นครเจนีวา แต่เมื่อไม่ได้ตอบรับการทาบทามดังกล่าว จึงจำเป็นต้องพิจารณาผู้ที่มีความรู้และความพร้อมเหมาะสมในลำดับต่อไป ทำให้ต้องจัดวางผู้บริหารในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงให้เหมาะสมกับภารกิจทั้งด้านต่างประเทศและการบริหารงานภายใน
.
นอกจากนี้ ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ด้านการต่างประเทศ นายวิทยากร มณีเนตร มีพื้นฐานการทำงานด้านการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เคยปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศทั้งที่ฮ่องกงและดูไบ และมีประสบการณ์บริหารกรมการค้าภายใน จึงได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ แทนนายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ ซึ่งเกษียณอายุราชการ ส่วนตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ด้านบริหารงานภายใน นางมนัสนิตย์ จิรวัฒน์ มีประสบการณ์ด้านกฎหมายและมีส่วนช่วยดูแลงานภายในของกระทรวงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ และการบริหารจัดการ จึงได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง แทน น.ส.จิตติมา ศรีถาพร (ได้รับแต่งตั้งเป็น อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา)
.
เมื่อนายวิทยากรย้ายไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายในจึงว่างลง จึงได้เลือกนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม (ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์) ซึ่งเป็นลูกหม้อที่มีประสบการณ์ในกรมการค้าภายในมาอย่างยาวนาน มีความเข้าใจทั้งกลไกด้านราคา การดูแลตลาด และกฎหมายการแข่งขันทางการค้า รวมถึงมีส่วนร่วมในการผลักดันกลไกที่เกี่ยวข้องกับความเป็นธรรมทางการค้า จึงได้รับมอบหมายให้กลับมารับหน้าที่เดิมที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้กรมการค้าภายในสามารถเดินหน้ารับมือกับสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นเรียนรู้งานใหม่
.
สำหรับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ (ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์) เป็นลูกหม้อที่เติบโตมาจากสายงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศโดยตรงเช่นกัน มีประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศและมีผลงานด้านการผลักดันสินค้าไทย จึงมีความพร้อมที่จะเข้ามานำภารกิจการเปิดตลาด เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ และขยายการส่งออกในช่วงเวลาที่การแข่งขันในตลาดโลกรุนแรงขึ้น
.
ส่วนอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ว่างลง หลังการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่ ยังคงมีภารกิจทั้งการปราบปรามนอมินี การยกระดับผู้ประกอบการ การสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และการเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานอื่น นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ (ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์) เป็นผู้บริหารที่ทำงานเชิงรุก มีความบุกลุย และสามารถประสานหลายหน่วยงานเพื่อจัดการปัญหาที่ซับซ้อน โดยเฉพาะการปราบปรามนอมินี จึงมีความพร้อมที่จะเข้ามาสานต่อภารกิจสำคัญของกรมให้เดินหน้าและเกิดผลในทางปฏิบัติได้ทันที
.
"อีกเรื่องที่อยากฝากคือ ที่ผ่านมาตำแหน่งผู้ตรวจราชการอาจถูกมองว่าเป็นตำแหน่งที่ใช้เพื่อลดบทบาท จนน่าเสียดายที่บางครั้งคุณค่าของคนในตำแหน่งนี้ถูกมองข้าม ทั้งที่ผู้ตรวจราชการก็เป็นผู้บริหารระดับสูงในระดับซี 10 และมีทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความเข้าใจการทำงานของกระทรวงอย่างรอบด้าน สำหรับเรา ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด หากมีความตั้งใจและทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของคนนั้นเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เราเปิดโอกาสให้ผู้ตรวจราชการถึง 4 ท่าน เข้ามารับผิดชอบตำแหน่งและภารกิจสำคัญที่เหมาะสมกับความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน" นางศุภจี ระบุ
.
ในตอนท้าย นางศุภจี กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การมองเฉพาะตัวบุคคล แต่ต้องมองว่าประเทศกำลังเผชิญกับอะไร ใครเหมาะสมกับภารกิจใด และทีมทั้งหมดจะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างผลลัพธ์ให้ประชาชนและประเทศได้อย่างไร การตัดสินใจจัดทัพของกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้จึงผ่านการรับฟังพิจารณา และหารือร่วมกันอย่างรอบคอบที่สุด โดยมีโจทย์สำคัญเพียงข้อเดียว คือ เราต้องชนะศึกทางเศรษฐกิจที่อยู่ตรงหน้า เพื่อปกป้องโอกาสของคนไทย และรักษาผลประโยชน์ของประเทศให้ได้
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ เสนอแต่งตั้งและสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 9 ราย เพื่อทดแทนผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ โดยพบว่าได้ปรับให้ นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟิลด์ เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ณ นครเจนีวา เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง และนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ทำให้ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ต่างวิจารณ์ว่า เป็นการลดระดับจากตำแหน่งเอกอัครราชทูต เป็นผู้ตรวจราชการ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ด้อยกว่าเดิมในช่วงปลายของชีวิตราชการ และเห็นว่ามีฝ่ายการเมืองยังเข้ามาก้าวก่ายโดยไม่คำนึงถึงระบบคุณธรรม
......
Sondhi X