สื่อกัมพูชารายงาน สถานการณ์ในไทยกำลังร้อนแรงขึ้น หลังนายสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศไม่กลัวตาย นัดชุมนุมบริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯ เพื่อแสดงความไม่พอใจนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อการเพิกเฉยไม่ยอมปราบปรามธุรกิจสีเทาของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิสราเอล
kampucheathmey สื่อมวลชนกัมพูชา อ้างรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ระบุว่าระหว่างการแถลงข่าวในวันอาทิตย์(6ก.ย.) นายสนธิ แสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของนายอนุทิน นายกรัฐมนตรีของไทย ในเรื่องเพิกเฉยไม่ยอมปราบปราม "ธุรกิจสีเทา" ของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอิสราเอล
เว็บไซต์ข่าวกัมพูชาแห่งนี้ อ้างคำพูดของนายสนธิ บอกว่าคนอิสราเอลเป็นหนึ่งในบรรดาชาวต่างชาติอีกหลายชาติ ดำเนินธุรกิจที่ไม่สุจริตโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี แต่รัฐบาลไทยกลับไม่มีความกระตือรือร้นใดๆในการดำเนินการหรือจัดการกับประเด็นปัญหาเหล่านี้
รายงานของ kampucheathmey ระบุว่าดังนั้นนายสนธิ จึงเปิดแคมเปญ "ทวงคืนประเทศไทย" ด้วยการจะเดินขบวนไปยังสถานทูตอิสราเอล และยื่นหนังสือร้องเรียนที่สถานทูตในวันที่ 10 กันยายน พร้อมประกาศว่า "ถ้าการต่อสู้ของผมทวงคืนประเทศไทยกลับมา ผมยินดีที่จะตาย"
kampucheathmey รายงานต่อมา แม้มีความเห็นต่างๆนานาบนสื่อสังคมออนไลน์ ว่ามันอาจกลายเป็นการประท้วงรุนแรง ในเรื่องนี้นายสนธิปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว และยืนยันว่ามันจะเป็นแค่การชุมนุมอย่างสันติ
สื่อมวชนกัมพูชา รายงานว่าเวลานี้ความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อชาวอิสราเอลกำลังเดือดดาลขึ้นเรื่อยๆ และในข้อเท็จจริงคือ มีพวกชาตินิยมคนไทยอีกกลุ่มรวมตัวกันประท้วงที่บริเวณหน้าสถานทูตประจำกรุงเทพฯเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พวกเขากล่าวหานักท่องเที่ยวอิสราเอลแสดงกิริยาหยาบคายและขาดความเคารพ ระหว่างเยือนประเทศไทย
(ที่มา:kampucheathmey)

