แะเชิวเทรา - ญาติสาวลูกครึ่งไทย-อิสราเอลวัย 17 ปี ติดต่อ อบต.เสม็ดใต้ ขอรับร่างบิดาชาวอิสราเอลวัย 70 ปี ซึ่งเป็นร่างแรกที่ถูกฝังขณะสุสานยังมีใบอนุญาตถูกต้อง เพื่อนำไปประกอบพิธีในสถานที่อื่น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนจากหน่วยงานรัฐ ขณะที่คำสั่งผู้ว่าฯ ให้เคลื่อนย้ายทั้ง 4 ร่างภายใน 7 วัน จ่อครบกำหนด 14 ก.ย.นี้
วันนี้( 12 ก.ย.) เวลา 15.00 น. นายกิตติพงศ์ สีเหลือง นายก อบต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีสุสานของบริษัทกานชาบาด จำกัด ในพื้นที่หมู่ 2 ต.เสม็ดใต้ ว่า วันนี้ภายในสุสานยังไม่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต โดยมีเพียงเจ้าหน้าที่ อบต.เสม็ดใต้ ลงพื้นที่ตัดต้นไม้และวัชพืชบริเวณโดยรอบเท่านั้น
นายกิตติพงศ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รายงานต่อนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ถึงกรณีญาติของผู้เสียชีวิตรายหนึ่งติดต่อมายัง อบต.เสม็ดใต้ เพื่อขอรับร่างบิดา ซึ่งเป็นชายชาวอิสราเอลวัย 70 ปี ออกจากสุสานเพื่อนำไปฝังยังสถานที่อื่น
กรณีดังกล่าวเป็นร่างแรกที่ถูกนำมาฝังในช่วงที่สุสานยังมีใบอนุญาตดำเนินการ โดยทางญาติระบุว่ามีข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับตัวผู้เสียชีวิตและที่มาของร่างอย่างชัดเจน จึงต้องการขอเคลื่อนย้ายร่างออกไปดำเนินการตามความประสงค์ของครอบครัว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากที่ประชุมระดับอำเภอว่าจะดำเนินการกับร่างดังกล่าวอย่างไร เนื่องจากนายพลพีร์ได้กำชับให้ตรวจสอบรายละเอียดของร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดอย่างรอบคอบ ทั้งตัวบุคคล แหล่งที่มา และรายละเอียดการเสียชีวิต ก่อนดำเนินการใดๆ
นายก อบต.เสม็ดใต้ ระบุว่า ญาติหรือบุตรสาวของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นหญิงสาวลูกครึ่งไทย-อิสราเอล อายุ 17 ปี ทำงานอยู่ที่เมืองพัทยา และยังคงรอคำตอบจากหน่วยงานภาครัฐว่าจะสามารถรับร่างบิดาออกจากสุสานได้เมื่อใด โดยในมุมของท้องถิ่นเห็นว่าบริษัทผู้ดูแลสุสานควรเป็นผู้รับผิดชอบประสานงานกับญาติ รวมถึงดำเนินการให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายร่าง
ขณะเดียวกัน ประเด็นที่ต้องจับตาคือคำสั่งของ น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่กำหนดให้มีการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ร่างออกจากพื้นที่ภายใน 7 วันนับแต่รับทราบคำสั่ง ซึ่งตามกำหนดจะครบเส้นตายในวันที่ 14 ก.ย.นี้
ทำให้ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 1–2 วัน ขณะที่ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายร่างหรือแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ท่ามกลางการรอคอยของญาติผู้เสียชีวิต และความสนใจของประชาชนที่ติดตามปัญหาสุสานบางคล้าอย่างต่อเนื่อง

