สิบโทควบบิ๊กไบค์ชนตำรวจจราจร สน.บางซื่อ ถูกแจ้ง 6 ข้อหา สารภาพซิ่งหนี เพราะไม่มีใบขับขี่จึงกลัวตำรวจจับ ยอมชดใช้ค่าซ่อมรถ
จากกรณีเพจ “อ้ายแบงค์ซาว” ซึ่งเป็นตำรวจจราจร สน.บางซื่อ โพสต์คลิปเหตุการณ์สุดระทึกกลางดึกในพื้นที่เขตบางซื่อ กทม. หลังชายขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งมีการพับแผ่นป้ายทะเบียนและใช้ท่อไอเสียเสียงดัง พยายามขี่รถหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางซื่อ โดยระหว่างหลบหนีได้ขี่รถส่ายไปมาตามเส้นทางบริเวณถนนหน้าสวนจตุจักรด้วยความเร็วสูง ก่อนพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และขี่หลบหนีไปนั้น
ล่าสุด วันนี้ (8 ก.ย.) พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังพนักงานสอบสวนสอบปากคำนายทหารยศสิบโท ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่ก่อเหตุดังกล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่า นายทหารคนดังกล่าวขี่รถออกจากบ้านพักย่านพระราม 5 เพื่อเดินทางไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต
ระหว่างทางเมื่อขี่มาถึงบริเวณแยก อตก. ได้พบกับตำรวจจราจร สน.บางซื่อ ซึ่งสังเกตเห็นว่ารถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มีการปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่ไม่ยอมหยุด กลับเร่งเครื่องขี่รถหลบหนีไปทาง สน.เตาปูน ก่อนเกิดเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของตำรวจจราจร สน.บางซื่อ
ต่อมาวันนี้ ผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ โดยตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นรวม 6 ข้อหา ได้แก่
1. ขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่
2. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายและได้รับบาดเจ็บ
3. ขับรถหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ
4. ขับรถจักรยานยนต์โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
5. ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่
6. ใช้รถที่ พ.ร.บ.ขาด
พ.ต.อ.สนอง กล่าวว่า สำหรับกรณีแผ่นป้ายทะเบียนนั้น รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ส่วนใหญ่มีการออกแบบตำแหน่งติดตั้งป้ายทะเบียนให้อยู่บริเวณด้านในหรือมีลักษณะหลบเข้าไป ทำให้มองเห็นได้ยาก โดยรถคันดังกล่าวมีแผ่นป้ายทะเบียนติดอยู่ แต่ตำรวจจราจรมองเห็นไม่ชัด จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ
ส่วนสาเหตุที่ผู้ขับขี่ตัดสินใจขี่รถหลบหนี เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เมื่อเห็นตำรวจเรียกตรวจจึงเกิดความกลัวและตัดสินใจขี่รถหลบหนีไปทาง สน.เตาปูน ก่อนถูกตำรวจ สน.เตาปูน สกัดจับไว้ได้ และดำเนินการเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก
จากนั้นตำรวจทั้งสองพื้นที่ได้ประสานข้อมูลกัน จนพบว่าผู้ขับขี่เป็นบุคคลเดียวกัน และรถจักรยานยนต์ที่ถูกสกัดไว้เป็นคันเดียวกับที่ก่อเหตุเฉี่ยวชนตำรวจจราจร สน.บางซื่อ
ขณะที่ ส.ต.อ.พนมรุ้ง เจียมตัว ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.บางซื่อ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้ไม่ได้ติดใจในประเด็นอื่น โดยมีเพียงเรื่องค่าเสียหายจากการซ่อมรถจักรยานยนต์ส่วนตัวที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งได้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของผู้ขับขี่แล้ว ไม่พบแต่อย่างใด
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมยินยอมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย และแสดงความประสงค์ที่จะชดใช้ค่าเสียหายในการซ่อมรถจักรยานยนต์ให้กับ ส.ต.อ.พนมรุ้ง ต่อไป

