xs
xsm
sm
md
lg

เปิดมหากาพย์ 4 ข่าวฉาว สะเทือนวงการผ้าเหลือง เริงรักสีกา-ยักยอกเงินวัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online-ย้อนดู 4 ข่าวฉาวโฉ่ ในวงการพระสงฆ์ไทย คดีสีกากอล์ฟ นำมาสู่สึกพระผู้ใหญ่ 13 รูป คดีพระอลงกต ยึดทรัพย์คืนวัดพระบาทน้ำพุ 1 หมื่นล้าน จุดเริ่มต้นจากเรื่องผู้หญิง คดีทิดแย้ม-สีกาเก็น ยักยอกเงินวัด 2,000 ล้าน ล่าสุดคดีสมีโชติ-สีกาเอ๋ ยักยอกเงินวัด 92 ล้าน เสวยน้ำกามบนโต๊ะอาหาร

น.ส.วิลาวัลย์ หรือ สีกากอล์ฟ
คดี "สีกากอล์ฟ" สัมพันธ์สวาท สึกพระผู้ใหญ่ 13 รูป

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน มิ.ย. 2568 ทราบว่ามี "สีกา" กรรโชกทรัพย์ พระเทพวชิรปาโมกข์ หรือ "เจ้าคุณอาชว์" พระราชาคณะชั้นเทพและอดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพ กรุงเทพฯ โดยทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ปี 67 ก่อนจะห่างเหินกันไป ต่อมาฝ่ายหญิงอ้างว่ามีลูก และเรียกค่าเลี้ยงดู 7 ล้านบาท ก่อนจะมีการเปิดเผยว่า หญิงคนดังกล่าวชื่อ น.ส.วิลาวัลย์ หรือ "สีกากอล์ฟ" อายุ 35 ปี ตำรวจขยายผลสืบเส้นทางการเงิน พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพระชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าอาวาส และเจ้าคณะฯ จำนวนมาก

ตรวจค้นโทรศัพท์มือถือพบภาพ และวิดีโอส่วนตัวกับพระสงฆ์กว่า 80,000 ไฟล์ ถูกนำไปใช้แบล็กเมล ขณะที่เส้นทางการเงินพบเกี่ยวข้องกับอีกหลายวัด ในรอบ 3 ปีมีเงินหมุนเวียน 385 ล้านบาท แต่ถอนออกไปเกือบหมด เหลือเงินติดบัญชีเพียง 8,000 บาท โดยนำไปเล่นพนันออนไลน์ เคยเสียสูงสุดถึงครั้งละ 500,000 บาท

สีกากอล์ฟ ถูกจับกุม และตั้งข้อหา 7 ข้อหาหนัก เช่น สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ, ฟอกเงิน, รับของโจร และปัจจุบันถูกคุมตัวในทัณฑสถานหญิงกลาง ขณะที่พระสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง พบมีพระชั้นผู้ใหญ่ต้องลาสิกขากว่า 13 รูป และจำนวนหนึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหา ยักยอกเงินวัด และเงินบริจาค

หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ
คดี "พระอลงกต" กับเงินวัดพระบาทน้ำพุ ยึดคืน 10,000 ล้าน

สืบเนื่องจากเมื่อเดือน เม.ย. 2568 ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยา และอาจารย์ประจำภาควิชาสังคมศาสตร์ (สาขาอาชญาวิทยา) พาผู้ร้องเรียนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.เพื่อให้ข้อมูลว่า นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ "หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ" เปิดรับบริจาคให้วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี สถานที่รักษาดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์ มีพฤติการณ์ทุจริตเงินบริจาค โดยมียอดเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีดังกล่าว 300 กว่าล้านบาท

เมื่อตำรวจตรวจสอบพบว่า หมอบี ไม่ได้นำเงินที่ได้จากการบริจาคไปมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุทั้งหมด โดยมีหลักฐานเชื่อว่านำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว บางส่วนนำไปมอบให้กับ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดฯ เมื่อขยายผลสืบสวนเพิ่มเติม พบว่า หลวงพ่ออลงกต เมื่อรับเงินที่ หมอบี มามอบให้ในฐานะตัวแทนของวัดพระบาทน้ำพุ กลับไม่นำเงินเข้าวัด แต่ทุจริตเอาเงินที่รับมาทั้งหมดไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว เช่น นำไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืม นำไปซื้อทรัพย์สินส่วนตัว ขณะที่สื่อมวลชน และโซเชียลต่างขุดคุ้ยประวัติ หลวงพ่ออลงกต พบความผิดปกติหลายรายการ ทั้งการสวมบัตรประชาชนคนตาย การโกหกเรื่องวุฒิการศึกษา และประวัติการทำงาน

จนกระทั่งวันที่ 26 ส.ค. 2568 ตำรวจบุกเข้าจับกุม หลวงพ่ออลงกต ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ฟอกเงิน และสมคบฟอกเงิน ขณะที่ หมอบี ถูกแจ้งข้อหา เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และร่วมกันฟอกเงิน

