“คดีฮั้ว สว.” ที่แต่เดิมมีการตั้ง “คณะไต่สวนชุดที่ 26” ทำงานช่วง มี.ค.–ก.ค.68 ประชุมประมาณ 80 ครั้ง รวบรวมเอกสารราว 8–9 หมื่นหน้า และพยานกว่า 700 คน ก่อนมีความเห็นให้ดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการ 229 ราย
ต่อมาในขั้นตอนของสำนักงาน กกต. มีข้อมูลว่า รองเลขาธิการ กกต. เห็นควรดำเนินคดีอย่างน้อย 140 ราย
แต่เมื่อเรื่องมาถึง “คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36” กลับมีความเห็นให้ “ปล่อยผี” ไม่ดำเนินคดีทั้ง 229 ราย
อ้าว...ข้อมูลหลักฐานชุดเดียวกัน พอเปลี่ยนคนพิจารณา ทำไมมันถึงมีข้อสรุปต่างกันได้ถึงขนาดนี้ ?!
ตรงนี้แหละที่ทำให้ “ตัวบุคคลในคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36” เป็นประเด็นขึ้นมาทันที!
“อนุวินิจฉัยชุดที่ 36” ประกอบด้วย กรรมการ 7 คน ดังนี้
1.“อนุชา จันทร์สุริยา” เป็นที่ปรึกษาประจำ ประธาน กกต. “อิทธิพร บุญประคอง” และก่อนหน้านี้ เคยเป็นเลขานุการรมว.วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ฯ ในขณะนั้นคือ “วีระชัย วีระเมธีกุล”เคยผ่านการอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง หรือ “พตส.” รุ่น 6 และ หลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย ของศาลรัฐธรรมนูญ หรือ “นปธ.” รุ่น 7
บทบาทภายใน คณะอนุฯชุด 36 มีข้อมูลจาก “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. นำมาเปิดเผยว่า จากรายงานการประชุม แม้ชื่อของ “เชาวนะ ไตรมาศ” จะเป็นประธานคณะอนุฯ แต่ผู้ที่มีบทบาทนำการประชุมหลายครั้ง กลับเป็น “อนุชา” และเป็นหนึ่งใน 3 คน ที่มีการซักถาม และแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับ “อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” และ “นันทศักดิ์ พูลสุข”
2. “ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล” ก่อนหน้านี้เป็น รองเลขาธิการ ศอ.บต. และ อดีตรองอธิบดี DSI ปัจจุบันเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ ที่มีข่าวว่า กำลังจะถูกโยกมาเป็น อธิบดี DSI แทน “พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ”
เป็นคนที่มี “เส้นตรง” โยงไปถึง “อนุทิน” ชัดที่สุด คือ “อนุทิน” ในขณะเป็นรมว.มหาดไทย ได้แต่งตั้ง “ร.ต.อ.ปิยะ” เป็นกรรมการ การประปานครหลวง และ ยังมีภาพที่ “ร.ต.อ.ปิยะ” ไปต้อนรับ “อนุทิน” ถึงลานจอดเครื่องบิน จนถูกนำมาตั้งคำถาม เรื่องความเป็นกลาง
“ร.ต.อ.ปิยะ” ยังจบหลักสูตร พตส. รุ่น 10 และ นธป. รุ่น 11 ด้วย
3. “อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” เป็น“ข้าราชการสายคมนาคม” ทึ่มีประวัติค่อนข้างใหญ่ เคยเป็น ผอ.สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงที่ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เป็น รมว.คมนาคม
ผ่านการอบรมหลักสูตร พตส.รุ่น 6 และ หลักสูตร นปธ. เป็น ที่ปรึกษาประจำกรรมการ กกต. และปรากฏร่วมปฏิบัติงานกับ กรรมการกกต. อย่างต่อเนื่องในปี 2569
นอกจากนี้ มีการกล่าวถึงชื่อของเขาในฐานะกรรมการบริษัท ที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลในเครือข่ายธุรกิจของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม
จากข้อมูลรายงานการประชุมที่ “สมชัย”นำมาเปิดเผย ระบุว่า “อัฌษไธค์” เป็นหนึ่งใน 3 คน ที่มีการซักถาม และแสดงความคิดเห็นมากที่สุด ในคณะอนุฯชุดนี้ ซึ่งความเห็นในการประชุมของเขา อาจสำคัญกว่าประวัติ ที่เกี่ยวโยงเรื่องคอนเนกชัน เสียอีก
4. “นันทศักดิ์ พูลสุข” คนนี้แตกต่างจากคนอื่นมาก อาจเรียกว่าเป็น “มือกฎหมาย” ของคณะ ก็ว่าได้ เขาเป็น อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และมีเส้นทางในสายอัยการมายาวมาก ตั้งแต่ อัยการประจำกรม จนขึ้นเป็น รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ผู้ตรวจการอัยการ รวมทั้งเคยเป็น โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ด้วย
