จันทบุรี – เครือข่ายคัดค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ประกาศจุดยืนไม่ยอมรับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ซึ่งระบุว่ามีงบประมาณกว่า 7,200 ล้านบาท และอาจส่งผลให้พื้นที่ป่าราว 11,982 ไร่ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นและป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง ต้องถูกน้ำท่วมจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลทบทวนและยกเลิกโครงการ โดยชี้ว่าการแก้ปัญหาน้ำไม่ควรแลกด้วยการสูญเสียผืนป่ารอยต่อภาคตะวันออก
เครือข่ายฯ ระบุว่า โครงการดังกล่าวยังมีประเด็นที่ต้องนำกลับมาพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะข้อมูลในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ซึ่งภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ป่าและสภาพพื้นที่บางส่วนอาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่พบในพื้นที่จริง จึงต้องการให้มีการตรวจสอบข้อมูลและเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ที่ทำงานด้านการอนุรักษ์นำเสนอข้อมูลประกอบการพิจารณา
ประเด็นที่สองคือ ผลกระทบต่อผืนป่ารอยต่อภาคตะวันออก โดยเครือข่ายฯ กังวลว่าการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำจะทำให้พื้นที่ป่าบางส่วนสูญเสียไป และกระทบต่อแนวเชื่อมต่อผืนป่าหรือ “สะพานชีวภาพ” ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของสัตว์ป่าในการเคลื่อนย้ายและหากิน โดยเห็นว่าผลกระทบดังกล่าวไม่ควรประเมินเฉพาะพื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วม แต่ต้องพิจารณาผลกระทบต่อระบบนิเวศในภาพรวมด้วย
ประเด็นที่สาม คือการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่เดิม เครือข่ายฯ ระบุว่าในพื้นที่ อ.แก่งหางแมว มีอ่างเก็บน้ำอยู่แล้ว 3 แห่ง แต่ประชาชนบางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงตั้งคำถามว่าก่อนที่จะใช้งบประมาณก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ควรเร่งปรับปรุงระบบส่งและกระจายน้ำ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำเดิมให้สามารถส่งน้ำถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้มากที่สุดเสียก่อน
ส่วนประเด็นที่สี่คือ ความกังวลเรื่องความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า โดยเครือข่ายฯ ระบุว่าพื้นที่โครงการมีช้างป่าใช้ประโยชน์อยู่จำนวนมาก และประเมินว่าช้างประมาณ 74 ตัว รวมถึงทางสัญจรของช้างมากกว่า 100 เส้นทาง อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าและแหล่งอาหาร
เครือข่ายฯ กังวลว่า หากพื้นที่หากินและเส้นทางสัญจรของช้างถูกตัดขาดหรือเปลี่ยนแปลง ช้างอาจเคลื่อนออกจากพื้นที่ป่าเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสียหายต่อพืชผลและความเสี่ยงในการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้าง จึงเห็นว่าประเด็นนี้ต้องถูกนำมาประเมินอย่างจริงจังควบคู่กับผลกระทบด้านน้ำและระบบนิเวศ
ทั้งนี้ เครือข่ายคัดค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดยืนยันว่า การออกมาแสดงจุดยืนไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธการพัฒนาหรือการแก้ไขปัญหาน้ำ แต่ต้องการให้ภาครัฐพิจารณาทางเลือกอื่นอย่างรอบด้าน และรับฟังข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการ
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาล ทบทวนและยกเลิกโครงการ โดยย้ำว่า การพัฒนาแหล่งน้ำควรเกิดขึ้นควบคู่กับการรักษาผืนป่าและระบบนิเวศ เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาด้านน้ำกลายเป็นการสร้างปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า และสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

