เครื่องบินลำหนึ่งซึ่งกำลังพาประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เดินทางไปยังกรุงออสโล เพื่อร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์ เกือบถูกพุ่งชนโดยโดรนลำหนึ่ง ขณะกำลังเทคออฟขึ้นจากมอลโดวาในวันอังคาร(8ก.ย.) เบื้องต้นยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ แต่มอลโดวากล่าวหาโดรนของรัสเซียล่วงล้ำเข้ามาในน่านฟ้าของประเทศ
โจนาส การ์ สโตร์ นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์เอ็นอาร์เคในวันพุธ(9ก.ย.) ว่า "เครื่องบินของเขาเกือบถูกโดรนลำหนึ่งพุ่งชน ขณะที่มันกำลังเตรียมเทคออฟขึ้นจากมอลโดวา นั่นคือความเป็นจริงที่เขากำลังเผชิญอยู่" เขากล่าวอ้างถึงประธานาธิบดียูเครน อย่างไรก็ตาม สโตร์ ไม่ได้เผยว่าเขาได้ข้อมูลนี้มาจากแหล่งที่มาใด หรือโดรนพุ่งเฉียดเครื่องบินมากน้อยแค่ไหน
รายงานข่าวระบุว่า เซเลนสกี เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ตามกำหนด เดินอยู่เบื้องหลังหีบพระศพร่วมกับเหล่าประมุขแห่งรัฐคนอื่นๆ ใจกลางกรุงออสโล ก่อนเดินทางออกจากนอร์เวย์ ไม่นานหลังพระราชพิธีพระบรมศพเสร็จสิ้นลง
สโตร์ ระบุในถ้อยแถลงที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร(8ก.ย.) ว่าเขาจะพบปะกับผู้นำยูเครนในช่วงเย็นวันเดียวกันนั้น และทั้ง 2 คนจะพูดคุยหารือกันในประเด็นการป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน
เกี่ยวกับเหตุการณ์โดรน ทางโฆษกของรัฐบาลมอลโดวา ยืนยันเช่นกันในวันพุธ(9ก.ย.) ว่าเครื่องบินลำหนึ่งซึ่งมีประธานาธิบดีเซเลนสกีโดยสาร ที่เตรียมออกเดินทางจากมอลโดวาไปยังนอร์เวย์ มีอันต้องล่าช้า หลังทางการสั่งปิดน่านฟ้าของประเทศ เนื่องจากมีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับโดรน
โฆษกชี้แจงในถ้อยแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรส่งถึงสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่าเครื่องบินของประธานาธิบดียูเครน ได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินได้ในวันอังคาร(8ก.ย.) ครั้งได้รับการยืนยันแล้วว่าโดรนของรัสเซียได้ตกลงในดินแดนของมอลโดวาแล้ว
รายงานข่าวระบุว่าเครื่องบินขาออก 3 เที่ยวและขาเข้า 4 เที่ยว ต้องล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากคำสั่งปิดน่านฟ้าของมอลโดวา
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าโดรน 2 ลำของรัสเซียบินเข้ามายังน่านฟ้าของมอลโดวา หนึ่งในนั้นตกลงบริเวณทุ่งแห่งหนึ่งทางเหนือของเมืองหลวง ก่อให้เกิดไฟลุกไหม้ ส่วนอีกลำพุ่งเลยเข้าสู่น่านฟ้าของโรมาเนีย
มายา ซันดู ประธานาธิบดีมอลโดวา ประณามการรุกล้ำด้วยโดรนดังกล่าว ว่าเป็น "ภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตของผู้คน" และประณามการโจมตีด้วยโดรนลำหนึ่งโดยรัสเซีย ณ จุดผ่านแดนแห่งหนึ่งติดกับยูเครน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 2 ราย
(ที่มา:รอยเตอร์ส)

