สระแก้ว – ตลาดโรงเกลือเริ่มกลับมาคึกคัก ร้านค้าเปิดเกือบเต็มพื้นที่ โดยเฉพาะร้านอาหาร ของสด ผลไม้ และสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชากลับมาค้าขายกันต่อเนื่อง แต่บรรยากาศกลับสวนทางกับจำนวนผู้ซื้อ หลังแทบไม่พบลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่าย ด้านประธานหอการค้าสระแก้วชี้เศรษฐกิจชายแดนได้รับผลกระทบหนัก วอนทุกฝ่ายลดความตึงเครียด
วันนี้ ( 9 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการค้าภายในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังพื้นที่ชายแดนผ่านสถานการณ์ความตึงเครียดและมาตรการปิดด่าน พบว่าบรรยากาศภายในตลาดเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยร้านค้าจำนวนมากทยอยกลับมาเปิดให้บริการเกือบเต็มพื้นที่ คาดว่าราว 100%
โดยเฉพาะร้านจำหน่ายอาหาร กับข้าว ของสด ผลไม้ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่รถเร่หลายรายนำสินค้ามาจอดจำหน่ายบริเวณริมถนน ทำให้บางช่วงของตลาดมีภาพใกล้เคียงกับบรรยากาศก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียด
อย่างไรก็ตาม หากมองจากจำนวนผู้ที่เข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้า กลับพบภาพที่แตกต่างอย่างชัดเจน เนื่องจากแทบไม่พบประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาซื้อสินค้าเหมือนในอดีต ขณะที่พื้นที่ลานจอดรถยังค่อนข้างโล่ง สะท้อนว่ากำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยยังไม่กลับมาเต็มที่
สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนภายในตลาดโรงเกลือ คือพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาจำนวนมากกลับมาประกอบอาชีพค้าขายอย่างต่อเนื่อง ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของสด ผลไม้ และสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้พื้นที่ค้าขายหลายจุดมีความคึกคักจากฝั่งผู้ค้า
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับพ่อค้าขายมะพร้าวรายหนึ่ง ซึ่งสื่อสารภาษาไทยได้ไม่ชัด และระบุว่าตนเป็นชาวกัมพูชา เมื่อสอบถามถึงการเดินทางเข้ามาอยู่และค้าขายในตลาดโรงเกลือในช่วงที่ด่านชายแดนยังปิด เจ้าตัวมีท่าทีอ้ำอึ้งและไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางเข้ามา
เมื่อสอบถามว่า “ตำรวจไม่จับหรือ และเข้ามาอยู่ได้อย่างไร” ชายรายดังกล่าวระบุว่าไม่มีการจับกุม พร้อมอ้างว่าก่อนหน้านี้มีบุคคล 2 คนเข้ามาเรียกเก็บเงินจากตน คนละ 500 บาท แต่ไม่ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร หรือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงคำกล่าวอ้างจากผู้ค้ารายดังกล่าว ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายบำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงสถานการณ์การค้าชายแดนว่า ภาพรวมของตลาดโรงเกลือและเศรษฐกิจชายแดนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ความตึงเครียดและการปิดด่านที่ผ่านมา
นายบำรุง เปรียบเทียบสถานการณ์การค้าขายในขณะนี้ว่า ตลาดโรงเกลืออยู่ในภาวะย่ำแย่จนแทบจะเรียกได้ว่า “ไม่มีเกลือให้กินแล้ว” และหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไป ก็เกรงว่าตลาดอาจได้รับผลกระทบอย่างหนักจนยากต่อการฟื้นตัว
โดยผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง แต่ครอบคลุมตั้งแต่พ่อค้าแม่ค้า ร้านค้า ผู้ประกอบการด้านการขนส่ง ตลอดจนประชาชนที่พึ่งพาการค้าชายแดน
สำหรับแนวทางแก้ไข นายบำรุง เห็นว่า ทุกฝ่ายควรพยายามลดความตึงเครียดและหันกลับมาใช้การเจรจา เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว เพราะหากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป จะสร้างความเสียหายต่อประชาชนและเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
ส่วนกรณีหากมีการเปิดด่านชายแดนอีกครั้ง และเศรษฐกิจจังหวัดสระแก้วจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใดนั้น ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด เนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน ทั้งสถานการณ์ชายแดน ความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงความสัมพันธ์และมาตรการของทั้งสองประเทศ สิ่งที่ผู้ประกอบการชายแดนกำลังรอคอย คือการกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาและการคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อให้สามารถกลับมาทำมาค้าขายได้ตามปกติ
นายบำรุงยังกล่าวด้วยว่า การปิดด่านไม่ได้หมายความว่าจะมีเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ เพราะประชาชนและผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศต่างได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน ดังนั้น การปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อจึงไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด
สำหรับภาพรวมตลาดโรงเกลือในวันนี้ แม้ร้านค้าจะกลับมาเปิดเกือบ 100% และพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชากลับมาค้าขายกันอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ยังหายไปคือ ลูกค้าชาวไทยถนนภายในตลาดและพื้นที่จอดรถยังค่อนข้างเงียบ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ปะทะ ซึ่งเคยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก
ภาพที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนว่า แม้ตลาดโรงเกลือจะกลับมาเปิดได้เกือบเต็มพื้นที่ แต่ความคึกคักในเวลานี้อาจเป็นเพียง “ความคึกคักของผู้ค้า” ขณะที่กำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยยังไม่กลับมา

