ฉะเชิงเทรา – ชาวบ้านเสม็ดใต้โต้คำชี้แจงนายอำเภอบางคล้า หลังรายงาน มท.2 ระบุถนนสาธารณะบริเวณหน้าสุสานยิวอาจเพิ่งเกิดขึ้นภายหลัง ยืนยันถนนมีมากว่า 40 ปี และลาดยางเป็นถนนสายหลักของตำบลมานานกว่า 20 ปี ก่อนสุสานเข้ามาก่อตั้ง หวั่นหลังย้าย 4 ศพ เรื่องเงียบอาจมีการนำศพกลับมาฝังใหม่ ฝาก มท.2 สาวลึกถึงที่มาสัญชาติไทยของเจ้าของสุสาน รวมถึงขั้นตอนอนุญาตก่อสร้าง
วันนี้ (14 ก.ย.) นายสันต์ ศรีเจริญ อายุ 74 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา และอดีตรองนายก อบต.เสม็ดใต้ กล่าวถึงกรณีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบสุสานฝังศพชาวยิว บ้านหนองโสน หมู่ 2 ต.เสม็ดใต้ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทกานชาบาด จำกัด เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา
นายสันต์กล่าวว่า ในวันดังกล่าวนายเอกราช กฤตยพงษ์ นายอำเภอบางคล้า ได้รายงานต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงประเด็นถนนหรือทางสาธารณะบริเวณสุสาน โดยเฉพาะถนนที่ตัดผ่านด้านหน้า ซึ่งอาจเพิ่งเกิดขึ้นภายหลังนั้น ตนในฐานะอดีตผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และอดีตเจ้าของที่ดินบริเวณดังกล่าว ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง
โดยถนนสายดังกล่าวมีการใช้ประโยชน์ร่วมกันของคนในหมู่บ้านมานานกว่า 40 ปี และมีการลาดยางมานานกว่า 20 ปี จนกลายเป็นถนนสายหลักที่ประชาชนใน ต.เสม็ดใต้ใช้สัญจร จึงเกิดขึ้นก่อนการเข้ามาก่อตั้งสุสานอย่างแน่นอน
“ในฐานะที่เคยเป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นเจ้าของที่ดินเดิม ถนนสายนี้มีมากว่า 30-40 ปีแล้ว ลาดยางประมาณ 20 ปี ก่อนที่สุสานจะเข้ามาเป็น 10 ปี ไม่ใช่เพิ่งมาสร้างหลังสุสานเข้ามา อันนี้ไม่ใช่แน่นอน เป็นการเข้าใจผิดกันไปแล้ว” นายสันต์กล่าว
นายสันต์กล่าวต่อว่า การที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ด้วยตนเอง ทำให้ชาวบ้านมีความมั่นใจมากขึ้นว่า ศพทั้ง 4 ร่างที่อยู่ภายในพื้นที่จะต้องถูกเคลื่อนย้ายออกไปตามคำสั่ง โดยขณะนี้มีคำสั่งให้ดำเนินการรื้อย้ายภายใน 7 วัน จึงอยากฝากให้รัฐมนตรีติดตามเรื่องดังกล่าวจนแล้วเสร็จ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้าน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชาวบ้านยังเป็นห่วงคือ ภายหลังเคลื่อนย้ายศพออกไปแล้ว หากเวลาผ่านไปจนกระแสข่าวและการตรวจสอบยุติลง อาจมีการนำศพกลับเข้ามาฝังในพื้นที่อีกครั้ง จึงอยากให้มีมาตรการป้องกันอย่างถาวร โดยเฉพาะการปรับรื้อรั้วด้านหน้าสุสานให้ลดระดับลงมาอยู่ในระดับสายตา เพื่อให้สามารถมองเห็นพื้นที่ด้านในได้
นายสันต์ยังฝากไปถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ตรวจสอบประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่อง นอมินีและที่มาของการได้รับสัญชาติไทยของผู้ที่เกี่ยวข้องกับสุสาน ว่าได้รับสัญชาติมาอย่างไร และกระบวนการเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หลังจากนั้นจึงเข้ามาดำเนินกิจการในพื้นที่
นอกจากนี้ อยากให้ตรวจสอบกระบวนการอนุมัติการก่อสร้างสุสานในพื้นที่ ต.เสม็ดใต้ด้วย เนื่องจากข้อมูลที่ชาวบ้านรับทราบคือ การดำเนินการดังกล่าวต้องผ่านการพิจารณาจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น นายอำเภอบางคล้า และ อบต.เสม็ดใต้ ก่อนที่จะสามารถดำเนินการก่อสร้างและต่อใบอนุญาตในภายหลังได้
แต่ในส่วนของการต่ออายุใบอนุญาตนั้น ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ทำให้ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่า หากการก่อสร้างสุสานในช่วงแรกไม่ได้รับการเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครบถ้วน จะสามารถดำเนินการก่อสร้างขึ้นมาได้อย่างไร จึงต้องการให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบเอกสารและขั้นตอนการอนุมัติทั้งหมดให้เกิดความชัดเจน
“ชาวบ้านอยากให้ตรวจสอบทั้งหมดว่า การอนุมัติให้เข้ามาสร้างสุสานในชุมชนเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นผู้อนุมัติ และดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ รวมถึงเรื่องสัญชาติและการได้มาซึ่งที่ดิน อยากให้ตรวจสอบให้ลึก เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับประชาชน” นายสันต์กล่าว

