ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวในวันจันทร์(14ก.ย.) เคียฟพร้อมสนับสนุนข้อเสนอของสหรัฐฯ สำหรับให้ทั้งรัสเซียและยูเครนหยุดโจมตีที่ตั้งทางพลังงานของอีกฝ่าย แต่มีข้อแม้วอชิงตันต้องรับประกันว่า มอสโกพร้อมอย่างแท้จริงที่จะยุติสงครามกับยูเครน
ความเห็นของเซเลนสกี ระหว่างการปราศรัยยามค่ำคืนผ่านวิดีโอในช่วงค่ำวันจันทร์(14ก.ย.) มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของอเมริกา แถลงว่ายูเครนและรัสเซีย เห็นพ้องไม่โจมตีที่ตั้งทางพลังงานของอีกฝ่าย ท่ามกลางความกังวลต่อราคาน้ำมันโลกที่พุ่งทะยาน "ยูเครนตกลงที่จะไม่โจมตีเป้าหมายทางพลังงานรัสเซีย และรัสเซียก็ตกลงที่จะทำเช่นเดียวกัน" ทรัมป์เขียนบนสื่อสังคมออนไลน์
"ถ้ามันสามารถกลายมาเป็นก้าวย่างแรกของการลดระดับความตึงเครียด ก้าวย่างที่รัสเซียหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆของเรา ที่ทำให้เราต้องโจมตีตอบโต้ เมื่อนั้น ยูเครนก็พร้อมสนับสนุนลดระดับความตึงเครียด" เซเลนสกีกล่าว
อย่างไรก็ตามประธานาธิบดียูเครนบอกต่อว่า "จนถึงตอนนี้ ไม่มีใครเห็นความตั้งใจอย่างแท้จริงของฝ่ายรัสเซีย ในการนำสงครามไปสู่จุดจบ แต่ถ้าพันธมิตรอเมริกาของเราสามารถรับประกันได้ว่ารัสเซียมีความตั้งใจอย่างแท้จริงในการยุติสงครามที่มีเป้าหมายทำลายชีวิตผู้คน และทำเช่นนั้นด้วยความจริงใจและในระยะยาว ยูเครนจะดำเนินการในส่วนของตนเอง ในการลดระดับความตึงเครียดเช่นกัน"
ในสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปีครึ่ง บ่อยครั้งที่รัสเซียโจมตีที่ตั้งทางพลังงานของยูเครน ยุทธการที่ก่อความเสียหายร้ายแรงแก่เครือข่ายพลังงานและทำความร้อนของประเทศ ก่อความปั่นป่วนแก่อุตสาหกรรมทั้ง 2 เช่นเดียวกับวิถีชีวิตของพลเรือน
อย่างไรก็ตามในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กองทัพยูเครนได้เปิดฉากโจมตีใส่ที่แหล่งที่ตั้งอุตสาหกรรมของรัสเซียเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซีย อันเป็นเสาหลักเศรษฐกิจของประเทศ การโจมตีเหล่านี้ทำให้หลายภูมิภาคของรัสเซียประสบปัญหาขาดแคลนเบนซินอย่างรุนแรง
ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีได้โพสต์ความเห็นแบบเดียวกันลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเท่ากับเป็นการยืนยันว่ายูเครนไม่ได้ให้การรับรองอย่างเป็นทางการต่อถ้อยแถลงของทรัมป์ที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยุติการโจมตีกัน โดยประธานาธิบดีรายนี้บอกว่ายูเครนไม่เชื่อมั่นว่ารัสเซียจะมีความตั้งใจยึดถือข้อตกลงใดๆ "ข้อตกลงใดๆ จะต้องมีความน่าเชื่อถือ ยั่งยืน และส่งผลกระทบอย่างแท้จริงต่อชีวิตของผู้คน" เซเลนสกีกล่าว
(ที่มา:รอยเตอร์ส)

