พระนครศรีอยุธยา – “หลวงพ่อโชติ” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยอมลาสิกขาแล้ว หลังถูกกองปราบฯ จับกุมตามหมายจับศาลอาญาทุจริตฯ ปมถูกกล่าวหาเบียดบังเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท ก่อนนำตัวเข้าโบสถ์ให้รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทำพิธีลาสิกขา ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นตำรวจควบคุมตัวพร้อมหญิงสาวที่เกี่ยวข้องไปสอบสวนต่อที่กองปราบปราม
วันนี้ (10 ก.ย. ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้นำตัว พระวชิรญาณ วิ. (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือ “หลวงพ่อโชติ” อายุ 66 ปี เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย. 2569 เข้าไปภายในพระอุโบสถของวัด
จากนั้นได้นิมนต์ พระวชิโรภาส (ประดิษฐ์ ฐานิโก) รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดคลองตะเคียน และเจ้าคณะตำบลผู้ดูแลรับผิดชอบวัดพุทไธศวรรย์ มาทำพิธีลาสิกขาบทให้แก่พระวชิรญาณ
พิธีลาสิกขาใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ออกจากพระอุโบสถ เพื่อนำตัวไปสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับ พระวชิรญาณ หรือ “หลวงพ่อโชติ” ถูกตำรวจ กก.1 บก.ป. เข้าจับกุมก่อนหน้านี้ภายในกุฏิวัดพุทไธศวรรย์ ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต รวมถึงสมคบและร่วมกันฟอกเงิน
แนวทางการสืบสวนของตำรวจระบุว่า พบพฤติการณ์ต้องสงสัยเบียดบังเงินของวัดไปเป็นประโยชน์ส่วนตน ก่อนนำเงินไปมอบให้สีกาคนสนิทเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพและอำพรางทรัพย์สิน โดยพบการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบมากกว่า 20 รายการ ในช่วงเวลากว่า 2 ปี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 92 ล้านบาท
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นกุฏิและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมเอกสารและหลักฐานทางการเงิน รวมถึงตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดภายในกุฏิ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ล่าสุดหลังทำพิธีลาสิกขาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวอดีตเจ้าอาวาส พร้อมด้วย น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง ซึ่งมีชื่อเกี่ยวข้องกับแนวทางการสอบสวน ไปดำเนินการตามขั้นตอนที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อสอบปากคำและขยายผลเส้นทางการเงินต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

