xs
xsm
sm
md
lg

ระบบนิเวศน้ำกกส่อล่มสลายชัด!ท้องน้ำเปลี่ยน ลูกปลา-สาหร่าย หายตั้งแต่แม่อายยันรัฐฉาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เชียงใหม่ – อาจารย์ ม.แม่โจ้ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลระบบนิเวศน้ำกก ตั้งแต่แม่อาย-รัฐฉาน พบปลาหายตั้งแต่สร้างฝาย(เขื่อน)เชียงราย สกัดปลาน้ำโขงอพยพ ก่อนโดนโลหะหนักจากเหมืองแร่เมียนมาซ้ำเติม ชาวบ้านเผยหายทั้งแมงอี่หนิ้ว แมลงชีปะขาว จิงโจ้น้ำ ลูกปลา กุ้ง หอย สาหร่ายสีเขียว ฯลฯ กระทบห่วงโซ่อาหารชัด


กรณีแม่น้ำกกเผชิญกับปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนทั้งในน้ำ ตะกอนดิน และพืชผลทางการเกษตรหลายชนิดอย่างต่อเนื่องนั้น ล่าสุด รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ลงพื้นที่พบปะกับชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

โดยมีการพูดคุยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับระบบนิเวศปลาในแม่น้ำกก กับชาวบ้านตามจุดหาปลาแม่น้ำกกอย่างน้อย 22 จุด จุดพื้นที่ปลาวางไข่อีกจำนวน 4 จุด รวมทั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาจำนวน 2 จุด ตั้งแต่บ้านผาใต้ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ไปจนถึงบ้านเป็งคำ รัฐฉาน ประเทศเมียนมา

ซึ่งผลการศึกษาพบว่าจำนวนปลาในแม่น้ำกกลดลงตั้งแต่ที่มีการสร้างฝายป่ายางมน (เขื่อนเชียงราย) อ.เมืองเชียงราย ที่เป็นตัวสกัดกั้นการอพยพของปลาจากแม่น้ำโขงขึ้นมาถึง ต.ท่าตอน จากนั้นก็เผชิญกับปัญหาการทำเหมืองแร่ในรัฐฉานที่ซ้ำเติมสภาพน้ำ ทำให้ปลาและสัตว์น้ำได้รับสารโหละหนัก สามารถส่งผ่านสารพิษไปยังร่างกายของผู้บริโภคได้ จึงเป็นประจักษ์พยานของระบบนิเวศวิทยาแม่น้ำกกที่ ต.ท่าตอน ว่ากำลังจะอยู่ในภาวะที่อาจล่มสลายลงไป

ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม สาขาการพัฒนาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยว่าตั้งแต่ปลายปี 2567 เป็นต้นมาก็เริ่มพบตะกอนสารพิษจากเหมืองแร่ที่ทับถมในลำน้ำหนาขึ้นๆ จนผู้ใหญ่บ้านผาใต้ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่และได้เข้าร่วมในเวทีครั้งนี้ สะท้อนจากประสบการณ์ว่าตอนนี้ลงไปแม่น้ำกกจะไม่เจอก้อนหินแล้ว ท้องน้ำปัจจุบันแปลงเปลี่ยนเป็นดินทรายหมด

ชาวบ้านยังบอกอีกว่าแมลงน้ำและพืชน้ำ เช่น แมงอี่หนิ้ว แมลงชีปะขาว จิงโจ้น้ำ ลูกปลา กุ้ง หอย สาหร่ายสีเขียว ฯลฯ ที่เคยพบเห็นก็หายไปจากแม่น้ำกก ซึ่งในแง่ของระบบนิเวศวิทยาทาง รศ.ดร.อภินันท์ ระบุว่าจะส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ไปตามลำดับ


ดร.สืบสกุล กล่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ผู้เชี่ยวชาญและเกษตรกร เพื่อเป็นองค์กรหลักในการวางแผน เฝ้าระวังและตรวจสอบห่วงโซ่อาหารและการเกษตร จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ดิน น้ำ และผลผลิตทางการเกษตร เพราะปัจจุบันจะถูกส่งไปที่ห้องแล็ปกรุงเทพฯ ใช้เวลา 1-2 เดือน จึงจะทราบผลทำให้ไม่ทันการณ์

นอกจากนี้ควรทำแผนที่ความเสี่ยงเพื่อใช้ประกอบการเฝ้าระวังและแบ่งพื้นที่เป็นสีต่างๆ และชดเชยให้เกษตรกรในพื้นที่สีแดงที่ต้องหยุดทำการเกษตรแล้วจำเป็นต้องย้ายไปที่อื่น มีการจัดหาแหล่งน้ำสำรองเพื่อทดแทนแม่น้ำที่ปนเปื้อนดังกล่าว ฯลฯ.