xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ไว้ใจกันเอง! แฉสหรัฐฯนำทหารระดับสูงเข้าเครื่องเจ็บเท็จ หาตัวคนปล่อยข่าวคลังกระสุนร่อยหรอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ทีมสืบสวนอเมริกาได้นำสมาชิกราว 50 นายของคณะเสนาธิการทหารร่วมของกองทัพสหรัฐฯเข้าเครื่องจับเท็จ หลังข่าวต่างๆนานารั่วไหลถึงสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามรายงานของนิวยอร์กไทมส์ ในนั้นรวมถึงประเด็นคลังแสงของประเทศร่อยหรอและสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมบนเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น

นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่าประเด็นที่ทีมสืบสวนมุ่งเน้นก็คือ ข้อสงสัยที่ว่าบุคลากรพลเรือนหรือบุคลากรทางทหารที่เป็นปล่อยข้อมูลชั้นความลับรั่วไหลถึงพวกผู้สื่อข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับคลังกระสุนที่ร่อยหรอลงของกองทัพสหรัฐฯ

การนำตัวเข้าเครื่องจับเท็จเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว หลังสื่อมวลชนหลายสำนักพากันรายงานข่าวเน้นย้ำเกี่ยวกับคลังสำรองอาวุธสำคัญๆที่ลดลงอย่างรุนแรง ในนั้นรวมถึงขีปนาวุธพิสัยไกลและตัววกัดกั้นป้องกันภัยทางอากาศ "แพทริออต" แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯตอบโต้กลับรายงานข่าวดังกล่าว ยืนกรานว่าคลังอาวุธของพวกเขามีปริมาณมากเกินพอ

ในถ้อยแถลงที่ส่งถึงนิวยอร์กไทมส์ ทาง ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกของเพนตากอน ปฏิเสธพูดถึงมาตรการด้านการบริหารหรือการสอบสวนภายในโดยตรง แต่เน้นย้ำว่าทางกระทรวงฯจัดการกับประเด็นการรั่วไหลของข้อมูลความมั่นคงแห่งชาติ "จริงจังอย่างมากและจะดำเนินการตรวจสอบตามความเหมาะสม"

เสนาธิการทหารร่วม ซึ่งประกอบด้วยทหารและเจ้าหน้าที่พลเรือน ราว 1,500 ถึง 2,000 ราย มีบทบาทสำคัญในการประสานงานยุทธศาสตร์ปฏิบัติการต่างๆ นโยบายและวางแผนการรบร่วมกับกองบัญชาการรบต่างๆ ทั่วโลก

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการสืบสวน บอกกับนิวยอร์กไทมส์ ว่าการสืบสวนไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อหาตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการเปิดเผยข้อมูลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการปล่อยข่าวรั่วไหลอีกในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการทหารระบุว่าการสืบสวนครั้งนี้มีขอบเขตกว้างขวางอย่างที่ไม่เคยมมาก่อน ในขณะที่บรรทุกเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพสหรัฐฯไม่เคยถูกนำตัวเข้าเครื่องจับเท็จในประวัติศาสตร์ยุคใหม่

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานอย่างกว้างขวางว่า ปฏิบัติการทางทหารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคลังอาวุธของสหรัฐฯ และมีการถกเถียงกันภายในเกี่ยวกับทิศทางโดยรวมของความขัดแย้งในวงกว้าง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งเสียงกดดันซ้ำๆให้พวกเจ้าหน้าที่ปราบปรามการเผยแพร่ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และนอกเหนือจากเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างเข้มข้นแล้ว ทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์ต่อหน้าสาธารณะ โจมตีพวกสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวในเชิงลบเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนกระสุน และแนวทางบริหารจัดการความขัดแย้งกับอิหร่านของรัฐบาล ว่าเป็น "พวกทรยศชาติ"

การรั่วไหลของข้อมูลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ซ้ำเติมบรรยากาศแห่งความไม่ไว้วางใจอย่างรุนแรงภายในเพนตากอน ซึ่งพวกเจ้าหน้าที่ทั้งในอดีตและปัจจุบันต่างชี้ว่ามีต้นตอจากสไตล์การบริหารงานของ พีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม

เฮกเซธ ชอบที่จะทำงานร่วมกับคณะผู้ช่วยคนสนิทกลุ่มเล็กๆ ขณะเดียวกันก็ได้ปลดหรือสกัดกั้นการเลื่อนตำแหน่งของนายพล พลเรือ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปแล้วอย่างน้อย 80 นายตลอดช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง รายงานข่าวระบุ

ก่อนหนานี้เพนตากอนได้ลงมือสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหลหลายครั้ง ในความเคลื่อนไหวที่เชื่อว่าเป็นตอบโต้การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับภาวะผู้นำของเฮกเซธ ในขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมรายนี้เผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกรณีที่เขาเปิดเผยรายละเอียดปฏิบัติการที่ละเอียดอ่อน ในกลุ่มแชตแอปพลิเคชัน Signal

ความตึงเครียดภายในร้อนระอุยิ่งขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว หลังกระทรวงกลาโหมไล่ออกบรรณาธิการและผู้จัดพิมพ์ชั้นนำของ Stars and Stripes หนังสือพิมพ์สำหรับบุคลากรทางการทหารของสหรัฐฯ ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาล สมาชิกกองบรรณาธิการข่าวชี้ว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นการแก้แค้นโดยตรง ต่อกรณีตีข่าวเผยแพร่เรื่องราวรายละเอียดสภาพที่เสื่อมโทรมบนเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น

แม้มีความแตกแยกหนักหน่วงขึ้น แต่ ทรัมป์ ยังให้การหนุนหลัง เฮกเซธ โดยยกย่องผลงานของเขาต่อหน้าสาธารณะ เรียกมันว่า "ยอดเยี่ยม"

(ที่มา:อัลจาซีราห์/นิวยอร์กไทมส์)