พิษณุโลก - ตำรวจชุดสืบสวนภาค 6 แกะรอยตามถึงที่ทั้งสุโขทัย เชียงใหม่ ลำปาง..ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อน รวบผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งปืนนอกไร้ใบอนุญาต-อาวุธไทยประดิษฐ์ ต่อยอดโครงบีบีกัน ไม่มีใบ ป.4 คุม บรรจุกระสุนจริงหลากขนาด หากก่อเหตุยิงแล้วทิ้ง ตรวจสอบเกลียวปืนย้อนกลับยาก
พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 ได้ร่วมอำนวยการตำรวจสืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ขยายผลติดตามจับกุมเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อน
เจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการสืบสวนตั้งแต่ 17 ส.ค. 69 เป็นต้นมา กระทั่งชุดสืบภาค 6 เข้าจับกุม นายนิกร (ขอสงวนนามสกุล)ได้ที่ ต.นาทุ่ง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืน อะไหล่อาวุธปืน และ กระสุนปืน เป็นจำนวนมาก ในความผิดฐาน “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน”
จากการขยายผลทราบว่า นายนิกร ซื้ออะไหล่อาวุธปืนผ่านช่องทางของแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียต่างๆ กับผู้ต้องสงสัยหลายราย
พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อลงกต ทับชม สว.กก.สืบสวน 2 , ร.ต.อ.ธนกร ยอดยศ รอง สว.กก.สืบสวน 2 และ ร.ต.อ.สิรวิชญ์ ปันกาวี รอง สว.กก.สืบสวน 2 รวบรวมพยานหลักฐานยื่นขอหมายค้นต่อศาล พร้อมนำกำลังบุกตรวจค้น เป้าหมายต้อง 3 แห่ง คือ
1. บ้านที่คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ตามหมายค้นศาลจังหวัดสุโขทัย ที่ 70/2569 ลงวันที่ 3 ก.ย. 69 ผลการตรวจค้น ไม่พบตัวบุคคลเป้าหมาย ในบ้านไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด
2. อพาร์ทเม้นต์ย่าน ถ.ราชภาคินัย ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ ตามหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ ค.504/2569 ลงวันที่ 3 ก.ย.69 พบนายอภิเชษฐ์ อายุ 59 ปี ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งการเข้าค้น เมื่อ 08.00 น.4 ก.ย.69 ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย
แต่นายอภิเชษฐ์ พาไปตรวจห้องพักไม่มีเลขที่ พบกระสุนปืนลูกซอง ยี่ห้อ Winchester ขนาด 12 จำนวน 2 กล่อง รวม 50 นัด ซึ่งไม่มีใบอนุญาตในการครอบครอง จึงยึด และจับกุมตัว นายอภิเชษฐ์ ในความผิดฐาน “มีกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน”
จุดที่ 3. ค้นบ้านพัก ย่านถนนฉัตรไชย ต.สบตุ๋ย อ.เมืองลำปาง ตามหมายค้นศาลจังหวัดลำปาง ที่ ค.95/2569 ลงวันที่ 3 ก.ย.69 จับกุมตัว นายวิชิต (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 48 ปี พร้อมของกลางปืนเถื่อนจำนวนมาก ไม่มี ป.4 ประกอบด้วยอาวุธปืนยาว 2 กระบอก ปืนสั้น 4 กระบอก อะไหล่อาวุธปืน 1 ชิ้น กระสุนขนาดต่างๆ รวมจำนวน 88 นัด
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ยืนยัน ปืนดังกล่าวเป็นปืนเถื่อน แบ่งเป็น 1. เป็นปืนไทยประดิษฐ์ ผลิตจากเหล็กทำขึ้นมาเอง 2. เป็นปืนผลิตมาตรฐานจากต่างประเทศ แต่หาทะเบียนปืนไม่พบ(ปืนของโจร-ลบเลขทิ้งไปแล้ว) 3.เป็นปืนที่ผลิตและดัดแปลงจาก(บีบีกัน)แต่ทำโครงและกลไกเป็นเหล็ก ทั้งหมดผลิตปืนเถื่อนขึ้นมาเอง ใช้กระสุนมาตรฐาน ทั้งกระสุนปืนสั้น .38 และแม็กกาซีน 9 และ 11 มม.และกระสุนปืนยาวไรเฟิล .223 แม้ปืนเถื่อนผลิตจากโครงปืน”บีบีกัน”ก็ใช้กระสุนจริง นั่นคือ ปัญหาปืนเถื่อน ที่ผลิตทำกันเองแบบบ้านๆ จึงไร้เลขทะเบียน (ใบ ป.4) ไร้การตรวจสอบย้อนกลับจากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ปืนที่ผลิตจากต่างประเทศและลักลอบเข้ามาในประเทศ
ซึ่งหากนำปืนเถื่อนดังกล่าวไปก่อเหตุ สามารถโยนทิ้งแบบง่ายๆ จนท.รัฐไม่สามารถตรวจสอบเกลียวปืนจากปืนไทยประดิษฐ์ดังกล่าวได้ ง่ายต่อการก่อเหตุประชิดตัว ไม่หวังผลความแม่นยำ ใช้แล้วทิ้ง ไม่ต้องคิดเสียดายปืน เนื่องจากเป็นปืนเถื่อน ไม่มีการสะสม เน้นขายให้กับกลุ่มใต้ดิน โจร มิจฉาชีพ ไว้สำหรับก่อเหตุโดยเฉพาะ

