xs
xsm
sm
md
lg

‘ปูติน’ ซัด ‘เซเลนสกี’ เป็นผู้ก่อการร้ายที่คุกคามสายการบินพลเรือน พร้อมขู่อังกฤษอาจกลายเป็นเป้าหมายถูกโจมตี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ระบุ รัสเซียกำลังมีชัยชนะจากสมรภูมิในยูเครนมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับประนามเคียฟที่กำลังเพิ่มการข่มขู่คุกคามอย่างอับจนต่อบรรดาสายการบินพลเรือนว่า กำลังแสดงพฤติการณ์แบบ “การก่อการร้ายโดยภาครัฐ” รวมทั้งกล่าวเตือนว่า บรรดาสถานที่ตั้งทางทหารของสหราชอาณาจักรบนดินแดนยูเครน จะกลายเป็นเป้าหมายที่แดนหมีขาวสามารถเข้าโจมตีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อาร์ที ซึ่งเป็นสื่อทางการของรัสเซียรายงานในวันพุธ (2 ก.ย.)

ขณะแถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมซัมมิตของกลุ่มองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงบิชเคก เมืองหลวงของคีร์กิซสถาน ระหว่างวันจันทร์ (31 ส.ค.) ถึงวันอังคาร (1 ก.ย.) ปูตินยังกล่าวถึงเรื่องที่รัสเซียโจมตีใส่เรือต่างๆ ที่กำลังบรรทุกอาวุธไปให้ยูเครน, การติดต่อกับหน่วยข่าวกรองซีไอเอตลอดจนผู้แทนต่างๆ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์, ความสัมพันธ์ที่มอสโกมีกับเยอรมนี,รวมทั้งเรื่อง “ฉลามร้ายแห่งลัทธิจักรวรรดิ นิยม” ของฝ่ายตะวันตก

ต่อไปนี้ คือประเด็นสำคัญๆ ในการแถลงข่าวครั้งนี้

ยืนยันว่ารัสเซียยังคงกำลังรุกคืบในยูเครน และ“ข้าศึกจะล่มสลาย”

ปูตินกล่าวว่า กองกำลังของฝ่ายยูเครนกำลังสูญเสียพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันเขาก็แสดงท่าทีระมัดระวังไม่ต้องการทำนายว่าจุดพลิกผันที่จะเกิดการตัดสินกันอย่างชัดเจนจะมาถึงเมื่อใด เนื่องจาก “สงครามมีความโหดร้ายและยากลำบากแก่การทำนาย”

กองทหารรัสเซียไม่ได้เพียงแค่กำลังรุกคืบหน้าเท่านั้น แต่ยัง “กำลังเพิ่มฝีก้าวในการรุก” อีกด้วย เขาบอก พร้อมกับกล่าวสรุปสั้นๆ ถึงพัฒนาการต่างๆ ตลอดทั่วทั้งแนวรบในยูเครน โดย ปูตินระบุว่า กองกำลังรัสเซียกำลังบุกไปถึงใกล้ๆ เมืองสลาวินสก์ (Slavyansk), ครามาตอร์สก์ (Kramatorsk), และ ดรูซคอฟวา (Druzhkovka) ขณะเดียวกันเขาอ้างว่า ทหารยูเครนราว 5,000 คนถูกล้อมอยู่ใกล้ๆ อ่างเก็บน้ำ ครัสนูสโคลสโคเย (Krasnooskolskoye Reservoir) เขายังระบุอีกว่า ฝ่ายรัสเซียบุกคืบหน้าไปในแคว้นซาโปริซเซีย (Zaporozhye) รวมทั้งรุกหน้าสู่เมืองซูมี (Sumy)

“ผมไม่มีข้อสงสัยเลยว่าข้าศึกจะล่มสลายแน่นอน แต่คำถามเรื่องกำหนดเวลาเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนมากเสมอมา”

เขายังปฏิเสธพวกข้อเสนอที่ให้แช่แข็งการสู้รบขัดแย้งคราวนี้เอาไว้ก่อน โดยยึดตามเส้นแนวรบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

“เราไม่ต้องการที่จะแช่แข็งมันเอาไว้ เราต้องการที่จะให้สงครามนี้ยุติลง และบรรลุถึงสันติภาพอันสมบูรณ์แบบและถาวร –ทั้งในยูเครน และในยุโรป”

“ไม่มีการเจรจากับพวกผู้ก่อการร้าย”

