xs
xsm
sm
md
lg

[รายงานพิเศษ] กองทัพบกส่งคืน 29 คลื่นวิทยุ ก่อนใบอนุญาตหมดอายุปี 70 วงการสื่อถามยังต้องการวิทยุแบบเดิมหรือไม่?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สถานีวิทยุกระจายเสียงในการกำกับดูแลของกองการกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กรมการทหารสื่อสาร กองทัพบก จำนวน 4 คลื่น 4 สถานี ประกาศระงับการออกอากาศถาวร ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ได้แก่ สถานีวิทยุกระจายเสียง จส.2 AM 1503 KHz จ.สุราษฎร์ธานี สถานีวิทยุกระจายเสียง จส.3 AM 1251 KHz จ.ร้อยเอ็ด สถานีวิทยุกระจายเสียง จส.4 AM 1404 KHz จ.ยโสธร และสถานีวิทยุกระจายเสียง ททบ. FM 103.5 MHz กรุงเทพฯ
.
ทั้งนี้ สถานีวิทยุฯ ในการกำกับดูแลของ กองการกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กรมการทหารสื่อสาร กองทัพบก ยังเหลืออีก 5 คลื่น ได้แก่ สถานีวิทยุกระจายเสียง จส. FM 100 MHz จ.กรุงเทพฯ วิทยุข่าวสารเพื่อการจราจร, สถานีวิทยุกระจายเสียง จส.1 FM 94.5 MHz กรุงเทพฯ, สถานีวิทยุกระจายเสียง จส.1 AM 657 KHz จ.กรุงเทพฯ, สถานีวิทยุกระจายเสียง จส.5 AM 567 KHz จ.ชัยภูมิ และสถานีวิทยุกระจายเสียง จส.1 AM 1458 KHz จ.ศรีสะเกษ
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า สำหรับสถานีวิทยุกระจายเสียง จส. FM 100 MHz จ.กรุงเทพฯ มี บริษัท แปซิฟิค อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ผลิตรายการ จส.100 วิทยุข่าวสารเพื่อการจราจร ส่วนสถานีวิทยุกระจายเสียง จส.1 FM 94.5 MHz กรุงเทพฯ เคยมีเอกชนผลิตรายการในชื่อ VERY FM แต่ได้ยุติออกอากาศไป และยังไม่มีเอกชนรายใดเข้ามาผลิตรายการ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สถานีวิทยุกระจายเสียง ททบ. FM 103.5 MHz กรุงเทพฯ เคยมี บริษัท เรดิโอ อาร์ม จำกัด ผลิตรายการเอฟเอ็มวัน (FM ONE) แต่ได้ยุติการออกอากาศไปเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2568 และไม่มีเอกชนรายใดเข้ามาผลิตรายการแทน สุดท้ายจึงต้องขอระงับการออกอากาศถาวร


ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 น.ส.อรดา เทพยายน รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 15-16 มิ.ย. 2569 เห็นชอบให้กองทัพบก ยกเลิกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการบริการสาธารณะ และยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง ประเภทกิจการบริการสาธารณะ ประเภทที่สอง ของกองทัพบก ระบบเอฟเอ็ม จำนวน 1 คลื่นความถี่ และระบบเอเอ็ม จำนวน 28 คลื่นความถี่ รวม 29 คลื่นความถี่ ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ (3 เม.ย. 2570)
.
ตามคำขอยกเลิกการใช้งานคลื่นความถี่และประกอบกิจการด้วยตนเอง นับแต่วันที่ กสทช. มีมติ เป็นไปตามข้อ 25 ของประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง และตามข้อ 18 (1) ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 และเนื่องจากกองทัพบก เป็นส่วนราชการตามมาตรา 5 (1) แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงได้รับการยกเว้นใบอนุญาตให้ทำ ใบอนุญาตให้มี และใบอนุญาตให้ใช้ ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม ประกอบกฎกระทรวงฉบับที่ 21 (2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 11 วรรคสี่ ได้รับการยกเว้นใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม จึงเห็นควรยกเลิกการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และการอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก ตามข้างต้น
.
โดยเห็นควรให้กองทัพบก ดำเนินการรื้อถอนสายอากาศและอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกอากาศ และในส่วนเครื่องวิทยุคมนาคมและสายอากาศ คลื่นความถี่ตามข้างต้น ถือเป็นครุภัณฑ์หรือทรัพย์สินของกองทัพบก ตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่เกี่ยวข้องของส่วนราชการ การมีไว้ครอบครอง การทำลาย หรือจำหน่าย จ่าย โอน ให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีสิทธิในการใช้เครื่องวิทยุคมนาคม ให้เป็นไปตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง และภายหลังการดำเนินการแล้วเสร็จ ขอให้แจ้งสำนักงาน กสทช. เพื่อทราบต่อไป กรณี กองทัพบก ประสงค์จะเป็นผู้ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก ให้แจ้งมายังสำนักงาน กสทช. เพื่อพิจารณา อาจมิต้องดำเนินการตามข้างต้นก่อนเสนอ กสทช. พิจารณาอนุญาตต่อไป
.
พร้อมกันนี้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ส่วนภูมิภาค ดำเนินการตรวจสอบและติดตามการใช้คลื่นความถี่ การรื้อถอนสายอากาศและอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกอากาศ การทำลายเครื่องส่งวิทยุคมนาคมหรือการจำหน่าย จ่าย โอน เครื่องวิทยุคมนาคม ให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีสิทธิในการใช้เครื่องวิทยุคมนาคม สถานีวิทยุกระจายเสียงดังกล่าว หากพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยให้สำนักงาน กสทช. ส่วนภูมิภาค รายงานผลการดำเนินการตรวจสอบและส่งภาพถ่ายการรื้อถอนสายอากาศและการทำลายเครื่องวิทยุคมนาคม รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกอากาศกลับมายังสำนักงาน กสทช. เพื่อทราบ
.
นอกจากนี้เห็นควรให้กองทัพบก สถานีวิทยุกระจายเสียง ระบบเอฟเอ็ม จำนวน 1 คลื่นความถี่ และระบบเอเอ็มจำนวน 28 คลื่นความถี่ ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี จนถึงวันที่ยกเลิกการประกอบกิจการ ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ยกเลิกการประกอบกิจการ
.
อนึ่ง ข้อมูลจากสำนักงาน กสทช. ระบุว่า ปัจจุบันกองทัพบกได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงระบบเอเอ็ม และระบบเอฟเอ็ม ภาคผนวก ก ประเภท บริการสาธารณะ รวม 93 สถานี ประกอบด้วยระบบเอฟเอ็ม (FM) จำนวน 48 สถานี และระบบเอเอ็ม (AM) จำนวน 45 สถานี โดยมีสถานีวิทยุในกรุงเทพมหานครมากที่สุด 23 สถานี


นายอนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ อดีตรองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ซึ่งระบุว่าเคยบริหารสถานีวิทยุเชิงพาณิชย์มาก่อน โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Anupong Chaiyariti ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน นึกไม่ถึงว่าวันหนึ่งกองทัพบกจะเป็นฝ่ายขอยุติการใช้คลื่นวิทยุของตัวเองถึง 29 คลื่น ก่อนใบอนุญาตหมดอายุ เพราะในยุคนั้นคลื่นวิทยุคือทรัพย์สินที่มีมูลค่ามหาศาล บริษัทที่ต้องการทำธุรกิจวิทยุ ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานเจ้าของคลื่น โดยเฉพาะกองทัพ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ครอบครองเครือข่ายวิทยุ AM และ FM รายใหญ่ของประเทศ แต่สิ่งที่เมื่อสามทศวรรษก่อนแทบจินตนาการไม่ออกก็เกิดขึ้น กรณีดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงการเลิกจัดรายการ แต่คือการถอนตัวในระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งกำลังบำรุง จากสงครามเย็นสู่วัฒนธรรมป๊อบ
.
เครือข่ายวิทยุของกองทัพมีรากฐานสำคัญอยู่ในบริบทสงครามเย็น เมื่อวิทยุเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ สำหรับการสื่อสารกับประชาชนและการต่อสู้ทางความคิดกับคอมมิวนิสต์ เมื่อสงครามเย็นผ่านไป คลื่นไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนบทบาท คลื่นจำนวนหนึ่งเข้าสู่ระบบธุรกิจ ผ่านการร่วมผลิตรายการและการให้เอกชนเข้ามาดำเนินงาน เกิดรูปแบบสถานีวิทยุเพลง ที่มีดีเจ เพลง คอนเสิร์ต ข่าวบันเทิง และโฆษณา ช่วงทศวรรษ 1980–1990 จึงเป็นยุคทองของวิทยุพาณิชย์ในเวลานั้น สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดไม่ใช่เนื้อหา แต่คือคลื่นความถี่ เมื่อรวมกับผู้ฟัง จึงกลายเป็นรายได้จากโฆษณา ใครมีคลื่นความถี่ คนนั้นมีโอกาสเข้าถึงผู้ฟังระดับแมส
.
วันนี้สิ่งที่ขาดแคลนไม่ใช่คลื่นความถี่ แต่คือความสนใจจากผู้ฟัง (Attention) การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี (Digital Disruption) กลับสมการนั้นเกือบทั้งหมดทำให้ผู้ฟังไม่จำเป็นต้องรอเพลงจากดีเจ ไม่ต้องเปิดวิทยุตามเวลา และไม่ต้องอยู่ภายในพื้นที่ครอบคลุมของเครื่องส่ง จากเดิมสถานีวิทยุ คลื่นความถี่ เครื่องรับวิทยุ นำมาสู่ผู้ฟังระดับแมส กลายเป็นเนื้อหานำไปสู่แพลตฟอร์ม อัลกอริทึม และผู้รับสารเฉพาะบุคคล การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีมีมากมาย แต่ความสนใจจากผู้รับสารกลายเป็นทรัพยากรที่ขาดแคลน เม็ดเงินโฆษณาวิทยุไทยจึงเผชิญแนวโน้มถดถอยในระยะยาว ขณะที่โฆษณาดิจิทัล (Digital Advertising) ขยายตัว และเมื่อรายได้ลดลง ปัจจัยทางเศรษฐกิจของการรักษาโครงข่ายวิทยุเดิมก็เปลี่ยนตามไปด้วย
.
