ศาลในอียิปต์ พิพากษาประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ซาราห์ คาลิฟา ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรทางโทรทัศน์ และผู้ต้องหาคนอื่นๆอีก 11 ราย หลังตัดสินใจว่าคนกลุ่มนี้มีความผิดในคดียาเสพติด
อัล-อาห์ราม สื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐรายงานข่าวเมื่อวันเสาร์(5ก.ย.) ว่าศาลอาญากรุงไคโร มีคำพิพากษาประหารชีวิต หลังบรรดาจำเลยถูกพบว่ามีความผิดฐานจัดตั้งแก๊งอาชญากรรมอย่างเป็นระบบ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดหาวัสดุที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด และมีเจตนาลอบขนส่งยาเสพติดเหล่านี้
นอกจากนี้แล้ว ศาลยังพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตจำเลยร่วมอีก 9 คน แต่ 7 คน ได้รับการชำระคดี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับจำเลยทั้งหมด 28 รายและยาเสพติดน้ำหนักรวมมากกว่า 750 กิโลกรัม
คาลิฟา มีชื่อเสียงโด่งดังสำหรับการเป็นพิธีกรรายการเกี่ยวกับความมั่นคงและอาชญากรรม "Mission Impossible" ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศนเอกชน "อัล-เมห์วาร์" นอกจากนี้แล้วเธอยังเป็นเจ้าของธุรกิจ เปิดคลินิกศัลยกรรมและบริษัทรับจัดงานอีเวนต์ รวมถึงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางบนสื่อโซเชียล มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมมากกว่า 2 ล้านคน
ทั้งนี้ คาลิฟา ปฏิเสธข้อกล่าวหาและบอกกับทีมสืบสวนว่าเธอ "ตลอดชีวิตไม่เคยแม้กระทั่งสูบบุหรี่" และประกาศตนเองในฐานะผู้บริสุทธิ์
สื่อมวลชนอียิปต์รายงานว่า คาลิฟา ร้องไห้สะอึกสะอื้นระหว่างการพิจารณาคดี ขอให้ศาลเมตตา "กรุณาฟังฉันด้วยเถิดท่าน พ่อแม่เลี้ยงดิฉันมาเป็นอย่างดี พวกเขาเป็นคนที่สวดมนต์ภาวนา และฉันก็ไม่ต้องการเงินค้ายาเสพติดเลย"
คณะอัยการระบุว่าแก๊งอาชญากรรมกลุ่มนี้นำเข้าวัตถุดิบมาจากต่างแดน เพื่อผลิตยาเสพติดสังเคราะห์ จัดเก็บยาเสพติดเหล่านี้ไว้ในที่พักอาศัย สมาชิกแต่ละคนจะมีบทบาทแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่จัดซื้อ ผลิตและแจกจ่าย ทั้งนี้ทีมสืบสวนยังได้ยึดอาวุธปืนไม่ม่ใบอนุญาตและกระสุน ร่วมกับยาเสพติด ระหว่างปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้น
อัยการระบุว่าแก๊งอาชญากรรมดังกล่าวใช้บ้านพักอาศัยเป็นสถานที่เก็บวัตถุดิบและผลิตยาเสพติด
คำพิพากษาดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ศาลได้ขอความเห็นทางศาสนา ซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย จากแกรนด์มุฟตีแห่งอียิปต์( ตำแหน่งนักนิติศาสตร์อิสลามสูงสุดประจำประเทศหรือเขตปกครองหนึ่ง ๆ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการชี้ขาดและออกคำวินิจฉัยทางศาสนา) ตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับคดีที่มีโทษประหารชีวิต
อย่างไรก็ตามจำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ซึ่งภายใต้การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเมื่อเร็วๆนี้ จำเลยมีช่องทางในการอุทธรณ์คดีได้สองทาง โดยเริ่มต้นจากการยื่นคำร้องขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ต่อศาลอุทธรณ์
คาลิฟา ถูกจับกุมในเดือนเมษายน 2025 ส่วนหนึ่งในการสืบสวน ขณะที่อีกคดีแยกกันในวันเสาร์(5ก.ย.) ศาลแห่งเดียวกันนี้ พิพากษาจำคุกเธอเป็นเวลา 3 ปี โทษฐานทำร้ายร่างกายคนขับรถของเธอเอง
อียิปต์มีบทลงโทษประหารชีวิต สำหรับการลักลอบค้ายาเสพติด, ก่อการร้ายและฆาตกรรมโดยไตร่ตองไว้ก่อน
(ที่มา:อัลจาซีราห์)

