xs
xsm
sm
md
lg

AI ทำยุโรปกังวลพิษสูบทุน! หลังบิ๊กเทคอเมริกันแห่ออกพันธบัตรยูโรระดมทุนสร้าง Data Center

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


บิ๊กเทคสหรัฐฯ แห่ระดมทุนสร้างศูนย์ข้อมูล AI ผ่านพันธบัตรยูโร สะเทือนตลาดหนี้ยุโรป ธนาคารกลางหวั่นเบียดบังบริษัทท้องถิ่น ทำให้ต้นทุนการเงินพุ่งสูงขึ้น
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่บิ๊กเทค สหรัฐฯ พร้อมใจออกพันธบัตรยูโรระดมทุนสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) จนยุโรปเริ่มกังวลว่าการระดมทุน Data Center เหล่านี้กำลังจะเบียดบังพื้นที่ตลาดหนี้แบบดั้งเดิม

สถานการณ์นี้แปลว่าบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ กำลังแย่งชิงพื้นที่ในตลาดกู้ยืมเงินของยุโรป ซึ่งหากตลาดพันธบัตรเป็นเหมือนบ่อน้ำที่มีน้ำจำกัด และนักลงทุนอย่างกองทุนบำนาญหรือบริษัทประกันมีเงินให้ลงทุนในหุ้นกู้หรือพันธบัตรจำนวนหนึ่งเท่านั้น เรียกว่ามีเพดานพอร์ตการลงทุน ดังนั้น เมื่อรายใหญ่อย่างแอมะซอน (Amazon) หรืออัลฟาเบ็ต (Alphabet) เข้ามาออกพันธบัตรยูโรก้อนใหญ่อย่างต่อเนื่อง นักลงทุนเหล่านี้ก็มักจะอยากถือหนี้ของบริษัทเหล่านี้ไว้ เพราะมองว่ามีความมั่นคงสูง ผลตอบแทนดี เกือบจะทดแทนสินทรัพย์ปลอดภัยแบบเดิมได้

ปัญหาคือ เมื่อนักลงทุนเทเงินไปทางฝั่งไฮเปอร์สเกลเลอร์มากขึ้น ก็ต้อง "เจียด" เงินจากที่อื่นออกมา นั่นแปลว่าบริษัทยุโรปรายอื่น ที่ต้องการกู้เงินในตลาดเดียวกัน อาจหาผู้ซื้อพันธบัตรยากขึ้น หรือต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุน แม้บริษัทนั้นจะไม่เกี่ยวกับธุรกิจเทคโนโลยีเลยก็ตาม

แฟ้มภาพ ศูนย์ข้อมูล Amazon Web Services AI ในนิวคาร์ไลล์ รัฐอินดีแอนา สหรัฐอเมริกา
สำหรับรัฐบาลยุโรปบางประเทศ ที่ต้องออกพันธบัตรระดมทุนเช่นกัน ก็อาจเจอแรงกดดันคล้ายกัน ยิ่งพันธบัตรกลุ่มนี้มีสัดส่วนในดัชนีตลาดหุ้นกู้มากขึ้น กองทุนก็ยิ่งต้องปรับพอร์ตไปถือพันธบัตรกลุ่มนี้เพิ่ม ยิ่งซ้ำเติมปรากฏการณ์นี้ให้แรงขึ้นไปอีก นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "crowding out" แบบใหม่ ซึ่งต่างจาก crowding out แบบดั้งเดิมที่มักเกิดจากรัฐบาลกู้เงินมากเสียจนบริษัทเอกชนกู้ยากขึ้น

แต่ในรอบนี้ ตัวการกลับเป็นบริษัทเทคโนโลยีเอกชนของต่างชาติ ที่มาเบียดพื้นที่ทั้งรัฐบาลและเอกชนในประเทศเดียวกัน ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ตอนนี้ยังเป็นแค่คลื่นลูกแรก ซึ่งถ้าบริษัทบิ๊กเทคยังกู้ในอัตรานี้ต่อไปตามการลงทุน AI ทั่วโลกที่ยังพุ่งไม่หยุด ผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมของยุโรปโดยรวมอาจรุนแรงขึ้นในระยะถัดไป

***ธนาคารกลางยุโรปกังวล

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานถึงธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เปิดเผยผ่านบล็อกเผยแพร่งานวิจัยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Amazon) และอัลฟาเบ็ต (Alphabet) ได้กำลังหันมาระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรสกุลเงินยูโร หรือที่เรียกว่า reverse Yankee bonds เพื่อนำเงินไปใช้ขยายศูนย์ข้อมูล (Data Center) รองรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจากเงินสดสำรองของบริษัทเริ่มร่อยหรอจากการลงทุนก่อนหน้านี้

ล่าสุด ยอดขายพันธบัตรกลุ่มนี้ในตลาดยุโรปพุ่งไปแล้วราว 4 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นกว่า 1% ของดัชนีพันธบัตรหุ้นกู้สกุลยูโรทั้งหมด

แฟ้มภาพ ศูนย์ข้อมูล QTS Atlanta-Metro ในแอตแลนตา จอร์เจีย สหรัฐอเมริกา 31 สิงหาคม 2569
และหากนับเฉพาะบริษัทนอกภาคการเงิน กลุ่ม Big Tech สหรัฐฯ มีสัดส่วนเกือบ 10% ของพันธบัตรยูโรที่ออกใหม่ทั้งหมด โดยในรอบปีถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หนี้จากกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์เหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 15% ของการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรบริษัทสกุลยูโรที่นักลงทุนในประเทศถือครอง โดยได้แรงหนุนจากกองทุนบำนาญและบริษัทประกันที่มองว่าหนี้เหล่านี้มีความมั่นคงสูงพอจะทดแทนสินทรัพย์ปลอดภัยแบบเดิมได้

ECB ยอมรับว่าพันธบัตรกลุ่มนี้ช่วยยกระดับคุณภาพเครดิตของตลาดตราสารหนี้ยุโรปและเพิ่มความหลากหลายของตราสารหนี้ระยะยาว แต่เตือนว่าหากบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ยังกู้ยืมในอัตรานี้ต่อไป นักลงทุนที่มีวงเงินจำกัดอาจต้องลดการถือครองพันธบัตรของบริษัทอื่นเพื่อเปิดทางให้หนี้ก้อนใหญ่จากไฮเปอร์สเกลเลอร์ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทอื่นในยุโรปสูงขึ้นตามไปด้วย แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีเลยก็ตาม

ทั้งนี้ คาดว่าการลงทุนด้าน Data Center ทั่วโลกจะสูงถึง 5-7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 และกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์อาจก่อหนี้ใหม่อีกราว 4 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้เพียงปีเดียว.