xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐเสียงแตก ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ตัวการค่าไฟพุ่ง ปมร้อนการเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


แฟ้มภาพโครงเหล็กของศูนย์ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างระหว่างการเยี่ยมชมศูนย์ข้อมูล OpenAI ในเมืองอาบีลีน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา วันที่ 23 กันยายน 2025
ในขณะที่ไทยเพิ่งเริ่มจุดพลุบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ฝั่งสหรัฐอเมริกาก็คุกรุ่นไม่แพ้กัน ล่าสุดกระแสต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังลุกลามเข้าสู่ 2 พรรคการเมืองอเมริกันทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต แม้แต่ในรัฐเท็กซัส ซึ่งเคยประกาศตัวเป็น "ศูนย์กลางการพัฒนา AI ของประเทศ" ผู้ว่าการรัฐเกร็ก แอ็บบอตต์ (Greg Abbott) ก็ยังกลับพลิกจุดยืน โดยในการหาเสียงเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้ แอ็บบอตต์เรียกร้องให้มีการออกกฎควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเข้มงวด ทั้งที่เมื่อไม่ถึงหนึ่งปีก่อน แอ็บบอตต์ยังยกย่องอุตสาหกรรมนี้อยู่เลย

ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่เท็กซัส ผู้สมัครรีพับลิกันในอย่างน้อย 5 รัฐ รวมถึงมิชิแกน วิสคอนซิน และเพนซิลเวเนีย ต่างปรับท่าทีให้แข็งกร้าวขึ้นต่อการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นรอยร้าวใหม่ภายในพรรค และขัดกับแนวทางสนับสนุน AI อย่างเต็มที่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เท็กซัส นั้นเป็นตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ที่โตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ โดยเป็นที่ตั้งโครงการ Stargate ของ OpenAI ที่เมืองอบิลีน ซึ่งเมื่อผู้ว่าการแอ็บบอตต์ประกาศให้มีการตรวจสอบการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าใหม่ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ก็ส่งผลให้การอนุมัติโครงการใหม่หยุดชะงักลงโดยพฤตินัย พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และจำกัดการพัฒนาในพื้นที่ชนบท

แม้แต่ในรัฐเท็กซัส ซึ่งเคยประกาศตัวเป็น ศูนย์กลางการพัฒนา AI ของประเทศ ผู้ว่าการรัฐเกร็ก แอ็บบอตต์ (Greg Abbott) ก็ยังกลับพลิกจุดยืน
ด้าน เคน แพ็กซ์ตัน (Ken Paxton) อัยการสูงสุดของรัฐ ซึ่งกำลังลงชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิก ก็ได้ประกาศแผนใหม่เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยสนับสนุนมาตรการจูงใจทางภาษีที่ผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้มาตั้งแต่ปี 2556

ถามว่าทำไมนักการเมืองอเมริกันถึงเปลี่ยนท่าที? เรื่องนี้ต้องย้อนไปดูผลสำรวจของ Texas Politics Project เมื่อเดือนสิงหาคม พบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 30% เท่านั้นที่สนับสนุนให้มีดาต้าเซ็นเตอร์ในชุมชนของตน กลุ่มผู้คัดค้านชี้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นตัวเร่งให้ค่าไฟและค่าน้ำพุ่งสูงขึ้น ในเวลากลางคืนก็มีแสงรบกวน ขณะที่รายได้ภาษีและการจ้างงานที่ได้กลับมาไม่คุ้มค่ากับสิทธิประโยชน์ที่รัฐมอบให้

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านี่คือแรงปะทะระหว่าง "แนวคิดสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการแข่งขันกับจีนในสนาม AI" กับ "กระแสประชานิยมที่ต่อต้านปัญหาค่าครองชีพ" และสำหรับพรรครีพับลิกันซึ่งเคยวางตัวเป็นผู้สนับสนุนภาคธุรกิจมาตลอด การถอยห่างจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จึงกลายเป็นความจำเป็นทางการเมืองไปแล้วในขณะนี้

***เท็กซัส เอื้อทุกอย่าง?

เท็กซัส (Texus) ถือเป็นหนึ่งในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐฯ เพราะมีปัจจัยที่ดึงดูดการลงทุนคือที่ดินราคาไม่แพงและมีจำนวนมาก รวมถึงมีกฎระเบียบที่เอื้อต่อธุรกิจ ทำให้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง SpaceX และ Oracle เข้ามาลงทุน ขณะเดียวกันก็ดึงดูดผู้ประกอบการที่มีฐานะร่ำรวยอย่าง อีลอน มัสก์ ด้วย

เมื่อไม่ถึงหนึ่งปีก่อน ผู้ว่าการรัฐ เกร็ก แอ็บบอตต์ เคยยกย่องเท็กซัสว่าเป็น "ศูนย์กลางการพัฒนา AI" ของประเทศ

แม้แต่ในรัฐเท็กซัส ซึ่งเคยประกาศตัวเป็น ศูนย์กลางการพัฒนา AI ของประเทศ ผู้ว่าการรัฐเกร็ก แอ็บบอตต์ (Greg Abbott) ก็ยังกลับพลิกจุดยืน
ด้าน เคน แพ็กซ์ตัน (Ken Paxton) อัยการสูงสุดของรัฐ ซึ่งกำลังลงชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิก ก็ได้ประกาศแผนใหม่เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยสนับสนุนมาตรการจูงใจทางภาษีที่ผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้มาตั้งแต่ปี 2556

ถามว่าทำไมนักการเมืองอเมริกันถึงเปลี่ยนท่าที? เรื่องนี้ต้องย้อนไปดูผลสำรวจของ Texas Politics Project เมื่อเดือนสิงหาคม พบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 30% เท่านั้นที่สนับสนุนให้มีดาต้าเซ็นเตอร์ในชุมชนของตน กลุ่มผู้คัดค้านชี้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นตัวเร่งให้ค่าไฟและค่าน้ำพุ่งสูงขึ้น ในเวลากลางคืนก็มีแสงรบกวน ขณะที่รายได้ภาษีและการจ้างงานที่ได้กลับมาไม่คุ้มค่ากับสิทธิประโยชน์ที่รัฐมอบให้

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านี่คือแรงปะทะระหว่าง "แนวคิดสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการแข่งขันกับจีนในสนาม AI" กับ "กระแสประชานิยมที่ต่อต้านปัญหาค่าครองชีพ" และสำหรับพรรครีพับลิกันซึ่งเคยวางตัวเป็นผู้สนับสนุนภาคธุรกิจมาตลอด การถอยห่างจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จึงกลายเป็นความจำเป็นทางการเมืองไปแล้วในขณะนี้

***เท็กซัส เอื้อทุกอย่าง?

เท็กซัส (Texus) ถือเป็นหนึ่งในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐฯ เพราะมีปัจจัยที่ดึงดูดการลงทุนคือที่ดินราคาไม่แพงและมีจำนวนมาก รวมถึงมีกฎระเบียบที่เอื้อต่อธุรกิจ ทำให้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง SpaceX และ Oracle เข้ามาลงทุน ขณะเดียวกันก็ดึงดูดผู้ประกอบการที่มีฐานะร่ำรวยอย่าง อีลอน มัสก์ ด้วย

เมื่อไม่ถึงหนึ่งปีก่อน ผู้ว่าการรัฐ เกร็ก แอ็บบอตต์ เคยยกย่องเท็กซัสว่าเป็น "ศูนย์กลางการพัฒนา AI" ของประเทศ

กลุ่มผู้คัดค้านชี้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นตัวเร่งให้ค่าไฟและค่าน้ำพุ่งสูงขึ้น ในเวลากลางคืนก็มีแสงรบกวน ขณะที่รายได้ภาษีและการจ้างงานที่ได้กลับมาไม่คุ้มค่ากับสิทธิประโยชน์ที่รัฐมอบให้
กระแสต่อต้านในเท็กซัส เห็นชัดจากผลสำรวจของ Texas Politics Project เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 พบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 30% เท่านั้นที่สนับสนุนให้มีดาต้าเซ็นเตอร์ในชุมชนของตัวเอง โดยข้อกล่าวหาหลักจากฝ่ายคัดค้านคือทำให้ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำสูงขึ้น สร้างมลภาวะทางแสง ในเวลากลางคืนจากไฟส่องสว่างของอาคาร

อีกเหตุผลหนึ่งคือรายได้ภาษีและการจ้างงานที่ได้กลับมา ไม่คุ้มค่ากับสิทธิประโยชน์/มาตรการจูงใจที่รัฐมอบให้ มุมมองนี้ทำให้ท่าทีของนักการเมืองรีพับลิกันในเท็กซัส เช่น ผู้ว่าการเกร็ก แอ็บบอตต์ ที่เดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งใหม่โดยเรียกร้องให้มีกฎควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเข้มงวดขึ้น และเสนอให้ยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์

***จำกัด-หยุดชะงัก

วันที่ 3 สิงหาคม ผู้ว่าการเกร็กประกาศให้มีการตรวจสอบระบบ ซึ่งส่งผลให้การอนุมัติการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าใหม่หยุดชะงักลงโดยพฤตินัย

เวลานั้นมีรายงานว่าผู้ว่าการเกร็ก แอ็บบอตต์ได้สั่งให้หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐดูแลไม่ให้ดาต้าเซ็นเตอร์แย่งน้ำและไฟที่ชุมชนต้องการ ลดต้นทุนค่าไฟให้ผู้บริโภค และให้ดาต้าเซ็นเตอร์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าของตัวเอง

อัยการสูงสุด เคน แพ็กซ์ตัน ซึ่งเป็นผู้สมัครวุฒิสมาชิกที่เดิมทีเคยสนับสนุน AI/ดาต้าเซ็นเตอร์ในฐานะกลไกสร้างงานและเศรษฐกิจ แต่ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้ประกาศแผนใหม่ โดยอ้างว่าจะรักษาความสามารถแข่งขันของสหรัฐฯ ไปพร้อมกับหยุดยั้งผลกระทบเชิงลบของดาต้าเซ็นเตอร์ สอดคล้องกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่คณะกรรมาธิการท้องถิ่นของ Hood County เคยขอความเห็นทางกฎหมายจากแพ็กซ์ตันว่ามีอำนาจระงับการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ชั่วคราวได้หรือไม่ ซึ่งเมื่อผ่านมาครึ่งปีคำร้องนี้ก็ยังค้างอยู่

กลุ่มผู้คัดค้านชี้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นตัวเร่งให้ค่าไฟและค่าน้ำพุ่งสูงขึ้น ในเวลากลางคืนก็มีแสงรบกวน ขณะที่รายได้ภาษีและการจ้างงานที่ได้กลับมาไม่คุ้มค่ากับสิทธิประโยชน์ที่รัฐมอบให้
กระแสต่อต้านในเท็กซัส เห็นชัดจากผลสำรวจของ Texas Politics Project เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 พบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 30% เท่านั้นที่สนับสนุนให้มีดาต้าเซ็นเตอร์ในชุมชนของตัวเอง โดยข้อกล่าวหาหลักจากฝ่ายคัดค้านคือทำให้ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำสูงขึ้น สร้างมลภาวะทางแสง ในเวลากลางคืนจากไฟส่องสว่างของอาคาร

อีกเหตุผลหนึ่งคือรายได้ภาษีและการจ้างงานที่ได้กลับมา ไม่คุ้มค่ากับสิทธิประโยชน์/มาตรการจูงใจที่รัฐมอบให้ มุมมองนี้ทำให้ท่าทีของนักการเมืองรีพับลิกันในเท็กซัส เช่น ผู้ว่าการเกร็ก แอ็บบอตต์ ที่เดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งใหม่โดยเรียกร้องให้มีกฎควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเข้มงวดขึ้น และเสนอให้ยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์

***จำกัด-หยุดชะงัก

วันที่ 3 สิงหาคม ผู้ว่าการเกร็กประกาศให้มีการตรวจสอบระบบ ซึ่งส่งผลให้การอนุมัติการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าใหม่หยุดชะงักลงโดยพฤตินัย

เวลานั้นมีรายงานว่าผู้ว่าการเกร็ก แอ็บบอตต์ได้สั่งให้หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐดูแลไม่ให้ดาต้าเซ็นเตอร์แย่งน้ำและไฟที่ชุมชนต้องการ ลดต้นทุนค่าไฟให้ผู้บริโภค และให้ดาต้าเซ็นเตอร์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าของตัวเอง

อัยการสูงสุด เคน แพ็กซ์ตัน ซึ่งเป็นผู้สมัครวุฒิสมาชิกที่เดิมทีเคยสนับสนุน AI/ดาต้าเซ็นเตอร์ในฐานะกลไกสร้างงานและเศรษฐกิจ แต่ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้ประกาศแผนใหม่ โดยอ้างว่าจะรักษาความสามารถแข่งขันของสหรัฐฯ ไปพร้อมกับหยุดยั้งผลกระทบเชิงลบของดาต้าเซ็นเตอร์ สอดคล้องกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่คณะกรรมาธิการท้องถิ่นของ Hood County เคยขอความเห็นทางกฎหมายจากแพ็กซ์ตันว่ามีอำนาจระงับการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ชั่วคราวได้หรือไม่ ซึ่งเมื่อผ่านมาครึ่งปีคำร้องนี้ก็ยังค้างอยู่

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์เตือนใน Truth Social เมื่อวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2026 ว่าคนอเมริกันที่ต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์เสี่ยงจะทำให้ประเทศ ล้าหลังและยากจน
ประเด็นดาต้าเซ็นเตอร์ในเท็กซัสกลายเป็นปมการเมืองไปเรียบร้อย เพราะฝั่งเดโมแครตได้โจมตีกลับ โดย เจมส์ ทาลาริโก คู่แข่งของแพ็กซ์ตัน กล่าวหาว่าภาวะที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องฉวยโอกาสทางการเมือง โดยชี้ว่าแพ็กซ์ตันรับเงินบริจาคจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาก่อน และกล่าวว่าแพ็กซ์ตันกลัวว่าความสัมพันธ์กับบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่จะทำให้แพ้เลือกตั้ง

ฝั่งแพ็กซ์ตันตอบโต้ว่าทาลาริโกก็รับเงินจากกลุ่มผลประโยชน์เดียวกัน และเคยโหวตสนับสนุนสิทธิประโยชน์ภาษีการขายสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในปี 2566 ขณะเป็นวุฒิสมาชิกรัฐ พร้อมกล่าวหาว่าทาลาริโก "รับเงินจากนายทุนชายฝั่ง"

จีนา ฮิโนโฮซา คู่แข่งของแอ็บบอตต์ในศึกผู้ว่าการรัฐ ระบุว่าดาต้าเซ็นเตอร์คือ "ประเด็นชี้ขาด" ของการเลือกตั้งครั้งนี้ และตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการระงับการอนุมัติชั่วคราวของแอ็บบอตต์จะหมดอายุในวันที่ 4 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันถัดจากวันเลือกตั้งพอดี

ปฏิกิริยาของทรัมป์และพรรครีพับลิกันระดับชาตินั้นชัดเจน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์เตือนใน Truth Social เมื่อวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2026 ว่าคนอเมริกันที่ต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์เสี่ยงจะทำให้ประเทศ "ล้าหลังและยากจน"
ขณะที่ นาตาลี บัลดาสซาร์เร โฆษกฝ่ายสื่อของคณะกรรมการแห่งชาติพรรครีพับลิกัน (RNC) กล่าวแบบเห็นแย้งกับทรัมป์ โดยระบุว่า "เราจะแนะนำให้ผู้สมัครแต่ละคนทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและแต่ละชุมชน ไม่ใช่แนวทางแบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน"

***บิ๊กเทคขยับ

ความพยายามตั้งรับของบิ๊กเทคในเท็กซัส มีรายงานออกมาทั้งในรูปแบบการทุ่มเงินรวมกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมทั่วประเทศ พร้อมแคมเปญโฆษณาขนาดใหญ่เพื่อให้ความรู้ผู้บริโภคเรื่องประโยชน์ของดาต้าเซ็นเตอร์

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์เตือนใน Truth Social เมื่อวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2026 ว่าคนอเมริกันที่ต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์เสี่ยงจะทำให้ประเทศ ล้าหลังและยากจน
ประเด็นดาต้าเซ็นเตอร์ในเท็กซัสกลายเป็นปมการเมืองไปเรียบร้อย เพราะฝั่งเดโมแครตได้โจมตีกลับ โดย เจมส์ ทาลาริโก คู่แข่งของแพ็กซ์ตัน กล่าวหาว่าภาวะที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องฉวยโอกาสทางการเมือง โดยชี้ว่าแพ็กซ์ตันรับเงินบริจาคจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาก่อน และกล่าวว่าแพ็กซ์ตันกลัวว่าความสัมพันธ์กับบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่จะทำให้แพ้เลือกตั้ง

ฝั่งแพ็กซ์ตันตอบโต้ว่าทาลาริโกก็รับเงินจากกลุ่มผลประโยชน์เดียวกัน และเคยโหวตสนับสนุนสิทธิประโยชน์ภาษีการขายสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในปี 2566 ขณะเป็นวุฒิสมาชิกรัฐ พร้อมกล่าวหาว่าทาลาริโก "รับเงินจากนายทุนชายฝั่ง"