นายอนุพงษ์ตั้งข้อสังเกตว่า กองทัพบกขอยกเลิก FM เพียง 1 คลื่น แต่ AM ถึง 28 คลื่น เพราะคลื่น AM แม้มีข้อได้เปรียบเรื่องพื้นที่ออกอากาศครอบคลุมกว้างกว่า แต่สถานีส่งกำลังสูงมีต้นทุนทั้งพลังงาน คือ ค่าไฟฟ้า การบำรุงรักษา ระบบสายอากาศ และพื้นที่สถานีส่ง ดังนั้นคำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า เครื่องส่ง AM กินไฟเท่าไร แต่คือเรากำลังใช้ต้นทุนเท่าไรเพื่อเข้าถึงผู้ฟังที่ยังเหลืออยู่ เป็นเรื่องต้นทุนต่อจำนวนผู้ฟัง เมื่อจำนวนผู้ฟังลดลงอย่างมาก แม้ต้นทุนการกระจายเสียงจะเท่าเดิม ต้นทุนต่อผู้ฟังหนึ่งคนก็สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ
.
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการขอยกเลิกคลื่นวิทยุ 29 คลื่น อาจเป็นเพียงการออกจากสื่อวิทยุก่อนกำหนด เพราะในภาพใหญ่ที่น่าสนใจ คือ กสทช. ระบุว่า วันที่ 3 เม.ย. 2570 ใบอนุญาตสถานีวิทยุหลักประเภทบริการสาธารณะของส่วนราชการจะสิ้นสุดพร้อมกัน 382 สถานี ได้แก่ คลื่น FM 237 และคลื่น AM 145 สถานี กสทช. เตรียมแผนความถี่รองรับการสิ้นสุดใบอนุญาตสถานีวิทยุหลัก⁠ ดังนั้น 29 คลื่นของกองทัพบกอาจเป็นการออกจากวงการวิทยุ ก่อนที่ใบอนุญาตคลื่นวิทยุจะจัดระเบียบครั้งใหญ่ (Reset) ในปี 2570 คำถามสำหรับหน่วยงานที่กำกับดูแล จึงไม่ควรมีเพียงว่าคลื่นที่คืนมาจะจัดสรรใหม่ให้ใคร แต่ควรถามก่อนว่า ประเทศไทยยังต้องการโครงสร้างพื้นฐานวิทยุ AM และ FM ภาคพื้นดินในขนาดเดิมหรือไม่
.
เพราะเมื่อ 30–40 ปีก่อน คลื่นความถี่คือสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ทั้งทางความมั่นคง ธุรกิจ และวัฒนธรรม แต่วันนี้พฤติกรรมผู้ฟังเปลี่ยนจากฟังตามช่วงเวลา (Linear) ไปสู่การฟังตามเวลาที่ต้องการ (On Demand) เปลี่ยนเครื่องรับวิทยุเป็นสมาร์ทโฟน และเปลี่ยนจากคลื่นความถี่เป็นแพลตฟอร์ม สินทรัพย์บางส่วนที่ครั้งหนึ่งมีค่ามหาศาลจึงอาจกำลังเสี่ยงกลายเป็นสินทรัพย์คงค้าง (Stranded Asset) เพราะโครงสร้างพื้นฐานที่ยังอยู่ แต่คุณค่าจากการใช้งานลดลงอย่างรวดเร็ว การที่กองทัพบกเป็นฝ่ายขอยุติ 29 คลื่นก่อนหมดใบอนุญาตจึงมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์มาก
.
"เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน บริษัทวิทยุต้องวิ่งเข้าหาเจ้าของคลื่น เพราะคลื่นความถี่หมายถึงกลุ่มผู้ฟัง วันนี้คลื่นความถี่ยังมีคุณค่า แต่ไม่ได้รับประกันกลุ่มผู้ฟังอีกต่อไป ไม่มีการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีใดมีอำนาจเหนือความสนใจของประชาชนได้ตลอดไป และบางที 29 คลื่นที่ยุติการกระจายเสียง อาจไม่ใช่เพียงจุดจบของสถานีวิทยุของหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคำถามที่ใหญ่กว่า หลังวันที่ 3 เม.ย. 2570 ประเทศไทยต้องการภูมิทัศน์วิทยุแบบใด" นายอนุพงษ์ ระบุ
......
Sondhi X