xs
xsm
sm
md
lg

ล่ม 8 ครั้งรวดประชุมบอร์ด กสทช. "สรณ" อ้างติดภารกิจ 3 กก.นัดถกที่เหลือด่วนหวั่นกระทบทีวีดิจิทัล ลั่นปธ.หลุดเก้าอี้แล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บอร์ดประชุมกสทช.ล่มอีกเป็นครั้งที่ 8 ‘หมอสรณ’ อ้างติดภารกิจเลื่อนไปเป็น 9 ก.ย. ด้าน 3 กก.กสทช. ไม่ทน! ยื่นขอถกด่วน กก.ที่เหลือ 6 คนพรุ่งนี้ หวั่นกระทบโรดแมปทีวีดิจิทัลไร้เสาหลักอธิปไตยด้านข่าวสาร ย้ำชัด! คำสั่งศาลปค.สูงสุดพ้นหน้าที่ประธาน กสทช.แล้ว

วันนี้ (3ก.ย.) การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช.ล่มครั้งที่8หลังเกิดปัญหาองค์ประชุมไม่ครบล่าสุดประธานติดภารกิจทำให้

การประชุมครั้งที่25/2569ต่อเนื่องในวันนี้ต้องเลื่อนออกไปก่อนโดยเจ้าหน้าที่ประกาศในที่ประชุมว่าศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์สรณบุญใบชัยพฤกษ์ประธานกสทช.ติดภารกิจจึงขอเลื่อนการประชุมออกไปก่อนเป็นวันที่9กันยายนนี้ซึ่งบรรยากาศหน้าห้องประชุมสายลมสำนักงานกสทช.เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมห้องประชุมตามวาระปกติซึ่งเริ่มประชุมในเวลา13.30น.จนเวลา14.00น.
พลอากาศโทดร.ธนพันธุ์หร่ายเจริญ//ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิรงรองรามสูตและรองศาสตราจารย์ดร.ศุภัชศุภชลาศัยกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ได้เดินลงมาหน้าห้องประชุมพร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

พลอากาศโทดร.ธนพันธุ์เปิดเผยว่าตนเองพร้อมกรรมการอีก2คนมีเจตนารมณ์ที่ต้องการจะประชุมกรรมการกสทช.ที่เหลืออยู่ต่อไปพร้อมเห็นว่ากรณีนายแพทย์สรณที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้รับคำร้องไว้พิจารณาซึ่งมีเหตุผลทางคณะกรรมการสรรหาที่วินิจฉัยว่าศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์สรณได้สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งประธานกสทช.ทำให้ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวย่อมเป็นเหตุให้ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์สรณพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา20วรรค5และเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา8ทำให้ไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่กรรมการกสทช.ได้ต่อไปซึ่งถูกระบุอยู่ในคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการของกสทช.ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อ

เมื่อตนเองรับทราบคำสั่งศาลปกครองสูงสุดจึงมีหนังสือถึงสำนักงานกสทช.และให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าคำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการสรรหาถือเป็นที่สุดแล้วซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงก็ได้หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแต่ในจุดนี้จะเห็นได้ว่าไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแต่อย่างใดทำให้ไม่เป็นเหตุปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองนี้ได้และศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีความเห็นว่าศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์สรณได้พ้นจากตำแหน่งและไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้แล้วตามที่ได้กำหนดไว้และให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่โดยศาลยังชี้อีกว่าเพื่อที่จะให้บริการสาธารณะทางด้านกิจการสื่อสารวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมสามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงักดังนั้นจึงเป็นเหตุผลให้กรรมการที่เหลืออยู่ต้องปฏิบัติหน้าที่นี้ต่อ

นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมความเห็นไปอีกว่านายอนุทินชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีได้ยื่นทูลเกล้าฯเพื่อถอดถอนศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์สรณแล้วตามที่กฎหมายได้กำหนดขณะที่นายปกรณ์นิลประพันธ์รองนายกรัฐมนตรีได้ระบุว่าการที่ศาลปกครองสูงสุดรับฟ้องยังไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการยื่นกราบบังคมทูลซึ่งรัฐบาลก็ยังทำหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปตนเองจึงขอชี้แจงว่าขอให้สำนักงานกสทช.ดำเนินการจัดประชุมกรรมการที่เหลืออยู่อีก6คนเพื่อให้เป็นไปตามคณะกรรมการสรรหาและสอดคล้องกับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้องค์กรกสทช.ทำหน้าที่ได้ตามกฎหมายและหลักนิติธรรมเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและผลประโยชน์ประชาชนซึ่งบัญญัติไปตามมาตรา3ของรัฐธรรมนูญและขอร้องให้สำนักงานกสทช.ไม่ทำหน้าที่เพื่อคนใดคนหนึ่งหรือบุคคลที่ขาดความชอบธรรมแล้วซึ่งจะทำให้องค์กรเสียหายและไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องหรือหยุดชะงักมาจนถึงทุกวันนี้ซึ่งตนเองได้ส่งหนังสือชี้แจงไปยังสำนักงานกสทช.พร้อมยืนยันว่าตนเองอยากจัดประชุมให้ได้เร็วที่สุดหากเป็นไปได้อยากให้เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เวลา09.30น.ซึ่งจะต้องหารือกับรองเลขาธิการกสทช.ต่อไป

ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณพิรงรองมองว่าตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ออกมาเมื่อวานนี้ถือว่าเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สำคัญสอดคล้องกับแนวทางทางกฎหมายที่เรายืนยันร่วมกันในจุดยืนที่เรายึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่วันที่21กรกฎาคมซึ่งเป็นวันที่เราได้รับคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหากสทช.ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์สรณซึ่งมีบรรทัดฐาน2ส่วนคือเป็นการยืนยันว่าพ้นจากตำแหน่งกรรมการกสทช.และถือว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานได้นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำวินิจฉัยซึ่งมีการเซ็นรับในวันที่22กรกฎาคมโดยเจ้าหน้าที่ของกสทช.

ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิรงรองกล่าวต่อว่าเมื่อดูจากคำสั่งของศาลแล้วชัดเจนว่ามีการรับรู้ตั้งแต่วันนั้นแล้วทำให้วันนี้เป็นบรรทัดฐานที่ทำให้เกิดความมั่นใจในอีกแง่หนึ่งด้วย//นอกเหนือจากเรื่องของคุณสมบัติและสถานภาพคือเรื่องของคณะกรรมการอีก6คนที่ยังเหลืออยู่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปให้ได้ต้องมีการจัดประชุมให้เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะทางด้านกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมไม่ให้เกิดการชะงัก

โดยในวันนี้มีการทำหนังสือถึงรักษาการเลขาธิการกสทช.ขอให้มีการจัดประชุมโดยเร็วที่สุดในเวลาที่กรรมการทุกคนสะดวกร่วมกันซึ่งมีการเสนอเป็นวันพรุ่งนี้เวลา09.30น.โดยเราจะรอพบท่านเพื่อพูดคุยให้ชัดเจนหลังจากส่งหนังสือไปแล้วขอให้นัดการประชุมทันทีตามวันและเวลาดังกล่าวพร้อมขอให้กรรมการที่เหลืออยู่ทั้ง6คนเข้ามาประชุมร่วมกันภายในวันพรุ่งนี้

ส่วนอำนาจในการนัดประชุมบอร์ดกสทช.เป็นของประธานเพียงผู้เดียวใช่หรือไม่//ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิรงรองระบุว่าขึ้นอยู่กับว่าจะมองว่าประธานยังเป็นประธานอยู่หรือไม่โดยถ้ายึดจากคำแถลงผ่านสื่อของประธานล่าสุดก็บอกว่าน้อมรับในคำสั่งศาลทั้งในเรื่องของสถานภาพหรือสิทธิในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหากท่านน้อมรับก็คงต้องให้เป็นไปตามนั้นคือให้กรรมการที่เหลืออยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้โดยไม่ให้เกิดความชะงักงันอย่างที่เป็นอยู่

