xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิ” ตอบคำถาม ภารกิจทวงคืนประเทศไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 7 ก.ย.2569 ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตอบข้อข้องใจของสังคม ว่า ทำไมต้องออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” และการชุมนุมจะดำเนินไปอย่างไร

**รูปแบบการเคลื่อนไหวว่า จะเป็นการปักหลักชุมนุมระยะยาว เหมือนในช่วงการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทักษิณหรือไม่

ผมคิดว่าไม่น่าจะมีการปักหลักพักค้าง แต่พลังของการชุมนุมจะมีความเข้มข้น และมีขนาดใหญ่ โดยผมได้วางแผนร่วมกับนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” และ นายพิชิต ไชยมงคล หรือ “ตั้ม” ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด โดยจะเริ่มต้นการเคลื่อนไหวในวันที่ 10 กันยายนนี้ และจับตาดูท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 14 กันยายน

ถ้า กกต.ตัดตอนตามที่เขาคาดหวังไว้ ด้วยคะแนน 5 ต่อ 2 ก็ได้เห็นดีกันแน่ภายในอาทิตย์นั้น ไม่ต้องกังวล รัฐบาลชุดนี้เชิญทำงานตามสบาย เพราะจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะมันมีเรื่องให้ต้องลุกขึ้นมาประท้วงอยู่ตลอด

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ต้องการทำให้ประชาชนได้รับรู้ว่า รัฐบาลที่ผมมองว่าเป็น “รัฐบาลเครือข่าย” และมีปัญหาการทุจริต ไม่สมควรที่จะปกครองประเทศไทยต่อไป เราต้องปลุกพลังของประชาชนขึ้นมา เพราะประชาชนทั้งหมดคือ “พลังแผ่นดิน” ไม่ใช่กลุ่มบุคคลที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศ


มี “ฟางเส้นสุดท้าย” หรือไม่ หากรัฐบาลยังไม่แก้ไขปัญหาต่างๆ

ขณะนี้ถือว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายแล้ว เพราะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผมมองว่าเป็นความไม่ถูกต้องมากกว่า 20 ประเด็น
ฟางเส้นสุดท้ายของคนอายุ 79 ปีอย่างผม ที่ควรจะอยู่บ้านเลี้ยงหลาน หรือจัดรายการให้ปัญญา ให้องค์ความรู้กับประชาชน ทำไมจะต้องลากสังขารของผมออกมา ทำไมจะต้องเดินฝ่าการถูกเยาะเย้ย ถากถาง ตลอดเวลา ทำไมจะต้องมาใช้ความอดทน มันก็เป็นฟางเส้นสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว

ผมไม่ได้กล่าวหาใครโดยปราศจากเหตุผล และเชื่อว่าความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว แม้บางเรื่องอาจถูกยื้อ หรือปิดบังไว้ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดความจริงจะต้องถูกเปิดเผย เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่า จะถูกเปิดเผยเมื่อใด

รูปแบบการชุมนุมครั้งนี้ จะแตกต่างจากการชุมนุมในอดีตอย่างไร เนื่องจากครั้งนี้ประกาศว่า จะไม่เรียกร้องให้รัฐบาลลาออก

ผมต้องการวัดระดับความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล และการขึ้นเวทีของผม จะมีการคัดเลือกบุคคลที่จะขึ้นปราศรัยอย่างเหมาะสม

เราไม่ได้ไล่รัฐบาล แต่เราจะบอกรัฐบาลชุดนี้ ว่าชั่วตรงไหนบ้าง เป็นการกดดันให้เขาเลิกทำความชั่ว ถ้าเลิกทำความชั่ว เลิกอุ้มทุนสีเทา จีนเทา ก็จบ


เรื่องปัญหาชาวจีนที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย มีช่องทาง และประเภทวีซ่า ที่ใช้ในการเข้าประเทศอย่างไร มีนายหน้า หรือเครือข่ายบางส่วนที่ช่วยต่อวีซ่า รวมถึงการใช้สถาบันสอนมวยไทย สถาบันสอนภาษาไทย หรือสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นช่องทางในการขยายระยะเวลาการพำนักในประเทศไทย

นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ มีเยอะแยะเลย คำถามคือ จะแก้ได้อย่างไร ผมหวังว่าผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองคนใหม่ จะเอาจริงเอาจังกับปัญหาดังกล่าว เพื่อเป็นการปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของคนไทย รวมถึงผู้ประกอบการที่ทำมาหากินในประเทศไทย

นอกจากนี้ ผมเตรียมเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบของกระทรวงพาณิชย์ฉบับใหม่ ที่มีการประกาศออกมา 10 ข้อ ซึ่งผมมองว่า อาจเป็นการเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาแข่งขัน และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ไทย

เพราะปัญหาต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ตามที่ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เคยเปิดเผยว่า บริษัทขนาดใหญ่ สามารถกู้เงินจากธนาคารด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย ประมาณ 3.7% ขณะที่ เอสเอ็มอี ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึงประมาณ 7.8%


กำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวในอนาคตไว้อย่างไร

เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการทำงานของรัฐบาล หากรัฐบาลยังมีการดำเนินการที่ผมเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็จะมีการชุมนุม หรือเคลื่อนไหวบ่อยขึ้น และอาจกระจายการเคลื่อนไหวไปยังภูมิภาคต่างๆ

