xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลกลับลำ ชี้การแสดงออกคือพลังบริสุทธ์ปกป้องผลประโยชน์ชาติพร้อมฟัง โวผลงานนอมินีลด 81.77% ยึดกว่า 2 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“หมอเอก” รับฟังเสียงที่แสดงความสงสัยในการทำงานรัฐบาลปมทุนเทา–นอมินี–ต่างชาติผิดกม.พร้อมแสดงผลงานยุค "อนุทิน"นอมินีลดลง81.77%ยึด–อายัดทรัพย์กว่า2หมื่นล.มั่นใจการแสดงออกคือพลังบริสุทธ์ปกป้องผลประโยชน์ประเทศ

วันนี้ (10ก.ย.) นายเอกภพเพียรพิเศษโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผยถึงกรณีมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือ“นอมินี”รวมทั้งการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายยืนยันทุกฝ่ายรับข้อสั่งการ“ปิดชื่อถือพฤติกรรม”ของนายอนุทินชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีรวมทั้งการลงพื้นที่ตรวจธุรกิจขยายผลเส้นทางการเงินส่วนตัวเคารพทุกความเห็นและการแสดงออกภายใต้กฏหมายมั่นใจทุกฝ่ายพร้อมร่วมมือรัฐบาลในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ

สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินงานอย่างบูรณาการมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ารายงานการจดทะเบียนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงถึงร้อยละ81.77เดือนสิงหาคม2569เหลือเพียง163รายลดลงจากจำนวน894รายในเดือนสิงหาคม2568ขณะที่สำนักงานปปง.มีมติยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมในคดีเครือข่าย“ยิมเลียก–เบนสมิธ”อีก34รายการมูลค่าประมาณ8,269ล้านบาทรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดในคดีดังกล่าวทั้งหมดจำนวน102รายการมูลค่ารวมประมาณ20,392ล้านบาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการปราบปรามทุนเทาและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง

การลงพื้นเกาะพะงันจังหวัดสุราษฎร์ธานีพบกลุ่มนิติบุคคล112รายที่มีข้อมูลสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างด้าวเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและต้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนรวมถือครองที่ดิน124แปลงเนื้อที่ประมาณ86ไร่3งาน42.4ตารางวาโดยในจำนวนนี้104รายเป็นกรณีตรวจพบใหม่และ8รายเป็นกรณีที่มีคำพิพากษาศาลแล้วขณะที่มีการสั่งจำหน่ายที่ดินแล้ว8รายรวม9แปลงและอยู่ระหว่างดำเนินการในรายอื่นตามขั้นตอนกฎหมาย

วานนี้(9สิงหาคม2569)รัฐบาลเปิดปฏิบัติการ“บูรณาการห้วยขวาง”กรมการปกครองร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากรมการจัดหางานและกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจโรงแรมและสถานประกอบการเบื้องต้นพบสถานประกอบการและโรงแรมบางแห่งไม่มีใบอนุญาตรวมถึงประเด็นการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารและพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินีสั่งสืบสวนขยายผลถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้นเส้นทางการเงินการถือครองที่ดินและผู้เกี่ยวข้อง

“ท่านนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งเด็ดขาดกวาดล้างเอาโทษกลุ่มบุคคล/บุคคลที่ใช้ช่องว่างทางกฎหมายใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือประกอบธุรกิจโดยมิชอบขณะเดียวกันรัฐบาลยืนยัน“เปิดรับการลงทุนที่ถูกต้องปิดทางธุรกิจผิดกฎหมาย”ส่งเสริมผู้ประกอบการหรือนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้ประกอบธุรกิจและสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย”โฆษกรัฐบาลย้ำ

ล่าสุดนายกรัฐมนตรีอนุทินลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทยเนรเทศนายยาคอฟโอฮะยอน(MR.YAACOVOHAYON)สัญชาติอิสราเอลออกนอกราชอาณาจักรจากพฤติกรรมฝ่าฝืนต่อกฎหมายขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีความผาสุกของประชาชนรวมถึงคำสั่งกระทรวงมหาดไทยเนรเทศนายเควินดิมิโน(MR.KEVINDIMINO)สัญชาติฝรั่งเศสที่มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามทำร้ายร่างกายสร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนาขณะเดียวกันนายสีหศักดิ์พวงเกตุแก้วรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังได้หารือกับนางอะโลนาฟิชเชอร์-คัมม์เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทยเมื่อวันที่8กันยายน2569เน้นการเคารพกฎหมายขนบธรรมเนียมและวิถีชีวิตของไทยควบคู่กับส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน

“กฎหมายไทยบังคับใช้เท่าเทียมทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยยึดหลักกฎหมายไทยไม่มีสัญชาติใดได้สิทธิพิเศษหากดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายหรือกระทำความผิดละเมิดสิทธิผู้อื่นมีพฤติกรรมขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีก็มีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างระบบเศรษฐกิจโปร่งใสเพราะจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศโดยเฉพาะอุตสาหกรรมขั้นสูงขณะเดียวกันท่านนายกรัฐมนตรีคอยรับฟังทุกเสียงสะท้อนข้อห่วงใยและการแสดงออกของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนเพราะถือเป็นพลังบริสุทธิ์เช่นเดียวกับรัฐบาลที่ต้องการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ“นายเอกภพกล่าวทิ้งท้าย