จบนิติศาสตร์ จุฬาฯ เกียรตินิยมอันดับ 2 และเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนิติศาสตร์ กับ “จรัญ ภักดีธนากุล” อดีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงมีวุฒิรัฐศาสตร์ จาก ม.ธรรมศาสตร์
ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ เขาเคยอยู่สำนักงานคดีพิเศษ มีประสบการณ์ด้านคดีที่มีความซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับการสอบสวนโดยตรง และจากข้อมูลของ “สมชัย” ที่เอามาเปิดเผยนั้น “นันทศักดิ์” เป็นหนึ่งใน 3 คน ที่มีบทบาทซักถาม และให้ความเห็นในการประชุมของ อนุฯชุดนี้
5. “เชาวนะ ไตรมาศ” ประธานคณะอนุฯชุดที่ 36 จะบอกว่าเป็นคนจาก “ศาลรัฐธรรมนูญ” ก็ไม่ผิดไปจากความจริงนัก เขาเป็นอดีต เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งระดับสูงขององค์กรนี้
ประวัติการศึกษา ก็ไม่ธรรมดา รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์... รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาฯ... ปริญญาเอก รัฐศาสตร์ จุฬาฯ มีประสบการณ์ อบรมด้านศาล และกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ และเป็นผู้สำเร็จหลักสูตร นธป. ซึ่งเป็นหลักสูตรของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
ในข้อมูลที่ “สมชัย” นำมาเปิดเผย มีการระบุว่า “เชาวนะ” เป็นประธานคณะอนุฯ ชุด36 ในทางตำแหน่ง แต่จากรายงานการประชุม กลับพบว่า “อนุชา จันทร์สุริยา” มีบทบาทนำการประชุมมากกว่า และ “เชาวนะ” ก็ไม่ค่อยมีบทบาทในการอภิปรายสักเท่าไร
6. “เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์” เป็น อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และเป็นข้าราชการสายกระทรวงแรงงานมาตลอด ตั้งแต่จัดหางานจังหวัดอุดรธานี มางานบริหารแรงงานต่างด้าว เป็นผู้ช่วยปลัดแรงงาน รองปลัดแรงงาน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
ช่วงที่เขาเป็น อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานนั้น “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” เป็น รมว.แรงงาน และเมื่อ “พิพัฒน์” ขึ้นเป็นรองนายกฯ และรมว.คมนาคม “เดชา” ก็ได้รับการแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมานี่เอง
ถ้าจะบอกว่า “เดชา” เป็นคนในสาย “พิพัฒน์” คงไม่มีใครเถียง
7. “ธัชสกล พรหมจมาศ” เป็น อดีตที่ปรึกษาประจำกรรมการ กกต. และเคยเป็นอุปนายกราชยานยนต์สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยฯ นอกจากนี้เคยเป็นกรรมการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ถ้าจะหาเส้นสาย คอนเนกชัน ที่จะโยงไปถึงคนของภูมิใจไทย คนนี้น่าจะ เบาที่สุดใน 7 คน
ตามโปรไฟล์ ของ อนุฯ ชุดนี้ ถ้าจะเชื่อมโยง เรื่องการจบ“หลักสูตร พตส.” และ “หลักสูตร นปธ.” ไปถึงการมีคอนเนกชัน กับคนของพรรคเพื่อไทย ก็พอจะโยงได้ เพราะแกนนำพรรค อย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล , ศุภชัย ใจสมุทร, สรอรรถ กลิ่นประทุม, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ, มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช, แว่นฟ้า ทองศรี, ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ นี่ล้วนผ่านการอบรม พตส. ซึ่งเป็นหลักสูตรของ กกต.
ส่วนหลักสูตร นปธ. ของศาลรัฐธรรมนูญ ก็มี อนุทิน ชาญวีรกูล, สรอรรถ กลิ่นประทุม, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ขณะที่ในอนุฯ ชุดที่ 36 มีคนที่อบรมหลักสูตรนี้ 3 คน คือ อนุชา จันทร์สุริยา , ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล และ อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
ก็ลองเอาไปพิจารณากันว่า...ใครเป็นคนกำหนดทิศทางการพิจารณาของคณะอนุฯชุด 36 และใครเป็นคนโน้มน้าว ให้เหตุผลสำคัญก่อนลงมติปล่อยผี 229 ราย ?!

