xs
xsm
sm
md
lg

ไทยโต้กัมพูชา บิดเบือน ‘มิน อ่อง หล่าย’ หนุนใช้ กม.ระหว่างประเทศแก้ปัญหาชายแดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online: กัมพูชาตีกิน อ้าง ผู้นำเมียนมาสนับสนุนให้ใช้กฎหมายระหว่างประเทศแก้ปัญหาชายแดนกับไทย แต่กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ยืนยันกับโฆษกประธานาธิบดีเมียนมาแล้วว่า ผู้นำพูดเพียงว่า “ให้ใช้สันติวิธี”

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา ได้เดินทางเยือนกัมพูชาระหว่างวันที่ 11 ถึง 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยนายเจีย
ธีริทธ์ (Chea Thyrith) โฆษกวุฒิสภากัมพูชา ได้ระบุว่า ประธานาธิบดีเมียนมา ได้กล่าวกับนายฮุนเซน ว่า “เมียนมาสนับสนุนอย่างเต็มที่ ต่อจุดยืนของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาพรมแดนกับประเทศไทย โดยใช้กฎหมายระหว่างประเทศ

นายธีริทธ์ยังอ้างคำกล่าวของนายฮุนเซนว่า กัมพูชาจะไม่ยอมรับการปักปันเขตแดนใหม่ใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้กำลังหรือการบีบบังคับ โดยทางพนมเปญระบุว่า พื้นที่ของตนถูกประเทศไทยเข้ายึดครองอย่างผิดกฎหมาย


นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าฝ่ายไทยได้รับคำชี้แจงจากโฆษกประธานาธิบดีเมียนมาในประเด็นนี้ว่า ประธานาธิบดีเมียนมากล่าวว่า “ในการแก้ไขประเด็นชายแดน แนวทางที่ดีที่สุดคือสันติวิธี และสิ่งสำคัญคือการเจรจาหารือให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด นอกจากนี้ เมียนมาเรียกร้องให้กัมพูชาแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ระดับภูมิภาคในภาพรวม”

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า กรณีดังกล่าวเป็นอีกครั้งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของกัมพูชาที่มักจะบิดเบือนข้อมูลเพื่อประโยชน์ของตน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมบรรยากาศที่จะเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน


ขณะนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้เดินทางถึงสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกกับคณะกรรมาธิการประนอมภายใต้UNCLOS ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย. 2569 พร้อมนำคณะเจรจาฝ่ายไทยปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ

วาระสำคัญของการประชุมครั้งแรกนี้ คือการกำหนดข้อบังคับของกระบวนการประนอม เพื่อเป็นกรอบการทำงานและแนวทางในการดำเนินการต่อไป รวมถึงกล่าวถ้อยแถลงเปิดกาปรระชุม เพื่อแสดงจุดยืนและแนวทางของไทยต่อกระบวนการประนอม โดยคณะผู้แทนของฝ่ายไทยประกอบด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ, นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ คูเวต, ผู้แทนจากกรมอุทกศาสตร์และกรมยุทธการทหารเรือ, ผู้แทนจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน.