xs
xsm
sm
md
lg

ย้ายเถอะ!เปิดบันทึก ทสจ.น่าน ร่วมนักธรณีวิทยา พิสูจน์ “ดอยท่าวังผา”ถล่มนับร้อยเมตร ชี้ชั้นหินใต้ดินผุ-เจอฝนสะสมอีกยิ่งเสี่ยง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



น่าน – เปิดบันทึก ทสจ.น่าน ร่วมทีมตรวจสอบ “ดอยท่าวังผา” บนความสูงจากน้ำทะเลปานกลาง 1,116 เมตร ถล่มเพิ่มจากปี 68 แค่ 2 เมตร ขยายเป็นนับร้อยเมตร พบอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินถล่มปานกลางถึงสูงมาก ชั้นหินใต้ดินผุพังสูง อาคารสิ่งปลูกสร้างร้าวชัด ชี้เจอฝนสะสมยิ่งเสี่ยงหนัก


หลังนายมานะ เพิ่มพูล ผอ.ทสจ.น่าน มอบหมายให้ นางเบญจรัตน์ สุวรรณศรี นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ร่วมกับผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 1 หัวหน้าสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านสบขุ่น จ.น่าน ผู้แทนอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ผอ.โรงเรียนบ้านดอยติ้ว ผญบ.-ผช.ผญบ.บ้านดอยติ้ว ตลอดจนทีมผู้ช่วย ส.ส.น่าน เขต 1 ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีเกิดแผ่นดินทรุดตัว แผ่นดินถล่ม และรอยแตก–รอยแยกของดินภายในบริเวณโรงเรียนบ้านดอยติ้ว หมู่ 7 ตำบลศรีภูมิ อ.ท่าวังผา จ.น่าน สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้

เนื่องจากโรงเรียนบ้านดอยติ้วได้ประสานมายัง ทสจ.น่าน เพื่อขอรับการสนับสนุนบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาในการตรวจสอบบริเวณที่เกิดการทรุดตัวและการเคลื่อนตัวของมวลดิน ซึ่งส่งผลให้อาคารอเนกประสงค์และผนังคอนกรีตกันดินสไลด์ได้รับความเสียหาย รวมทั้งพบรอยแตกและรอยแยกในบริเวณโดยรอบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


เบื้องต้นผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา พบประเด็นสำคัญ คือ
1. พบแผ่นดินถล่มและการเคลื่อนตัวของมวลดินหลายจุดภายในโรงเรียน ซึ่งมีระดับความสูงประมาณ 1,116 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง บริเวณดังกล่าวเริ่มเกิดแผ่นดินถล่มตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม 2568 และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากเดิมมีขนาดประมาณ 2 เมตร ปัจจุบันขยายตัวเป็นแนวยาวประมาณ 100 เมตร และยังพบการถล่มหรือการเคลื่อนตัวของดินอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝน

นอกจากนี้ ยังตรวจพบรอยแตกและรอยแยกของพื้นดินเพิ่มขึ้นหลายบริเวณ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำสะสมในชั้นดิน ซึ่งอาจส่งผลให้มวลดินเกิดการเคลื่อนตัวเพิ่มเติม

2. พบความเสียหายและรอยร้าวบริเวณอาคารและสิ่งปลูกสร้าง
จากการสำรวจภายในพื้นที่โรงเรียน พบทั้งรอยแตก รอยร้าว และความเสียหายบริเวณอาคารเรียนและสิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการเคลื่อนตัวของมวลดินในพื้นที่ จึงจำเป็นต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของรอยร้าวและสภาพโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินระดับความปลอดภัยและความเหมาะสมในการใช้งานอาคาร


3. ลักษณะทางธรณีวิทยาเอื้อต่อการผุพังและการเกิดการเคลื่อนตัวของดิน
จากการตรวจสอบสภาพธรณีวิทยา พบว่าพื้นที่เกิดเหตุรองรับด้วยชั้นหินทรายแป้งและหินดินดานสีน้ำตาลแดง ซึ่งมีอัตราการผุพังค่อนข้างสูง เมื่อประกอบกับสภาพพื้นที่และปัจจัยด้านน้ำในช่วงฤดูฝน ส่งผลให้เกิดชั้นตะกอนดินเหนียวหนาปกคลุมอยู่ด้านบน ลักษณะดังกล่าวอาจทำให้พื้นที่มีความอ่อนไหวต่อการอิ่มตัวของน้ำและการเคลื่อนตัวของมวลดิน โดยเฉพาะเมื่อเกิดฝนตกสะสมต่อเนื่อง

4. พื้นที่อยู่ในเขตที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มระดับปานกลางถึงสูงมาก
เมื่อพิจารณาประกอบกับข้อมูลแผนที่ พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มของกรมทรัพยากรธรณี พบว่าบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มตั้งแต่ระดับปานกลางถึงสูงมาก สอดคล้องกับลักษณะทางธรณีวิทยาและสภาพการเคลื่อนตัวของดินที่ตรวจพบในปัจจุบัน


ทั้งนี้ จากผลการลงพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันติดตามสถานการณ์และตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติมในวันนี้(13 ก.ย.) เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของรอยแยก การเคลื่อนตัวของมวลดิน และผลกระทบต่ออาคารและพื้นที่โดยรอบ พร้อมพิจารณามาตรการเฝ้าระวังและแนวทางป้องกันที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ครู นักเรียน บุคลากร และประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ

ทั้งนี้สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 1 จะจัดทำรายงานสรุปผลการตรวจสอบ พร้อมข้อเสนอแนะทางวิชาการและแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ส่งให้ ทสจ.น่าน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่รับผิดชอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและสถานศึกษาเป็นสำคัญ

ซึ่งผู้คนที่เห็นภาพดินบนดอยถล่มอย่างน่าพรั่นพรึง ต่างเรียกร้องให้มีการย้ายโรงเรียน ชุมชน ออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร่งด่วน ก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมา