xs
xsm
sm
md
lg

“ยิวในจีน” ที่ยืนยงมานับพันปี ทำไมปัจจุบันแทบไม่เหลือชาวยิวในแดนมังกร?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ยิว ถูกขับออกจากคานาอัน ใน ค.ศ. 70 จากนั้นพวกยิวกระจัดกระจายไปตามภูมิภาคต่างๆทั่วโลก
ทำไมถึงมีชุมชนยิวอยู่ทั่วโลกมานับพันปี

ชนชาติยิวมีถิ่นกำเนิดในดินแดนคานาอัน (Canaan) ซึ่งปัจจุบันคือ รัฐปาเลสไตน์ ในศตวรรษที่ 1 ชาวยิวลุกฮือต่อต้านอำนาจจักรวรรดิโรมัน จึงถูกขับออกจากคานาอัน ตั้งแต่นั้นมาชาวยิวระหกระเหินไปอาศัยในภูมิภาคต่างๆทั่วโลกนานเกือบสองพันปี จนกระทั่งมีการสถาปนารัฐอิสราเอลในปี ค.ศ.1948 (พ.ศ.2491)

ชาวยิวกระจายกลุ่มไปยังยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง และเมดิเตอร์เรเนียน ยิวกลุ่มหนึ่งเดินทางมาไกลถึงจีนตามเส้นทางสายไหมโบราณ

กลุ่มยิวสายต่างๆพลัดถิ่นไปอยู่ตามที่ต่างๆ
…จากไคเฟิงถึงเซี่ยงไฮ้…

ชุมชนยิวแห่งแรกในประเทศจีนก่อตัวขึ้นที่เมืองไคเฟิง (มณฑลเหอหนัน)ในช่วงต้นศตวรรษที่ 11 และค่อยๆยกสถานภาพทางสังคมจนทัดเทียมกับจีนฮั่น จนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ชุมชนยิวมีจำนวนนับหมื่นซึ่งถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ชุมชนยิวค่อยๆหายไปจากจีน เหลือเพียงชาวยิวที่หลวมรวมเข้ากับชนชาติจีน มันเกิดอะไรขึ้น?

1. ช่วงรุ่งเรืองและเสื่อมถอยของชุมชนยิวในไคเฟิง


นักโบราณคดีจีนเผยหลักฐานทางโบราณคดี ระบุว่า ชาวยิวเดินทางมายังจีนตั้งแต่ยุคราชวงศ์โจว หรือสามพันปีที่แล้ว มีชุมชนพ่อค้าชาวยิวในดินแดนจงหยวน และมีชาวยิวกลุ่มใหญ่เดินทางเข้ามาอีกในสมัยราชวงศ์ถัง

ในปี ค.ศ. 998 ชาวยิวโดยสารเรือพ่อค้าอาหรับมายังจีน และเข้ามาตั้งชุมชนใหญ่ที่เมืองไคเฟิง เมืองหลวงของราชวงศ์ซ่งเหนือ

ชาวยิวซึ่งมีทักษะด้านการจัดการ เริ่มกว้านซื้อที่ดินสร้างบ้านปลูกเรือนกัน จนสามารถตั้งเป็นชุมชนในอำเภอเหอซุน เมืองไคฟง และมีชีวิตอย่างสุขสบาย ชาวเมืองไคเฟิงเรียกชาวยิวว่า “อีชื่อเล่อเย่” (一赐乐业)ซึ่งถอดเสียงจาก “อิสราเอล”

ยิวจากตะวันออกกลางเดินทางตามเส้นทางสายไหมทางทะเลมาถึงเมืองไคเฟิงในยุคราชวงศ์ซ่ง
เมื่อชาวยิวรู้สึกปลอดภัยก็ดิ้นรนเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากทางการ ชาวยิวเรียนรู้ชนชาติอื่น และหวังที่จะตั้งรกรากอยู่ในไคเฟิงไปตลอดกาล

ค.ศ. 1008 จักรพรรดิซ่งเจินจง (宋真宗) ทรงอนุญาตให้ยิวสอบรับราชการ และรัชสมัยต่อมา ค.ศ. 1127 จักรวรรดิซ่งฮุยจง (宋徽宗) ยังพระราชทานเงินก้อนโตเป็นทุนช่วยเหลือก่อตั้งโบสถ์ยิว

ทว่า การก่อสร้างโบสถ์ยิวยังไม่ทันเสร็จ พวกชนเผ่าหนี่ว์เจินจากทางเหนือ ก็เข้าตีแผ่นดินซ่งและยึดเมืองไคเฟิง จากนั้นก็สถาปนาราชวงศ์จิน (金)

หลังจากผลัดเปลี่ยนรัชสมัย ชุมชนยิวยังอยู่ในไคเฟิง ช่วงยุคราชวงศ์จินจนเข้าสู่ยุคราชวงศ์หยวน (元)นั้นขาดแคลนทักษะบริหารจัดการด้านการเงิน ในขณะที่กลุ่มยิวมีสถานภาพทางสังคมสูงขึ้น

จักรพรรดิราชวงศ์จินคือ หวันเหยียนเลี่ยง (完颜亮) มีแผนออกธนบัตรโดยลอกแบบจากราชวงศ์ซ่ง แต่เจ้าหน้าที่ผลิตธนบัตรในราชวงศ์ซ่งพากันหนีลงใต้ไปหมด พวกยิวจึงถูกเชิญตัวมาช่วยโครงการผลิตธนบัตร

ธนบัตรเงิน ที่เรียกว่า เจี่ยวจือ ของราชวงศ์จิน ที่ยิวเป็นผู้ออกแบบ โดยลอกแบบจาก เจียวจือของราชวงศ์ซ่งเหนือ
พวกยิวเรียนรู้การทำธนบัตร(交子) จากยุคซ่งเหนือจนมีประสบการณ์ช่ำชอง อีกทั้งมีพรสวรรค์ด้านการค้าขาย พวกยิวใช้เวลาแค่ไม่กี่วันก็ออกแบบธนบัตรให้ราชสำนักจินสำเร็จ นอกจากนี้ยิวยังแนะนำให้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางขึ้นรับผิดชอบการออกธนบัตร ซึ่งเป็นต้นแบบของธนาคารโดยบทบาทหน้าที่บางส่วนเหมือนธนาคารกลาง

ต่อมา ราชสำนักจินตกรางวัลให้ยิว โดยช่วยรื้อฟื้นการสร้างโบสถ์ยิวแห่งแรก เมื่อราชวงศ์จินล่มสลาย และราชวงศ์หยวนขึ้นมาปกครองแผ่นดินจีน ชาวยิวรับใช้ราชวงศ์หยวน และมีการบูรณะโบสถ์ยิวขยายใหญ่ถึงหมื่นตารางเมตร

ชุมชนยิวเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริงในยุคราชวงศ์หมิง โดยมีจำนวนประชากรยิว กว่า 5,000 คนชาวยิวไม่เพียงตั้งนามสกุลหรือแซ่แบบชาวฮั่น ยังสอบรับราชการเข้าไปเป็นขุนนางในราชสำนัก อีกทั้งเริ่มยอมรับแนวคิดขงจื๊อ เปลี่ยนไปยอมรับวัฒนธรรมจีน จนกระทั่งสถานภาพสังคมของยิวเทียบเท่ากับคนจีนฮั่นอย่างสมบูรณ์

ขณะที่ชาวยิวในภูมิภาคอื่นของโลกใช้ภาษาฮีบรู ชาวยิวที่อาศัยในจีนเป็นเวลาหลายร้อยปีจากราชวงศ์ซ่งถึงราชวงศ์หมิงกลับเรียนรู้การอยู่ร่วมกับชาวจีน พวกเขาค่อยๆเรียนภาษาจีน

หลังยุคซ่ง แผ่นดินจีนวุ่นวายมาตลอด ชาวยิวจากต่างแดนที่เข้ามาจีนมีจำนวนน้อยมาก ชาวยิวซึ่งต้องการทายาทสืบเชื้อสายเผ่าพันธุ์เพื่อธำรงชุมชนยิวในจีนจึงแต่งงานกับหญิงจีน คนยิวในไคเฟิงปรับตัวกลมกลืนกับจีนอย่างแนบแน่นทั้งภาษา วัฒนธรรมอื่นๆ จนปลายราชวงศ์ชิง ชาวยิวถึงกับทิ้งพิธีทางศาสนา โบสถ์ก็ถูกทิ้งร้าง

อนุสรณ์สถานรำลึกถึงยิวในเมืองไคเฟิง
2. ช่วงประวัติศาสตร์ยุคใกล้: พ่อค้ายิวเฟื่องฟู

หลังจากที่พวกยิวถูกขับออกจากคานาอัน กลุ่มยิวสายต่างๆ ได้อพยพไปยังภูมิภาคต่างๆ ชาวยิวเซฟาร์ดี (Sephardic Jews) ที่มีบรรพบุรุษจากคาบสมุทรไอบีเรีย (สเปนและโปรตุเกสในปัจจุบัน) ได้สัญชาติอังกฤษ ฝรั่งเศส และสัญชาติอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มยิวเข้าไปยังอาณานิคมของยุโรป และสร้างเครือข่ายการค้าทั่วโลก

ช่วงประวัติศาสตร์ยุคใกล้ หรือยุคสมัยใหม่ของจีน… เมื่อจีนพ่ายแพ้สงครามฝิ่นครั้งแรก(ค.ศ.1939-1942) และถูกอังกฤษบีบบังคับให้จีนทำสนธิสัญญานานกิงอย่างไม่ธรรม โดยหนึ่งในข้อสัญญาคือการเปิดเมืองท่าเสรี ได้แก่ กว่างโจว เซี่ยงไฮ้ ซย่าเหมิน หนิงปัว และฝูโจว ให้ต่างชาติเข้ามาอย่างอิสระ พวกยิวเซฟาร์ดีก็รีบฉวยโอกาสชิงเข้าไปลงทุนเปิดธุรกิจอย่างว่องไวชนิดที่ว่าไปถึงก่อนได้ก่อน และหนึ่งในนั้นคือ ตระกูลซาสซูน (Sassoon)

เดวิด ซาสซูน (David Sassoon) ผู้ก่อตั้งบริษัท Sassoon & Co. เป็นยิว-อิรัก สัญชาติอังกฤษ เขาเคยเป็นเหรัญญิกในแบกแดด ต่อมาเข้าไปขยายกิจการค้าเฟื่องฟูในอินเดีย ในหน้าฉากนั้น ซาสซูนทำธุรกิจมากมายอย่างเช่นปั่นฝ้ายและอสังหาริมทรัพย์ ทว่า แหล่งข้อมูลทั่วไปเผยว่า การลักลอบฝิ่นเข้ามายังจีนถือเป็นแหล่งรายได้หลักที่สร้างความมั่งคั่งให้ซาสซูน

หลังปี 1840 ซาสซูน เปิดบริษัทการค้าในฮ่องกง กว่างโจว และเซี่ยงไฮ้ ประสบความสำเร็จอย่างมากโดยเฉพาะในเซี่ยงไฮ้ ทั้งธุรกิจฝิ่น ปั่นฝ้าย อสังหาริมทรัพย์ ค้าอาวุธ และอื่นๆที่จะสร้างผลกำไรก้อนโต ซาสซูนขยายกิจการสาขาไปทั่วประเทศจีน

กลุ่มพ่อค้ายิวเซฟาร์ดีเฟื่องฟูในเซี่ยงไฮ้และก่อตั้งชมรมชาวยิว จากนั้นก็สร้างสุสานคนยิว ศาสนาสถาน โรงเรียน-ห้องสมุดสำหรับชาวยิว และอื่นๆ ในปี ค.ศ. 1910 มีการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวยิวอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นมีการสร้างโบสถ์ยิวขนาดใหญ่ หนังสือพิมพ์ยิว ซึ่งช่วยทำให้ชุมชนยิวในเซี่ยงไฮ้มีอำนาจแข็งแกร่งมากขึ้น