ผมจะเดินสายไปตามภาคต่างๆ จะมีใครฟังมากน้อยขนาดไหน ไม่สนใจ ผมบอกแล้วไง ผมเอาปัญญา เอาธรรมให้เขาแล้ว สิ่งที่ผมพูดมันเป็นความจริง เขาจะเถียงผมไม่ได้ เถียงมาสิ เดี๋ยวผมจะตอบให้ ไม่มีอะไรชนะความจริงได้

มีเสียงวิพากวิจารณ์ เรียกการเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่าเป็น “ม็อบน้ำหมาก”

ผม ไม่จำเป็นต้องแก้ตัว และไม่สนใจคำครหา หรือนินทา เพราะที่ผ่านมาในช่วงที่ผมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทักษิณ ก็เคยถูกปรามาสในลักษณะเดียวกัน ผมไม่แคร์ ถ้าผมจะทำอะไร ผมทำเพราะผมเชื่อ ไม่ใช่ทำเพราะมีคนจะเข้าร่วมเยอะ ผมไม่ต้องการแสง ตัวผมเป็นดาวฤกษ์ในตัวเองอยู่แล้ว ไม่ใช่ดาวเคราะห์

หากต้องเดินทางไปยังสถานที่มืดมิด แม้จะต้องไปเพียงคนเดียว ผมก็พร้อมที่จะไป และไม่หวั่นไหวต่อคำครหา หรือนินทา


กังวลกับปัญหาเรื่องความปลอดภัยจากการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานทูตอิสราเอล และหน่วยข่าวกรอง หรือไม่

ผมยอมรับว่าเป็นห่วง แต่ผมไม่เชื่อว่าการประสานงานกับฝ่ายความมั่นคง จะสามารถรับประกันความปลอดภัยได้ ... ช่างมันเถอะ ผมเชื่ออีกอย่างหนึ่ง ถ้าฆ่าผม 200 นัดไม่ตาย ไม่มีอะไรฆ่าผมตายได้หรอก ผมผ่านมาหมดแล้ว และถ้าหากผมต้องตายด้วยเรื่องนี้ ยิ่งดี ถ้าการตายของผมเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของประเทศ ล้างบางหมด ให้เกิดขึ้น ผมยินดีที่จะตาย ผมบอกมานานแล้ว คนที่น่ากลัวที่สุด คือคนที่ไม่กลัวตาย

หากรัฐบาลไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้อง หรือไม่แก้ไขปัญหาตามที่กลุ่มเคลื่อนไหวเสนอ จะมีการยกระดับการเคลื่อนไหวอย่างไร

ผมจะเปิดเผยข้อมูล และข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับรู้ และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ เราให้ความจริงกับประชาชน เราให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน ถ้าไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ ผลที่ออกมามันจะเสียหายมากขึ้น ถูกไหม เพราะฉะนั้น อันนี้ก็คือไปซ้ำรอย ไปสร้างบาดแผลใหม่ให้ประชาชน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ใช่เวทีสำหรับการท้าทาย หรือการเผชิญหน้า แต่เป็นการเปิดโอกาสให้รัฐบาลทำความดี เลิกการทุจริต ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และทำให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม

ยังมีปัญหาเรื่องราคาพลังงาน ทำไมรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงไม่พูดถึงปัญหาราคาพลังงาน และผลกำไรของโรงกลั่นน้ำมัน เรื่องนี้เคยมีข้อเสนอจาก นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ นางสาวรสนา โตสิตระกูล ที่เสนอแนวทางลดราคาน้ำมันต่อ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ยังไม่ได้รับการดำเนินการตามข้อเสนอ

ขอทราบชื่อของกลุ่มที่จะใช้ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้

มีผมเป็นหนึ่งในเสาหลัก ร่วมกับมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ของนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ รวมถึงเครือข่ายคปท. ของนายนิติธร ล้ำเหลือ และนายพิชิต ไชยมงคล โดยทั้งหมดจะร่วมกันขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “รวมพลังการต่อสู้เพื่อเอาประเทศไทยของเราคืนมา”


การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกสีทางการเมือง เพราะเป้าหมายคือ การนำประเทศไทยกลับคืนมาจากนักการเมืองที่ผมมองว่าไม่ได้ทำงานเพื่อประชาชน เพราะแม้แต่กลุ่มคนที่เคยอยู่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ก็ยังออกมาแสดงความสนับสนุนการเคลื่อนไหวในครั้งนี้

วันนี้ไม่มีสี มีสีธงชาติไทย เอาประเทศไทยของเราคืนมาจากนักการเมืองชั่วๆ นักการเมืองที่หิวแสง นักการเมืองที่ทำงานไม่เป็น นักการเมืองที่ดูถูกประชาชนทั่วทุกเหล่า

หากรัฐบาลยังไม่รับฟัง หรือไม่เปลี่ยนแปลง จะมีกรอบ หรือเส้นแบ่งในการยกระดับการเคลื่อนไหวหรือไม่


ไม่มีเส้นแบ่งที่กำหนดไว้ตายตัว เพราะเชื่อว่าหากรัฐบาลจะเดินไปสู่ความล้มเหลว ก็จะเป็นผลจากการกระทำของรัฐบาลเอง คนเราเนี่ย ถ้ามันจะพินาศฉิบหาย ต้องฉิบหายด้วยตัวเอง เชื่อผม!