จีนา ฮิโนโฮซา คู่แข่งของแอ็บบอตต์ในศึกผู้ว่าการรัฐ ระบุว่าดาต้าเซ็นเตอร์คือ "ประเด็นชี้ขาด" ของการเลือกตั้งครั้งนี้ และตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการระงับการอนุมัติชั่วคราวของแอ็บบอตต์จะหมดอายุในวันที่ 4 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันถัดจากวันเลือกตั้งพอดี

ปฏิกิริยาของทรัมป์และพรรครีพับลิกันระดับชาตินั้นชัดเจน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์เตือนใน Truth Social เมื่อวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2026 ว่าคนอเมริกันที่ต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์เสี่ยงจะทำให้ประเทศ "ล้าหลังและยากจน"
ขณะที่ นาตาลี บัลดาสซาร์เร โฆษกฝ่ายสื่อของคณะกรรมการแห่งชาติพรรครีพับลิกัน (RNC) กล่าวแบบเห็นแย้งกับทรัมป์ โดยระบุว่า "เราจะแนะนำให้ผู้สมัครแต่ละคนทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและแต่ละชุมชน ไม่ใช่แนวทางแบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน"

***บิ๊กเทคขยับ

ความพยายามตั้งรับของบิ๊กเทคในเท็กซัส มีรายงานออกมาทั้งในรูปแบบการทุ่มเงินรวมกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมทั่วประเทศ พร้อมแคมเปญโฆษณาขนาดใหญ่เพื่อให้ความรู้ผู้บริโภคเรื่องประโยชน์ของดาต้าเซ็นเตอร์

บรรยากาศการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569กรุงเทพมหานคร
รวมถึงรูปแบบซูเปอร์แพ็ค หรือ Super PAC ที่เป็นคำย่อของ Super Political Action Committee องค์กรทางการเมืองประเภทหนึ่งในสหรัฐฯ ซึ่งมีรายงานว่าพบซูเปอร์แพ็คที่เชื่อมโยงกับ Anthropic ใช้เงินไปแล้วกว่า 2.6 ล้านดอลลาร์ ในเท็กซัส ขณะที่ซูเปอร์แพ็คที่เชื่อมโยงกับ เกร็ก บร็อกแมน ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ใช้เงินไปแล้วกว่า 4.8 ล้านดอลลาร์ ทั่วรัฐ

ด้าน Meta พบว่ามีบริจาคเงินราว 1.4 ล้านดอลลาร์ ให้ซูเปอร์แพ็คที่เน้นผู้สมัครระดับรัฐในเท็กซัส ซึ่งมุมมองนักวิเคราะห์อย่าง แบรด เดย์สปริง นักยุทธศาสตร์รีพับลิกันจาก Purple Strategies มองว่าประเด็นทั้งหมดนี้เป็นการปะทะกันระหว่างสัญชาตญาณสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการแข่งขันกับจีนในสนาม AI กับกระแสประชานิยมที่ต่อต้านปัญหาค่าครองชีพ

เดวิด คาโรล นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ ชี้ว่าพรรครีพับลิกันเริ่มตระหนักว่าจำเป็นต้องสร้างระยะห่างจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้ และมองว่าเป็นเรื่องแปลกที่ทั้ง 2 พรรคซึ่งปกติเห็นต่างแทบทุกเรื่อง กลับมีความเคลื่อนไหวร่วมกันในการต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์

เควิน แมดเดน นักยุทธศาสตร์การเมืองอาวุโส ระบุว่าอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลนี้ไม่ได้มีการเข้าไปมีส่วนร่วมกับสังคมในระดับที่ควรจะเป็น ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาซึ่งเผชิญกระแสต่อต้านในระดับท้องถิ่น

ที่สุดแล้ว กระแสการต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์ในรัฐเท็กซัส สะท้อนให้เห็นความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวทั่วโลก ระหว่างการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยี กับผลกระทบที่ประชาชนในพื้นที่ต้องแบกรับ ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำ และทรัพยากรพลังงานที่ตึงตัว ซึ่งเป็นบทเรียนที่หลายประเทศ รวมถึงไทยที่กำลังมีการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์จากต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ควรพิจารณาแนวทางบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและน้ำควบคู่ไปกับการดึงดูดการลงทุนด้าน AI ในระยะยาว.