กลุ่มยิวเซฟาร์ดีในเซี่ยงไฮ้ แม้มีจำนวน้อยมาก แต่ทรงอิทธิพลสูงในทางเศรษฐกิจ สำหรับ ซาสซูน ได้รับฉายาเป็นตระกูลรอทไชล์ดแห่งตะวันออก (The Rothschilds of the East)

คฤหาสน์ของซาสซูนในย่าน เดอะบันด์ นครเซี่ยงไฮ้ ปัจจุบันเป้นส่วนหนึ่งของโรงแรม พีช โฮเทล
3. ยิวจากรัสเซียลี้ภัยมายังจีน

ช่วงไล่เลี่ยกันนั้นเอง กลุ่มยิวสายอื่นๆได้จัดตั้งชมรมในจีน ทั้งยิวจากรัสเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มยิวอัชเกนัซ (Ashkenazi Jews) กลุ่มยิวจากยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มั่งคั่งเหมือนพวกยิวเซฟาร์ดี พวกยิวจากรัสเซียเดินทางมาจีนเพื่อลี้ภัยเนื่องจากสาเหตุต่างๆ ผู้ปกครองซาร์นอกจากบังคับให้เป็นยิวเปลี่ยนมาเป็นคริสต์ ออร์โธดอกซ์ แล้วยังเรียกเก็บภาษีหนักและบังคับเกณฑ์ทหาร

ยิวจากรัสเซียทะลักเข้ามาในฮาร์บินจนมีจำนวนกว่า 20,000 คน ขณะที่ยิวในเซี่ยงไฮ้ทะลุ 4,000 คน นอกจากนี้ ยิวรัสเซียจากฮาร์บินยังย้ายไปยังเทียนจิน มีจำนวนถึง 3,500 คน

ยิว-รัสเซียกลายเป็นยิวกลุ่มที่ใหญ่สุดในจีน พวกเขาเดินทางมาจีนเพราะหนีการกดขี่และมีศรัทธาแรงกล้าในลัทธิไซออนิสม์ ซึ่งเป็นขบวนการและอุดมการณ์ชาตินิยมของชาวยิวที่ต้องการสถาปนาและสนับสนุนบ้านเกิดของตนเองในดินแดนอิสราเอลโบราณหรือภูมิภาคปาเลสไตน์

ยิว-รัสเซียในเซี่ยงไฮ้ไม่คบหาสมาคมเข้ากลุ่มกับยิวเซฟาร์ดีตั้งแต่แรก และอยู่กันเป็นกลุ่มอิสระจนกระทั่งมีจำนวนมากขึ้นจึงจัดตั้งองค์กรเฉพาะกลุ่มของตัวเองในปี ค.ศ. 1932

ขณะที่ยิวเซฟาร์ดีขยายบทบาทการกุศล ยิวอัชเกนัซ มุ่งมั่นขยายลัทธิไซออนิสต์ โดยเป้าหมายของลัทธิลัทธิไซออนิสต์คือกอบกู้รัฐปาเลสไตน์ จัดตั้งอุดมการณ์ รัฐยิว ยิว-รัสเซียในเขตต่างๆของจีนจัดตั้งองค์กรลัทธิไซออนิสต์ เพื่อระดมชาวยิวเข้ามาเป็นแนวร่วม

โบสถ์ยิวในเมืองฮาร์บิน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยิว
4. ยิวหนีการไล่ล่าของนาซีมายังจีน

ในปี ค.ศ. 1933 นาซีขึ้นกุมอำนาจปกครองเยอรมนี และส่งสัญญาณชัดเจนในการต่อต้านยิว ยิวในเยอรมันเริ่มลี้ภัยไปทั่วโลก ช่วงปี ค.ศ.1937 ที่มีการกวาดล้างชาวยิวขนานใหญ่ในเยอรมนี จำนวนชาวยิวที่อพยพมายังเซี่ยงไฮ้ มีจำนวนอย่างน้อย 20,000 คน ขณะที่ทั่วโลกปิดประตูไม่ยอมรับยิว เซี่ยงไฮ้กลับเปิดประตูกว้างรับยิวเนื่องจากสาเหตุสองประการ ดังต่อไปนี้

