กกต.คุมเข้มวันลงมติคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย.จัดตำรวจ 1 กองร้อย รับมือมวลชน จ่อแถลงผลเย็น 14 ก.ย. คาด ไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด
วันนี้ (12 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กกต.เพื่อลงมติคดีฮั้ว สว.ในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.ซึ่งจะเริ่มในเวลา 10:00 น.นั้น มีรายงานว่า วันดังกล่าวเมื่อเริ่มการประชุม กกต.แต่ละคนจะส่งใบลงมติของตนเองที่มีต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ใน 7 ข้อกล่าวหา โดยใบลงมติดังกล่าว กกต.แต่ละคนได้รับไปตั้งแต่ครั้งจบการรับฟังข้อเท็จจริงในสำนวนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้น เจ้าหน้าที่สำนักการประชุมจะรวบรวมผลการลงมติและขานมติ ซึ่งเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา กกต.ได้มีการประชุมทำความเข้าใจในเรื่องการลงมติดังกล่าวแล้ว
สำหรับผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ทั้ง 229 คน แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน รมต. สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน เครือข่ายพรรคภูมิใจไทย 20 คน สว.สำรองและผู้สมัคร สว. 50 คน
ทั้งนี้ หลัง กกต.มีมติแล้ว จะเป็นขั้นตอนของสำนักงานฯ ซึ่งจะต้องมีการรวบรวมความเห็นของกรรมการแต่ละคนที่เป็นเสียงข้างมาก หรือเป็นมติเอกฉันท์ มาจัดทำเป็นคำวินิจฉัย โดยตามกฎหมายจะต้องดำเนินการจัดทำคำวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน กรณีหากเป็นมติให้มีการส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งก็จะใช้เวลาในการจัดทำคำร้อง 60 วันเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังพบว่าสำนักงานฯ มีการเตรียมการเรื่องของการแถลงผลการประชุมไว้ในเย็นวันเดียวกัน โดยจะมีการเปิดให้สื่อมวลชนลงทะเบียนในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. และมีความเป็นไปได้สูงที่การแถลงจะไม่มีการระบุจำนวนเสียง กกต.ที่ลงมติว่าเป็นเท่าใด ใครเป็นเสียงข้างมาก ข้างน้อย รวมถึงจะไม่มีการระบุรายชื่อผู้ถกกล่าวหากรณีที่ กกต.มีมติให้ส่งศาลฎีกาฯพิจารณา แต่จะเป็นการระบุจำนวนคนเท่านั้น โดยความชัดเจนให้รอคำวินิจฉัย และคำสั่งรับฟ้องของศาลฎีกาเป็นหลัก
นอกจากนี้ สำนักงานฯ ประเมินว่า อาจมีกลุ่มมวลชนต่างๆ มาเกาะติดการลงมติและทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ตั้งแต่เช้า จึงมีการเตรียมการในเรื่องมาตรการความปลอดภัย โดยประสานกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยจำนวน 1 กองร้อย รวมทั้งมีการกันพื้นที่ให้ทั้งสื่อมวลชน และประชาชน อยู่บริเวณภายนอกสำนักงานฯ จนกว่าจะถึงช่วงเวลาใกล้แถลงข่าว จึงจะเปิดให้สื่อมวลชนเท่านั้นเข้าพื้นที่เพื่อรับฟังการแถลงข่าว