เมื่อถูกถามถึงการที่ วลาดิมีร์ เซเลนสกี ข่มขู่คุกคามสายการบินพลเรือนต่างๆ ที่กำลังใช้น่านฟ้าของรัสเซีย ปูตินตอบว่า คำพูดเช่นนี้ของเซเลนสกี หมายถึง “ความพยายามที่จะใช้การก่อการร้ายโดยรัฐ” ซึ่งเป็นการขัดแย้งอย่างตรงกันข้ามกับเรื่องที่เคียฟพยายามเรียกร้อง “การเจรจาและการพบปะหารือระดับส่วนบุคคล”

“คุณจะไม่เจรจากับพวกผู้ก่อการร้ายหรอก” ปูตินกล่าว พร้อมกับเตือนว่า ถ้าหากมีการโจมตีใส่เครื่องบินพลเรือนกันจริงๆ แล้ว มอสโกก็จะเสาะหาวิธีการในการตอบโต้

เมื่อถูกถามว่า พวกผู้นำทางการเมืองและทางทหารของยูเครน อาจตกเป็นเป้าหมายถูกรัสเซียโจมตีได้หรือไม่ ปูตินตอบว่า เท่าที่ผ่านมาจนถึงเวลานี้ รัสเซียได้หลีกเลี่ยงจากเรื่องนี้ เพราะมันอาจจะมีความจำเป็นในท้ายที่สุดที่จะต้องมีคนของฝ่ายยูเครนมาเจรจาด้วย

“นี่คือความพยายามที่จะใช้การก่อการร้าย มันยังไม่ถึงกับเปลี่ยนไปเป็นการก่อการร้ายแล้ว แต่ถ้าหากมันกลายเป็นอย่างนั้นขึ้นมา เราก็จะดูว่าจะตอบโต้ยังไง เราจะเสาะหาเครื่องมือต่างๆ สำหรับเรื่องนั้น”

“พวกเขาโจมตีใส่เรา –พวกเขาจะได้รับคำตอบจากเรา”

ปูตินกล่าวว่า กองทัพรัสเซียได้รับคำสั่งให้เตรียมการ “โจมตีอย่างมโหฬาร” เล่นงานสถานที่ตั้งทางพลังงานต่างๆ ของยูเครน เพื่อเป็นการตอบโต้ที่ฝ่ายนั้นโจมตีเล่นงานพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานทางเชื้อเพลิงของรัสเซีย ทั้งนี้ โดรนจากยูเครนได้พยายามอีกครั้งในการเล็ดลอดผ่านการป้องกันภัยทางอากาศของกรุงมอสโกและนครเซนต์ปิเตอร์สเบิร์ก และโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย 3 แห่ง แต่การโจมตีได้ถูกขจัดออกไปแล้ว ทั้งนี้ตามคำกล่าวของประธานาธิบดีผู้นี้

“พวกเขาโจมตีใส่เรา –พวกเขาจะได้รับคำตอบจากเรา นี่พูดกันคร่าวๆ ว่าเรื่องกำลังเป็นยังไงกันอยู่”

ปูตินพูดด้วยว่า กฤษฎีกาฉบับหนึ่งที่รัสเซียประกาศใช้เร็วๆ นี้ ซึ่งเปิดทางให้รัฐมีอำนาจชั่วคราวในการเข้าบริหารจัดการพวกโครงสร้างพื้นฐานสำคัญยิ่งยวดที่มีการปกป้องคุ้มครองอย่างย่ำแย่นั้น มีความมุ่งหมายเพื่อบังคับให้พวกบริษัทภาคเอกชนและองค์การรัฐต่างๆ ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดมากขึ้น ในการปกป้องคุ้มครองไม่ให้ถูกโดรนโจมตี โดยเขาปฏิเสธข้อบ่งชี้ไปในทำนองว่านี่หมายถึงการยึดกิจการเหล่านี้มาเป็นของรัฐ

“เคียฟเปิด ‘กล่องของแพนโดรา’”

ปูตินเน้นย้ำว่า รัสเซียไม่ได้โจมตีการขนส่งทางทะเลของยูเครนแบบเดาสุ่ม แต่มีเป้าหมายเล่นงานเฉพาะพวกเรือที่ขนส่งอาวุธและเครื่องกระสุนเข้าไปยังยูเครน พร้อมกับยกเหตุผลโต้แย้งว่า การที่เกิดการระเบิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องภายหลังการโจมตีของรัสเซียแล้ว เป็นการยืนยันว่าสินค้าเหล่านั้นคือสินค้าอะไร

