ที่ปรึกษาอาวุโสของทำเนียบขาว รวมถึงรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ได้เตือนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการส่วนตัวว่า ความขัดแย้งกับอิหร่านอาจยืดเยื้อไปตลอดช่วงที่เหลือของวาระการดำรงตำแหน่งของเขา ตามที่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อวันพุธ (9 ก.ย.)
รายงานซึ่งอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระบุว่า ที่ปรึกษาเหล่านั้นบอกกับ ทรัมป์ ระหว่างการหารือส่วนตัวในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) และห้องสถานการณ์ ( Situation Room) ว่า เตหะรานอาจยังคงต่อต้านแรงกดดันจากสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อออกไปเกินวันที่ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่จะเข้ารับตำแหน่งในเดือน ม.ค. ปี 2029
คำเตือนที่รายงานนี้ขัดแย้งกับคำพูดของ ทรัมป์ เองเกี่ยวกับสงคราม ประธานาธิบดีกล่าวเมื่อวันพุธ (9) ว่า เขาคาดว่าสงครามจะยุติลง "ทันที" หลังศึกเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย. โดยอ้างว่าอิหร่านพยายามใช้อิทธิพลต่อการเลือกตั้ง แต่จะไม่สามารถต่อต้านสหรัฐฯ ได้อีกต่อไป
ทรัมป์ ยังยอมรับว่า การเจรจาทางการทูตยังคงเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่เขาต้องการ
รัฐบาลสหรัฐฯได้หันมาพึ่งพามาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยใช้การปิดล้อมทางทะเลและมาตรการคว่ำบาตรขั้นรุนแรง (ซึ่งถูกขนานนามว่า "ปฏิบัติการ Economic Outcast") เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดินขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม แวนซ์, รูบิโอ และนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง ต่างเตือนว่า การปิดล้อมมักไม่ส่งผลให้เกิดการยอมจำนนอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แต่อาจนำไปสู่สถานการณ์เผชิญหน้าที่ยืดเยื้อแทน
รายงานระบุด้วยว่า การวางแผนทางทหารกำลังปรับตัวให้สอดคล้องกับกรอบเวลาที่ยืดเยื้อ โดย พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ขยายระยะเวลาการประจำการของกองกำลังในตะวันออกกลางออกไปจนถึงปี 2027
ที่ปรึกษาระดับสูงยังแสดงความกังวลว่า สงครามที่ยืดเยื้อจะสร้างภาระหนักอย่างต่อเนื่องต่อทรัพยากรทางทหารของสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกยังคงอยู่ในระดับสูง และกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งภายในประเทศไปจนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2028
ที่มา: รอยเตอร์, investinglife

