MGR Online - “สส.สมชาติ พรรคประชาชน” ส่งหนังสือเลื่อน ดีเอสไอ ครั้งที่ 3 เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน คดีนอมินีถือครองทรัพย์สินแทนคนต่างชาติ อ้างติดประชุม - ลงพื้นที่ต่างจังหวัด
จากกรณี คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งปรากฏพยานหลักฐานในชั้นการสืบสวนพบว่าได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดใน จ.ภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติ โดย กองคดีความมั่นคง อยู่ระหว่างสืบสวนเรื่องดังกล่าว ว่ามีกลุ่มบุคคลใดกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเฉพาะกรณีการเป็นนอมินีหรือไม่ จึงได้มีการออกหมายเรียกแก่นายสมชาติ ให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในฐานะพยานกับคณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง ปรากฎว่าได้ขอเลื่อนเข้าพบมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 วันที่ 31 ส.ค. และ ครั้งที่ 2 วันที่ 7 ก.ย. แจ้งว่าติดปฏิบัติหน้าที่ประชุมสภา ต่อมาคณะพนักงานสืบสวนได้นัดหมายอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ย.69 ซึ่งถือเป็นหนังสือเชิญสอบปากคำในฐานะพยานเป็นครั้งที่ 3 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
วันนี้ (14 ก.ย.) คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยว่า นายสมชาติ ได้มีการส่งหนังสือแจ้งขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน วันที่ 14 ก.ย.นี้ ออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่าติดประชุมและติดภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งทางคณะพนักงานสืบสวนอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อนัดหมายใหม่อีกครั้ง หลังรับทราบหนังสือแจ้งขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำในฐานะพยานครั้งนี้ แม้ว่า พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 24 จะระบุถึงอำนาจของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในการสืบสวนสอบสวน แต่ สส.สมชาติ เป็นเพียงพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา จึงมีความแตกต่างกัน ซึ่งถ้าเป็นหมายเรียกผู้ต้องหา แล้วไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ครั้ง จึงจะพิจารณาขอศาลออกหมายจับได้ แต่ถ้าเป็นหมายเรียกพยานดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถใช้อำนาจจับกุมหรือขอศาลออกหมายจับได้
ดังนั้น หากมองถึงเจตนารมณ์หนังสือฉบับแรกของ สส.สมชาติ ที่มีการระบุก่อนหน้านี้ว่าประสงค์เข้าให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนของดีเอสไอ จึงเป็นประเด็นที่คณะพนักงานสืบสวนมองว่าหากบุคคลมีความประสงค์ที่จะให้ข้อเท็จจริง ให้ความร่วมมือเต็มที่ตามที่มีการแสดงเจตนารม์ไว้จริง ๆ ก็ควรเข้ามาให้ข้อมูลชี้แจง มากกว่าการส่งหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกพยานถึง 3 ครั้ง หาก สส.สมชาติ มีความประสงค์จะเข้ามาพบพนักงานสืบสวนในวันเวลาใดหลังจากนี้ แม้ไม่ตรงตามเอกสารนัดหมาย ก็สามารถดำเนินการได้ เพราะพนักงานสืบสวนพร้อมรับฟังข้อมูลและข้อเท็จจริงของพยานเสมอ
ขณะที่ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ยอมรับว่า ตนเองได้รับเอกสารหมายเรียกในฐานะพยานของดีเอสไอ ซึ่งนัดหมายวันที่ 14 ก.ย.69 จริง แต่ได้ส่งหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกพยานดังกล่าวออกไปก่อน

