xs
xsm
sm
md
lg

ซี.พี. ยอมเดินรถ”แอร์พอร์ตลิงก์”ต่อ 4 เดือนเรียกค่าใช้จ่ายรวม 240 ล้านบาท ห้ามรฟท.ฟ้องร้องทุกกรณีไม่งั้นหยุดเดินรถ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เปิดเงื่อนไข ซี.พี. ยอมเดินรถ”แอร์พอร์ตลิงก์”ต่อ 4 เดือน เรียกค่าใช้จ่ายเดือนละ 60 ล้านบาท รวม 240 ล้านบาท ห้ามรฟท.ฟ้องร้องทุกกรณีไม่งั้นหยุดเดินรถทันที พรุ่งนี้ (10 ก.ย.69) เสนอบอร์ดรฟท.หาข้อยุติที่ยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย

วันที่ 9 ก.ย. 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ได้รายงานต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงความคืบหน้าเรื่องการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) กรณี MOU การเดินรถกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (AERA 1 ) (ในเครือบริษัท ซี.พี.) สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2569 โดยจากที่ รฟท. ขอให้เอกชนช่วยสนับสนุนการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อไปอีก 4 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 - 31 ม.ค. 2570 เนื่องจากเป็นการบริการสาธารณะที่ไม่ควรหยุดชะงัก โดยทาง ซี.พี. ได้ตอบกลับมาเมื่อคืนวันที่ 8 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมาว่า ยินดีจะสนับสนุนการเดินรถต่อไปอีก 4 เดือน ตามที่ รฟท. ร้องขอ โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องไม่นำเรื่องการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ไปผูกพันกับการขอใช้สิทธิยกเลิกสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)

และกรณีมีการฟ้องร้องระหว่างกัน ทางเอกชนขอสงวนสิทธิ์ยุติการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ทันที ซึ่งขณะนี้ รฟท. ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีประเด็นใดที่จะนำไปสู่การฟ้องร้องกันบ้าง แต่หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นจริง ยังสามารถใช้กระบวนการเจรจากันก่อนได้

นอกจากนี้เอกชน ยังเสนอขอค่าบริหารจัดการเดินรถเดือนละ 60 ล้านบาท หรือรวม 240 ล้านบาท ซึ่งในประเด็นนี้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ รฟท.เห็นว่า ยังเป็นอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของเอกชนคู่สัญญาในการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และต้องพิจารณารายละเอียดของสัญญาหลักให้ชัดเจนก่อน

อย่างไรก็ตาม รฟท. จะนำรายละเอียดและเงื่อนไขทั้งหมดที่เอกชนทำหนังสือแจ้งมา เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ในวันที่ 10 ก.ย. 2569 เพื่อพิจารณาแนวทางในการรักษาความต่อเนื่องของการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เงื่อนไขที่เอกชนเสนอว่าถ้าฟ้องร้อง จะยุติสนับสนุนการเดินรถทันที เหมือนจะเป็นการข่มขู่หรือไม่ นายอนันต์ กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการข่มขู่ แต่เป็นการระบุสิทธิของเอกชน ขณะที่ รฟท. ก็มีหน้าที่ต้องคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและดูแลไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการหยุดให้บริการ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง และต้องมีการหารือ เพื่อหาข้อยุติในเงื่อนไขที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกันให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด