xs
xsm
sm
md
lg

ทลาย 2 เครือข่ายยา ยึดไอซ์ทะลุ 700 กก. เคตามีน 20 กก. ลำเลียงผ่านบริษัทขนส่ง เร่งล่าตัวการใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตำรวจนครบาลจับ 2 เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึด ยาไอซ์กว่า 700 กิโลกรัม และเคตามีน 20 กิโลกรัม มูลค่ารวมหลายสิบล้านบาท หลังขยายผลทั้งเครือข่ายลำเลียงผ่านบริษัทขนส่งและรับยาจากผู้ค้ารายใหญ่ เตรียมขยายผลถึงตัวการต่อไป

วันนี้ (11 ก.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุมยาเสพติดของตำรวจสืบนครบาล7 และ กองกำกับการ สวัสดิภาพ เด็กและสตรี(กก.ดส.) สกัดจับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมของกลาง ยาไอซ์กว่า 700 กิโลกรัม และเคตามีน 20 กิโลกรัม


โดยคดีแรก กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 โดย กก.สส.บก.น.7 ร่วมกับสำนักงาน ปปส.กทม. สืบสวนขยายผลจากกรณีเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.9 จับกุมยาไอซ์ 205 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 หลังพบข้อมูลว่าขบวนการดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบส่งยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่ง เพื่อกระจายให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.สงขลา

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย จนพบว่ามีการเรียกรถขนส่งเข้ามารับกล่องพัสดุที่บ้านพักในพื้นที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ กระทั่งวันที่ 9 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่ากลุ่มเป้าหมายได้รับยาเสพติดล็อตใหม่มาซุกซ่อนไว้ภายในบ้าน เพื่อรอส่งต่อให้ลูกค้า

เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตาม กระทั่งพบรถขนส่งเข้ามารับพัสดุจากบ้านหลังดังกล่าว ก่อนติดตามรถไปจนถึงปั๊มน้ำมันย่านพระราม 2 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ และแสดงตัวขอตรวจสอบพัสดุ


จากการตรวจค้นพบยาไอซ์บรรจุในถุงชาสีเขียวและสีขาว ซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องพัสดุ รวมประมาณ 300 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงประสานชุดติดตามผู้ต้องหาให้เข้าควบคุมตัวนายธเนศ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่นำกล่องพัสดุมาส่งขึ้นรถขนส่ง

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจค้นบ้านพักย่านประชาอุทิศ 90 จ.สมุทรปราการ พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่อีกประมาณ 100 กิโลกรัม รวมของกลางยาไอซ์ทั้งหมด 400 กิโลกรัม

สอบสวนเบื้องต้น นายธเนศรับว่าเป็นผู้ครอบครองยาไอซ์ทั้งหมด และเป็นผู้ว่าจ้างรถขนส่งให้เข้ามารับพัสดุ โดยอ้างกับผู้ขับรถว่าเป็นอะไหล่และอุปกรณ์รถจักรยานยนต์

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

นายธเนศรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางไปดำเนินการตามขั้นตอน และเตรียมนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดี พร้อมขยายผลติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป


อีกรายกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส. พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. จับกุม นายวิวัฒน์ หรือเต้ย อายุ 39 ปี และ น.ส.พิมลพรรณ อายุ 30 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 240 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 240 กิโลกรัม เคตามีน 20 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 20 กิโลกรัม รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท

การจับกุมมีขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 07.00 น. บริเวณสถานีบริการน้ำมันย่านอยุธยา-เอเชีย ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขยายผลตรวจค้นบ้านพักภายในซอยสุขสวัสดิ์ 70 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองอยู่ในเครือข่ายยาเสพติดพื้นที่สุขสวัสดิ์-ทุ่งครุ โดยรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ใน จ.ลพบุรี ก่อนนำมาเก็บไว้ที่บ้านพักเพื่อกระจายให้ลูกค้า

ขณะเข้าจับกุมพบผู้ต้องหาทั้งสองขับรถมาจอดที่สถานีบริการน้ำมัน จึงแสดงตัวตรวจค้น พบยาไอซ์ 240 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ภายในรถ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าไปรับยาจาก จ.ลพบุรี เพื่อนำไปส่งต่อให้ลูกค้าตามคำสั่งของหัวหน้า โดยได้รับค่าจ้าง 100,000 บาท และกำลังจะนำยาไปเก็บที่บ้านพัก

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นบ้านพัก พบเคตามีนอีก 20 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอนของผู้ต้องหาทั้งสอง ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า และนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป