xs
xsm
sm
md
lg

เปิดมุมมองสองด้านปม “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” ฝ่ายอนุรักษ์หนุนสร้าง ชี้ต้องมีน้ำสำรองอนาคต แต่ย้ำรัฐต้องฟังเสียงคนจันทบุรี-ฟื้นฟูป่าและสัตว์ป่าให้ชัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



จันทบุรี – เปิดอีกมุมมองกรณีข้อถกเถียงโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี หลังมีทั้งฝ่ายสนับสนุนที่เห็นว่าเป็นโครงการจำเป็นต่อการสร้างความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต ขณะที่ฝ่ายคัดค้านยังแสดงความกังวลต่อการใช้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่า

นายสมเกียรติ สมรรถการ นายกสมาคมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพิทักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด และผู้ทรงคุณวุฒิ/รองประธานคนที่ 2 คณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก เปิดมุมมองในฐานะฝ่ายอนุรักษ์ว่า เห็นด้วยกับการเดินหน้าโครงการ แต่ย้ำว่าการตัดสินใจต้องคำนึงถึงประชาชนและสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน

เหตุผลสำคัญที่เห็นด้วยคือประเทศไทยจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำสำรองรองรับทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภคที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยไม่ควรรอให้เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำแล้วจึงเริ่มดำเนินการ เพราะโครงการขนาดใหญ่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ ส่วนพื้นที่เขาสิบห้าชั้น แม้ต้องใช้พื้นที่จำนวนมากและมีส่วนที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ แต่ในมุมมองด้านภูมิศาสตร์ถือว่าเป็นจุดที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงและเป็นต้นน้ำ โดยเห็นว่าคุณภาพน้ำมีโอกาสดีกว่าพื้นที่ที่ผ่านเขตเกษตรกรรมหรืออุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ยังเป็นข้อถกเถียงคือผลกระทบต่อพื้นที่ป่า ระบบนิเวศ และเส้นทางหากินของสัตว์ป่า ซึ่งฝ่ายคัดค้านมองว่าไม่ควรแลกพื้นที่ป่าอนุรักษ์กับการพัฒนาแหล่งน้ำ ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนเห็นว่าหากโครงการเดินหน้า รัฐต้องมีมาตรการฟื้นฟูและชดเชยผลกระทบที่ชัดเจน โดยเฉพาะการดูแลช้างป่าและสัตว์ป่า รวมถึงต้องทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์และได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่มองเฉพาะตัวโครงการ

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อสังเกตเรื่องโครงการอาจเกี่ยวข้องกับการขอสัมปทานหรือการสำรวจแร่ทองคำในพื้นที่นั้น ขอยืนยันว่า จากมุมมองของตนทั้งสองเรื่องไม่เกี่ยวข้องกัน และการนำมาผูกโยงกันอาจทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากการขอสำรวจแร่เป็นอีกกระบวนการหนึ่งตามกฎหมาย พร้อมมองว่าการสื่อสารเรื่องโครงการควรเปิดข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบได้มากที่สุด เพื่อลดข้อสงสัยและความขัดแย้ง

สุดท้ายแล้วหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายสนับสนุนหรือกลุ่ม NGO เพียงฝ่ายใด แต่คือ “เสียงของคนจันทบุรี” หากประชาชนในพื้นที่ยังมีความเห็นแตกต่างกัน รัฐจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจและรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้านก่อนเดินหน้า พร้อมเสนอให้มีแผนฟื้นฟูป่า ระบบนิเวศ และการจัดการช้างป่าที่เป็นรูปธรรม ควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบอย่างโปร่งใส เพื่อให้การตัดสินใจเรื่องอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดอยู่บนพื้นฐานของทั้ง “ความมั่นคงด้านน้ำ” และ “การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ” โดยไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องแบกรับผลกระทบเพียงลำพัง