“เราได้ดำเนินการโจมตีอย่างแม่นยำใส่เรือสินค้าบางลำจริง แต่เรือเหล่านี้ถูกคัดสรรแล้วว่าเป็นเป้าหมายที่ควรโจมตี”

ประธานาธิบดีปูตินบอกว่า รัสเซียได้ขยายการโจมตีตอบโต้ใส่การเดินเรือทะเลของยูเครน หลังจากที่ เซเลนสกี เปิดการรณรงค์เล่นงานเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของรัสเซียเป็นระยะเวลา 40 วันซึ่งได้ถูกประโคมข่าวกันอย่างมากมายแล้ว ตามคำกล่าวของปูติน การรณรงค์นี้ของยูเครน ประสบความล้มเหลวไม่สามารถก่อให้เกิด ความเสียหายอย่างสำคัญยิ่งยวด ใดๆ แต่กลับเล่นงานถูกเรือราวๆ 100 ลำ และสังหารกลาสีเรือไปจำนวนมาก รวมทั้งที่เป็นชาวต่างประเทศด้วย

“พวกคุณเองเป็นคนเปิดกล่องของแพนโดรา --ตอนนี้ก็ต้องรับกับสิ่งที่เกิดตามมาล่ะ" เขากล่าว (กล่องของแพนโดรา Pandora’s box วัตถุในตำนานเทพปกรณัมกรีก ซึ่งเป็นที่มาของสำนวนในภาษาอังกฤษและชาติตะวันตกต่างๆ หมายถึง "การกระทำที่นำไปสู่ปัญหาหรือหายนะอันใหญ่หลวงที่คาดไม่ถึง)

ปูตินชี้ด้วยว่า แผนการริเริ่มขนส่งธัญพืชจากทะเลดำ ในตอนเริ่มแรกนั้น ได้รับการส่งเสริมป่าวร้องว่ามีความสำคัญมากในการหลีกลี่ยงป้องกันไม่ให้เกิดความอดอยากหิวโหยขึ้นในพวกประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกา --แต่จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเวลานี้คือ มีธัญพืชของยูเครนที่ส่งออกภายใต้การดำเนินการตามแผนการริเริ่มนี้เพียงแค่ประมาณ 0.2% เท่านั้น ซึ่งเดินทางไปถึงตลาดของพวกประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ส่วนใหญ่เดินทางไปยังพวกประเทศยุโรป


“การติดต่อกับซีเอไอ และกับ ‘แขกผู้ที่ทางรัสเซียยินดีต้อนรับ’จากโดนัลด์ ทรัมป์

ปูตินปฏิเสธแนวความคิดที่กำลังมีการพูดกันว่า การติดต่อกันระหว่างหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของรัสเซียกับของอเมริกันเป็นสิ่งที่ผิดปกติ โดยเขาชี้ว่าช่องทางติดต่อระหว่างกันยังคงเปิดเอาไว้เสมอมาแม้กระทั่งในระหว่างช่วงสงครามเย็น ปูตินยังได้เอ่ยชื่อของ จาเร็ด คุชเนอร์ และ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นคนสนิทไว้วางใจของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยประธานาธิบดีรัสเซียบอกว่า ทั้งคู่เป็นผู้เจรจาที่มีความจริงใจ และเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของทรัมป์

“มิสเตอร์คุชเนอร์ และมิสเคตอร์วิตคอฟฟ์ เป็นแขกซึ่งเป็นที่ยินดีต้อนรับเสมอของที่นี่ และเราทำงานร่วมกับพวกเขาด้วยความพึงพอใจ

มอสโกนั้นเปิดกว้างในเรื่องให้มีผู้เข้าร่วมเพิ่มเติมในการพูดจาเรื่องยูเครน ถ้าหากพวกเขาสามารถสร้างคุณูปการได้อย่างแท้จริง เขากล่าวต่อ แต่ต้องไม่ใช่พวกที่เข้ามาดำเนินการทางการทูตใน “ลักษณะที่ไร้ความหมาย”

สิ่งปลูกสร้างของสหราชอาณาจักรที่จะตกเป็นเป้าหมายถูกโจมตี

ปูตินยืนยันว่าสิ่งปลูกสร้างทหารใดๆ ของสหราชอาณาจักร ซึ่งจัดตั้งขึ้นในยูเครน จะถูกฝ่ายรัสเซียพิจารณาว่าเป็นเป้าหมายที่สามารถเข้าโจมตีได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย

“สิ่งปลูกสร้างทางทหารใดๆ ในยูเครน ตามกฎหมายของเราแล้ว ต่างเป็นเป้าหมายเข้าโจมตีได้อย่างถูกต้อง -- ไม่ว่าของสหราชอาณาจักรหรือของใครอื่น”

เมื่อถูกผู้สื่อข่าวสอบถามว่าพวกสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ทั้งทางการทหาร-ทางอุตสาหกรรมในสหราชอาณาจักร อาจกลายเป็นเป้าหมายถูกโจมตีได้หรือไม่ ถ้าหากอาวุธของสหราชอาณาจักรถูกใช้ไปในการโจมตีรัสเซีย ปูตินก็ปฏิเสธไม่ขอเปิดเผยให้ทราบถึงเส้นสีแดงห้ามล่วงละเมิดของรัสเซีย

นั่นถือเป็นความลับอย่างหนึ่ง เป็นความลับทางทหารอย่างหนึ่ง”

เยอรมนีเพียงแค่ต้อง “กดปุ่ม” ก็ได้ซื้อก๊าซรัสเซียไปใช้

ปูตินยังปฏิเสธพวกข้อกล่าวหาจากเยอรมนีเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มีโดรนโจมตีปรากฏตัวในเมืองไลป์ซิก โดยกล่าวหาว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ทั้งนี้ เขาโต้แย้งว่า เบอร์ลินต่างหากที่กำลังปลุกผีเรื่องการข่มขู่คุกคามจาก รัสเซียผู้ก้าวร้าวรุกรานเพื่อมุ่งหันเหความสนใจออกไปจากพวกปัญหาทางการเมืองและทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

เขาย้อนความหลังที่ฝ่ายตะวันตกเคยกล่าวหาก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียเป็นผู้บ่อนทำลายสายท่อส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม (Nord Stream) ของตัวเอง ปูตินเรียกการกล่าวหาเช่นนี้ว่าเป็นเรื่องไร้เหตุผล เมื่อพิจารณาถึงการที่รัสเซียมีความสนใจที่จะขายก๊าซให้แก่ยุโรป

รัสเซียยังคงมีศักยภาพในการจัดส่งก๊าซให้แก่เยอรมนี เขากล่าว

“สิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องทำ คือการกดปุ่มเท่านั้น”

อย่างไรก็ดี พวกผู้นำเยอรมนี ขาดไร้เจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะกระทำเช่นว่านี้ สืบเนื่องจากการแซงก์ชั่นคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ปูตินบอก และกล่าวถึงนโยบายของเบอร์ลินในเรื่องรัสเซียโดยรวมว่า เป็นนโยบายที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ต่างๆ ของประชาชนชาวเยอรมนี

“ฉลามร้ายแห่งลัทธิจักรวรรดินิยม” ของฝ่ายตะวันตก

ปูตินยังถูกผู้สื่อข่าวซักถามขอให้อธิบายการที่เขาพูดอุปมาเปรียบเทียบในช่วงหลังๆ นี้ เกี่ยวกับวาฬเพชณฆาต ออร์กาส์ (orcas), หมีขั้วโลก, และการเผชิญหน้ากันระหว่างรัสเซียกับฝ่ายตะวันตก ประธานาธิบดีรัสเซียตอบว่า อันที่จริงการเปรียบเทียบฝ่ายตะวันตกโดยรวมว่าเป็นเหมือนกับวาฬเพชณฆาตนั้น เป็นการไม่ยุติธรรมสำหรับสัตว์ประเภทนี้ ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความเฉลียวฉลาดมาก ดังนั้น เขาจึงขอรื้อฟื้นวลีเก่าที่เคยใช้พูดถึงฝ่ายตะวันตกในยุคสหภาพโซเวียต นั่นคือคำว่า “ฉลามร้ายแห่งลัทธิจักรวรรดินิยม”

“ถ้ามีใครบางคนพยายามที่จะดึงลากเราลงน้ำเพื่อให้กลายเป็นห่วงโซ่อาหาร และเขมือบกลืนเราอย่างมูมมาม พวกเขาก็อาจจะต้องปวดฟันนะ รัสเซียเตรียมพร้อมอยู่แล้วที่จะทำเช่นนั้น ถึงแม้พวกฉลามร้ายเหล่านี้มีความหิวโหยเพิ่มขึ้น และฟันของพวกมันก็งอกขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว

(ที่มา: อาร์ที https://www.rt.com/news/645007-putin-sco-summit-takeaways/, บันทึกสรุปการตอบคำถามสื่อมวลชนของประธานาธิบดีปูติน ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย http://en.kremlin.ru/events/president/news/80665)