ประการแรกคือ ช่วงนั้นเซี่ยงไฮ้ตกอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน หลังจากที่กองทัพญี่ปุ่นบุกเซี่ยงไฮ้ปี ค.ศ.1937 พื้นที่ส่วนใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจยึดครองของญี่ปุ่น รัฐบาลจีนสูญเสียอำนาจควบคุมเซี่ยงไฮ้ ทำให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็น “เมืองท่าเสรี” ที่ต่างชาติเข้ามาโดยที่ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงตัวตนหรือการค้ำประกันใด

ประการที่สองคือ ความเมตตาสงสารของ เหอ เฟิ่งซัน (何凤山) กงสุลจีนในออสเตรีย ที่ทนไม่ได้ที่เห็นนาซีกวาดล้างยิวโหดเหี้ยมมากขึ้นทุกวัน และชาติอื่นอย่างอังกฤษ และสหรัฐฯ ก็ปฏิเสธรับยิว เหอ เฟิงซัน ออกวีซ่าจีนให้ยิวในออสเตรียจำนวนมาก เพื่อช่วยให้พวกเขาหนีออกจากประเทศไป

ชาวยิวที่มาหลบภัยในเซี่ยงไฮ้ แม้มีชีวิตที่ลำบาก แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือคุ้มครองภัยโดยเฉพาะจากชาวเมืองเซี่ยงไฮ้ และสู้ทนมีชีวิตอยู่จนผ่านพ้นช่วงสงคราม

เหอ เฟิ่งซัน ทูตจีน ที่ช่วยเหลือยิวจากการเข่นฆ่าของนาซี
5. ชุมชนยิวเริ่มหายไปจากจีน

วันที่ 14 พ.ค. ปี 1948 มีการสถาปนารัฐอิสราเอล ในที่สุด พวกยิวก็มีมาตุภูมิของตัวเอง ยิวสามกลุ่มที่เข้ามาในจีนช่วงระหว่างยุคใกล้หรือสมัยใหม่ของจีนต่างปิติยินดีที่จะได้กลับบ้าน

ในช่วงที่สงครามมหาเอเชียบูรพาระเบิดขึ้น ด้วยยิวเป็นปรปักษ์กับญี่ปุ่น จึงถูกจับเข้าค่ายกักกันและยึดทรัพย์สิน ต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สัญญาเขตเช่าเซี่ยงไฮ้ถูกยกเลิก และจีนได้ตัดสิทธิพิเศษของชาวต่างชาติ กลุ่มยิวเซฟาร์ดีสูญเสียเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ที่พวกเขาเคยได้รับจึงถ่ายโอนทรัพย์สินและธุรกิจไปยังฮ่องกง องค์กรและอิทธิพลยิวก็ค่อยๆหายไป

ต่อมา ระหว่างสงครามกลางเมืองในจีน ชุมชนยิวรัสเซียในเซี่ยงไฮ้ก็เริ่มแตกสานซ่านเซ็น และก่อนที่เซี่ยงไฮ้ได้รับการปลดแอกจำนวนชาวยิวลดลงเหลือไม่ถึงพัน ในปีค.ศ.1956 โบสถ์ยิวแห่งสุดท้ายในเซี่ยงไฮ้ถูกปิด เป็นการปิดฉากชุมชนยิวโดยบริบูรณ์

ประชากรยิวในจีนแผ่นดินใหญ่หายไปเกือบหมด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับยิวยังไม่สิ้น ชาวยิวจำนวนมากที่อยู่ในจีนเรียกตัวเองเป็น “ยิว-จีน”.

ยิวหนีนาซีเยอรมนี ไปลี้ภัยตามภูมิภาคต่างๆทั่วโลก

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ปี ค.ศ. 1948  อิสราเอลประกาศสถาปนาประเทศอิสราเอลบริเวณแหล่งกำเนิดของยิว คือ ปาเลสไตน์ (คานาอัน)