ขอนแก่น-ตำรวจภาค 4 พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายศาล ยึดทรัพย์คดีเครือข่ายพ่อค้ายาบ้า ยึดบ้าน ที่ดิน รถยนต์หรู ในพื้นที่จ.ขอนแก่น เพชรบุรี กรุงเทพฯ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดกว่า 30 ล้านบาท หลังขยายผลจับกุมผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาขายในพื้นที่ภาคอีสานติดต่อกันหลายปี
วันนี้ (7 ก.ย.) พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, นายพงศ์ศิริ ชื่นบาน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค4, พ.ต.อ.สมคะเน ไตรยะสุทธิ์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ณัฏฐ์ โหม่งพุฒ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.4
และนางสาวนุชนีย์ จันทนุช ผู้อำนวยการ ส่วนอำนวยการและบังคับใช้กฎหมายำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 นำหมายค้นศาลจังหวัดขอนแก่น และคำสั่งเลขา ปปส.ปิดล้อมตรวจค้น เพื่อยึดทรัพย์คดีเครือข่ายนายปรีดา (หนึ่ง) มหาแสง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 418 ม.12 บ้านหนองแวง ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือ “หนึ่ง บ้านไผ่” ยึดทรัพย์ร่วม 30 ล้านบาท
พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4 กล่าวถึงการเข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์ของนายปรีดาในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดตำรวจภูธรภาค 4 ได้สืบสวนเครือข่ายนายปรีดา หรือหนึ่งบ้านไผ่ ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง เพราะทราบว่าเป็นเครือข่ายใหญ่ในการค้ายาเสพติดของจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง โดยสืบสวนมา 6 ปี วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้จับกุมนายวรวุธ นาควัน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.5 ต.สร้างมิ่ง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร กับพวก
พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,118,100 เม็ด พื้นที่ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนขยายผลดำเนินการทำการสืบสวนขยายผล ตำรวจภูธรภาค 4 ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งยึดทรัพย์สิน
จากการรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลพบว่า ยาบ้าที่ยึดได้ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดนั้น มีนายปรีดาเป็นผู้สั่งการขนลำเลียงยาเสพติดเพื่อให้เครือข่ายนำไปขายต่อในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงเสนอพยานหลักฐานต่อ เลขาธิการ ป.ป.ส. ขออนุมัติดำเนินคดีกับนายปรีดา ในข้อหา “สมคบ โดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำผิดตามที่ตกลงนั้น”
ต่อมาวันที่ 11 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแฮด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าพระ ร่วมกันจับกุมนายปรีดากับพวก พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 60,107 เม็ด ส่งพนักงานสอบสวนสภ.ท่าพระดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกันชุดสืบสวนขยายผลคดียาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 4 ได้สืบสวนตรวจสอบทรัพย์สินนายปรีดา เชื่อว่าได้มาจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพิ่มเติม และเสนอเลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งขณะนี้ทั้งนายวรวุธและนายปรีดา ยังติดคุกอยู่
นายพงศ์ศิริ ชื่นบาน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 กล่าวว่าการตรวจค้นและยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาในคดียาเสพติดนั้น เป็นเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาขายในพื้นที่ภาคอีสาน ติดต่อกันมานาน เมื่อตัวผู้ต้องหาถูกจับก็ขยายผล และตรวจสอบทรัพย์สินที่เป็นของผู้ต้องหาเอง และตรวจยึดทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาซื้อแล้วถ่ายโอนไปเป็นชื่อบุคคลอื่นด้วย
การตรวจค้นและยึดทรัพย์ผู้ต้องหาและทรัพย์สินที่โอนไปเป็นชื่อคนอื่นครั้งนี้ ตรวจค้นในพื้นที่อ.เมือง จ.ขอนแก่น รวม 3 จุด โดยเจ้าหน้าที่สนธิกำลังออกเป็น 3 จุด นำหมายค้นเข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์ โดยจุดแรกที่บ้านนายปรีดา (หนึ่ง) มหาแสง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 418 ม.12 บ้านหนองแวง ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ทำการยึดสิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดิน และรถยี่ห้อโตโยต้า ฟอจูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน 4 ขฆ-6443 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งสีแดง ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน งต-191 ขอนแก่น รวมมูลค่า 2 ล้านบาท
จุดที่ 2 เข้าตรวจค้นและยึดบ้านพร้อมที่ดิน หมู่บ้าน PS HOME ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท จุดที่ 3 หมู่บ้านประชาสุขใจ ซึ่งเป็นบ้านพ่อตาของนายปรีดา ยึดอาวุธปืนแบลงค์กัน จำนวน 1 กระบอก รถยนต์ BMW สีขาว ทะเบียน 9 กศ-7096 กรุงเทพ และโฉนดที่ดินที่ผู้ต้องหาเป็นคนซื้อ แต่โอนเป็นชื่อของคนอื่น จำนวน 5 แปลง รวมมูลค่า 5 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังได้ยึดที่ดินผู้ต้องหาในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท และยึดที่ดิน พื้นที่เขตสายไหม กทม. มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ยึดที่ดินพื้นที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี มูลค่า 6 แสนบาท และทรัพย์สินอื่นๆ รวมแล้วร่วม 30 ล้านบาท และก่อนจะยึดทรัพย์นายปรีดา ผู้ต้องหาสำคัญของภาค 4 นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังขยายผล จับกุมเครือข่ายดูแลธุรกิจผู้ต้องหาทั้งการก่อสร้างรีสอร์ท ที่บ้านหนองแวง ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น รวมทั้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ถมที่ ขุดสระ
ขณะนี้ได้หยุดดำเนินกิจการไปแล้ว ส่วนการตรวจค้นที่บ้านพักของนายปรีดานั้น เนื่องจากนายปรีดาติดคุกอยู่ ในบ้านจึงมีเพียงภรรยานายปรีดาและภรรยาของนายวรวุธ อาศัยอยู่ด้วยกัน การตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงได้ยึดบ้านและสิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดิน มูลค่าประมาน 2 ล้านบาทเอาไว้ เพราะเชื่อว่าได้มาจากการค้าขายยาเสพติด