ต่อมาตำรวจได้ทำการยึดทรัพย์คืนวัดพระบาทน้ำพุ รวมกว่า 10,000 ล้านบาท อาทิ โฉนด 2 ฉบับ จากคนใกล้ชิด มูลค่า 70 ล้าน เช็คนำฝากชื่อผู้อื่น จำนวน 21 ใบ มูลค่า 52 ล้าน รถยนต์ รถตู้ รถกระบะ รถแทรกเตอร์ และรถบรรทุก 60 คัน เป็นต้น ตำรวจเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นคือเรื่องผู้หญิง เพราะท่านมีภรรยาหลายคน และมีอยู่คนหนึ่งคาดเป็นกิ๊กใหม่ เกิดความหึงหวงจึงเปิดเผยเรื่องราวขึ้นมา

เจ้าคุณแย้ม กับ  น.ส.อรัญญาวรรณ หรือ สีกาเก็น
"ทิดแย้ม" ยักยอกเงินวัด 2,000 ล้าน เปย์หญิง เล่นพนัน

สืบเนื่องจากตำรวจ บช.ก.ได้รับการร้องเรียนว่า "เจ้าคุณแย้ม" หรือ พระธรรมวชิรานุวัตร เจ้าคณะภาค 14 และเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม มีพฤติกรรมยืมเงินพระ ฆราวาส แล้วไม่ใช้คืน จากนั้นได้ส่งตำรวจ บก.ป.เข้าไปแฝงตัวในวัดกว่า 8 เดือน จนพบหลักฐานการกระทำผิดว่า มีการยักยอก และใช้เงินวัดอย่างไม่เหมาะสมจริง โดยยักยอกเงินวัดกว่า 300 ล้านบาทไปใช้จ่าย โอนเงินเข้าบัญชีของสีกาคนสนิทชื่อ น.ส.อรัญญาวรรณ หรือ "สีกาเก็น" เพื่อเล่นพนัน ตรวจสอบเส้นทางการเงินของสีกาคนนี้ มีเงินหมุนเวียนกว่า 2 พันล้านบาท และเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนัน

ต่อมาวันที่ 15 พ.ค. 68 ตำรวจได้จับกุม เจ้าคุณแย้ม พร้อมพวก ในหลายข้อหา เช่น เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อมาวันที่ 11 พ.ย. 2568 ปปง.ได้แถลงยึดและอายัดทรัพย์สินคดี ทิดแย้ม มูลค่ารวม 413 ล้านบาท ทั้งหมด 205 รายการ อาทิ ที่ดิน รถ เครื่องประดับ เงินฝาก มูลค่า 41 ล้านบาท จากเว็บพนันยึดที่ดิน เงินฝาก มูลค่า 161 ล้านบาท เป็นต้น

พระโชติ กับ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ สีกาเอ๋
"พระโชติ" ยักยอกเงินวัด 92 ล้าน เสวยกามบนโต๊ะอาหาร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 ตำรวจ บก.ป.ได้รับหนังสือร้องเรียน ระบุว่า พระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเชิงชู้สาวกับ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ "สีกาเอ๋" ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ รวมทั้งมีข้อสงสัยว่าเจ้าอาวาสอาจใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการทุจริตเงินของวัด

จากการสืบสวนพบพิรุธหลายประการ โดยแบ่งแนวทางการตรวจสอบออกเป็น 2 ส่วน ทั้งเรื่องพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดวินัยสงฆ์ และเรื่องการนำเงินที่ควรเข้าบัญชีวัดออกไป โดยเฉพาะเงินจากการทำบุญและการเช่าวัตถุมงคล โดยพบเส้นทางการเงินสำคัญ 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นเงินจากการเช่าวัตถุมงคล 22 รายการ รวมเป็นเงิน 2.8 กว่าล้านบาท

โดยมีพยานยืนยันว่า เจ้าอาวาสเป็นผู้สั่งให้ออกใบอนุโมทนาบัตรดังกล่าวจริง ส่วนที่ 2 เป็นเงินที่ประชาชนบริจาคเพื่อทำนุบำรุงวัด จำนวน 89 ล้านบาท เมื่อตรวจสอบรวมกับเงินจากการเช่าวัตถุมงคลแล้วพบว่ามีจำนวน 90-92 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบบัญชีของวัดกลับไม่พบว่า เงินจำนวนดังกล่าวถูกนำเข้าบัญชีวัด จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่พบว่า มีการทุจริตเงินของวัด

แจ้งข้อหา อดีตพระวชิรญาณ เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริต และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 83 ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ส่วน น.ส.ปุณยวีร์ ถูกแจ้งข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหน้าที่มิชอบ รวมถึงสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน

หลังจากจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้พร้อมนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 แล้ว เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การปฏิเสธ แต่ให้การยอมรับว่า เรื่องมีอะไรกันบนโต๊ะอาหาร ที่ปรากฏตามคลิปเป็นเรื่องจริง.