MGR Online: ‘สีหศักดิ์’ แถลงเปิดประชุม UNCLOS ครั้งแรก ซัดกัมพูชาปล่อยคลิป “อังเคิล-หลานอิ๊งค์” ,โจมตีไทยก่อน แต่กลับเล่นบทเหยื่อ ใส่ร้ายประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า ใช้เวทีระหว่างประเทศหาประโยชน์ให้ตัวเอง
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ เข้าร่วมการการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ณ สิงคโปร์ นายสีหศักดิ์ได้กล่าวว่า ไทยเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ความเห็นต่างระหว่างเพื่อนบ้านควรได้รับการแก้ไขผ่านการพูดคุยหารือ แต่กัมพูชากลับใช้แนวทางที่ต่างออกไป
กัมพูชามักกล่าวอ้างว่าตนเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และสร้างภาพว่าไทยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ
แต่การกล่าวอ้างนี้ของกัมพูชา มุ่งสร้างประโยชน์ให้ตนเอง และมีความย้อนแย้ง
“ตอนที่กัมพูชาจงใจปล่อยบทสนทนาส่วนตัวทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ ตอนที่จรวดของกัมพูชาตกใส่และพรากชีวิตพลเรือนไทยผู้บริสุทธิ์ ตอนที่ทหารไทยต้องสูญเสียขาจากทุ่นระเบิดที่กัมพูชาวางไว้ ในช่วงเวลาเหล่านั้นการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศอยู่ที่ไหน?”
นายสีหศักดิ์เน้นย้ำว่า ประเทศไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศอย่างมั่นคงเสมอมา และจะปกป้องสิทธิของเราอย่างเข้มแข็ง ถ้าเราต้องการหาทางออกที่ยั่งยืนในเรื่องนี้อย่างแท้จริง เราจำเป็นต้องฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างกัน ดังนั้น ไทยจึงได้มุ่งผลักดันให้มีการหารือพูดคุย และให้มีแนวทางที่ปฏิบัติได้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน ที่จำเป็นต่อการจัดการกับประเด็นปัญหาที่จะยากยิ่งขึ้น
ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบูเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผู้นำของทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า กัมพูชาไม่เคยให้โอกาสอย่างแท้จริงกับแนวทางการทูตดังกล่าว
กัมพูชายังคงกล่าวร้ายประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า โดยนำเสนอเรื่องราวที่เป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง และกล่าวหาประเทศไทยโดยไม่มีมูลแทบทุกวัน ซึ่งรวมถึงในเวทีระหว่างประเทศ กัมพูชาก็จะเล่นบทผู้ถูกกระทำ ด้วยความเชื่อมั่นว่าตนดีกว่า เหนือกว่าผู้อื่น และสร้างภาพว่าตนมีความชอบธรรม
กัมพูชากล่าวอ้างว่า การตัดสินใจยกเลิกMOU ของไทย ทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเริ่มกระบวนการประนอม ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงคือ ตลอดระยะเวลา 25 ปี เราสามารถจัดการประชุุมอย่างเป็นทางการได้เพียงสองครั้งเท่านั้น ทำให้เห็นชัดว่า MOU ไม่ได้ก่อให้เกิดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ไทยจึงเลือกที่จะเริ่มการเจรจาใหม่อีกครั้ง
“การที่กัมพูชากล่าวอ้างว่า ตนไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง กัมพูชามีทางเลือกอื่น
แต่เลือกที่จะปิดประตูนั้น ด้วยเหตุผลที่ยากจะเข้าใจ”
นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า ขอบเขตของกระบวนการ UNCLOS จะเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาในอ่าวไทยเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดนทางบก รวมถึงเกาะกูด ประเทศไทยปฏิเสธเส้นเขตไหล่ทวีปที่กัมพูชาอ้างสิทธิฝ่ายเดียวเมื่อปี 2515 ซึ่งเส้นดังกล่าวปราศจากพื้นฐานทางกฎหมาย
“ไทยขอยืนยันอีกครั้งว่า เขตทางทะเลของไทยเป็นไปตามที่ปรากฏในพระบรมราชโองการลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 เรามิได้มุ่งหวังสิ่งใดเกินไปกว่าการปกป้องอธิปไตย สิทธิอธิปไตย และสิทธิอันชอบธรรม ที่ประเทศไทยพึงมีตามกฎหมายระหว่างประเทศ”
ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภายใต้ UNCLOS ระหว่างไทย-กัมพูชาครั้งแรก มีขึ้นในช่วงวันที่ 14-16 ก.ย. 2569 วาระสำคัญของการประชุมครั้งแรก คือการกำหนดข้อบังคับของกระบวนการประนอม เพื่อเป็นกรอบการทำงานและแนวทางในการดำเนินการต่อไป โดยคณะผู้แทนของฝ่ายไทยประกอบด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ, นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ คูเวต, ผู้แทนจากกรมอุทกศาสตร์และกรมยุทธการทหารเรือ, ผู้แทนจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน.