“เพราะปัจจุบันมีเรื่องที่ต้องพิจารณารออยู่มากมายโดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสื่อมวลชนทั้งหลายเช่นเรื่องโรดแมปของทีวีดิจิทัลซึ่งไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจเท่านั้นแต่เป็นเรื่องทางสังคมด้วยหากเราไม่มีทีวีที่เป็นหลักให้กับประเทศและปล่อยให้แพลตฟอร์มของต่างประเทศมายึดการสื่อสารสาธารณะไปทั้งหมดเราจะไม่มีอธิปไตยด้านข่าวสารเหลือเลยซึ่งเป็นหน้าที่ของบอร์ดกสทช.ที่ต้องดูแลผลประโยชน์ให้ประเทศชาติยิ่งปล่อยให้ยืดยาวไปเรื่อยๆทีวีก็ค่อยๆตายไปสุดท้ายแพลตฟอร์มต่างประเทศจะยึดไปทุกอย่างเราจะอยู่กันอย่างไร”

ขณะที่รองศาสตราจารย์ดร.ศุภัชเปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งรับฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับสถานะประธานกสทช.ว่าการที่ศาลรับฟ้องถ้าอ่านในเอกสารก็จะเห็นว่าสาเหตุที่รับฟ้องมีอะไรบ้างถ้าเข้าทุกอันท่านก็ต้องลาออกแล้วก็ไปสู้กันตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่มีอยู่โดยตนเองอยากเน้นประเด็นสั้นๆคือหลังคำสั่งของศาลวันที่22กรกฎาคมที่ผ่านมาพวกเรายืนหยัดมาตั้งแต่ต้นว่าหากมีประเด็นแบบนี้เราร่วมประชุมด้วยไม่ได้เพราะจะมีปัญหาในอนาคตและไม่ได้หมายความว่าใครเป็นฝ่ายชนะหรือแพ้เพราะจากนี้ท่านก็ต้องเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีตามกฎหมาย

ส่วนประเด็นการทำงานของกสทช.มองว่าหลังศาลมีคำสั่งทุกฝ่ายควรกลับมาร่วมกันทำงานตามที่ศาลกำหนดโดยเฉพาะการจัดประชุมกรรมการกสทช.ที่หยุดชะงักมาระยะหนึ่งแล้ว

รองศาสตราจารย์ศุภัชระบุว่าได้ทำหนังสือถึงสำนักงานกสทช.ขอให้จัดประชุมโดยเร็วที่สุดโดยหากเป็นไปได้ต้องการให้ประชุมภายในวันพรุ่งนี้เวลา09.30น.เพื่อเร่งสะสางงานที่ค้างอยู่และให้การทำงานขององค์กรเดินหน้าต่อได้พร้อมย้ำว่าการจัดประชุมไม่ใช่เรื่องของการขออนุญาตแต่เป็นหน้าที่ของสำนักงานกสทช.ที่ต้องอำนวยความสะดวกให้คณะกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และขณะนี้เมื่อมีคำสั่งศาลออกมาแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ดำเนินการ

ส่วนกรณีที่นายไตรรัตน์วิริยะศิริกุลไม่อยู่ประเทศไทยมองว่าไม่น่าจะเป็นอุปสรรคเพราะสามารถมีผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนได้โดยประเด็นสำคัญคือการจัดประชุมและเดินหน้าการทำงานขององค์กร

ทั้งนี้รองศาสตราจารย์ศุภัชย้ำว่าไม่มีกรอบเวลาตายตัวว่าต้องจัดประชุมภายในเมื่อใดแต่ควรดำเนินการให้เร็วที่สุดและทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมายและคำสั่งศาลเพื่อให้กสทช.สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ

จากนั้นพลอากาศโทธนพันธุ์ได้ยื่นหนังสือต่อนายสมบัติลีลาพตะนิติกรเชี่ยวชาญพิเศษรักษาการรองเลขาธิการกสทช.เพื่อนำเรื่องนี้ไปพิจารณาและดำเนินการจัดการประชุมคณะกรรมการกสทช.ที่เหลืออยู่//ขณะที่นายสมบัติได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนว่าสำนักงานกสทช.เพิ่งได้รับบันทึกขอให้ดำเนินการจัดประชุมเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้(3กันยายน)ซึ่งสำนักงานจะนำเรื่องไปพิจารณาและได้แจ้งกับกรรมการหากมีหนังสือเชิญให้สำนักงานดำเนินการจัดประชุมจะแจ้งแนวทางดำเนินการอีกครั้งเนื่องจากวันนี้ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์สรณได้แจ้งคณะกรรมการฯว่าติดภารกิจจึงเลื่อนนัดประชุมไปเป็นวันที่9กันยายนนี้