ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- นักธรณีวิทยา มทส. โคราช วิเคราะห์เหตุแรงสั่นสะเทือนปริศนาเขย่าเมือง ถึงขั้นต้องอพยพผู้คนออกจากตึกและประชาชนพากันแตกตื่นวิ่งออกจากอาคาร คาดอาจเกี่ยวข้องกิจกรรมมนุษย์ ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนได้ ทั้งการตอกเสาเข็มโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือการระเบิดหินในกิจการเหมืองในจ.บุรีรัมย์ ชี้ยังไม่พบแนวรอยเลื่อนมีพลังในพื้นที่
จากกรณีประชาชนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ พากันแตกตื่นและวิ่งออกจากอาคาร หลังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน บางรายถึงกับเวียนศีรษะ จนเข้าใจว่าอาจเกิดแผ่นดินไหว จนต้องมีการอพยพผู้คน ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ ออกจากตึก โดยเฉพาะที่อาคารขนาด 4 ชั้นครึ่ง ของ เทศบาลนครบุรีรัมย์ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ รวมถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ทั้ง ห้างสรรพสินค้าทวีกิจซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างสรรสินค้าโรบินสัน สาขา บุรีรัมย์ สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น ขณะกรมอุตุนิยมวิทยา กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ยืนยันตรวจไม่พบการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ นั้น
ล่าสุดวันนี้ (3 ก.ย.69) ดร.ศาสตร์ศิลป์ ภักดีเมฆ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีธรณี หลักสูตรวิศวกรรมธรณี สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จ.นครราชสีมา ได้วิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ มากกว่าเกิดแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ โดยเฉพาะหากจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้แหล่งก่อสร้างหรือพื้นที่ทำเหมือง ซึ่งหากอาคารที่ประชาชนรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนเป็นอาคารสูงหลายชั้น ปัจจัยที่ทำให้อาคารเกิดการสั่นอาจมาจากกิจกรรมของมนุษย์ได้
ทั้งนี้ ลักษณะทางธรณีวิทยาของ จ.บุรีรัมย์ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ รองรับด้วยชั้นหินทราย และมีชั้นหินอัคนีแทรกตัวอยู่บางพื้นที่ จึงควรพิจารณาปัจจัยจากกิจกรรมในบริเวณใกล้เคียงประกอบด้วย โดยกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนได้ เช่น การตอกเสาเข็มจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือการระเบิดหินในกิจการเหมือง ซึ่ง จ. บุรีรัมย์ มีแหล่งเหมืองหินบะซอลต์ การทำเหมืองบางรูปแบบจำเป็นต้องใช้การระเบิดหิน อย่างไรก็ตาม การจะสรุปว่าเหตุการณ์เกิดจากการระเบิดของเหมืองหรือไม่นั้น จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลและช่วงเวลาการปฏิบัติงานจากผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
ประเทศไทยมีแนวรอยเลื่อนที่กรมทรัพยากรธรณี สำรวจและบันทึกไว้มีประมาณ 16 แนวรอยเลื่อน โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวรอยเลื่อนอยู่บริเวณ จ.เพชรบูรณ์และ จ.เลย เป็นหลัก ส่วนพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ยังไม่พบแนวรอยเลื่อนมีพลัง ส่วนกรณีประชาชน จ.นครราชสีมา เคยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนนั้น ไม่สามารถระบุว่า เป็น “แผ่นดินไหวที่เกิดจากโคราช”ได้ แต่ควรเรียกว่า เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวจากพื้นที่อื่น
ยกตัวอย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในประเทศเมียนมา แรงสั่นสะเทือนสามารถเดินทางมายัง จ.นครราชสีมาได้ โดยลักษณะชั้นธรณีวิทยาของพื้นที่ มีส่วนต่อระดับการรับรู้แรงสั่นสะเทือน เนื่องจาก จ.นครราชสีมา มีชั้นหินทรายค่อนข้างแข็ง ทำให้คลื่นสั่นสะเทือนเคลื่อนที่ผ่านได้รวดเร็ว และประชาชนหรืออาคารอาจรับรู้ถึงการสั่นไหว แต่ความเสียหายอาจแตกต่างจากพื้นที่ที่มีชั้นดินอ่อน เช่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชั้นดินเหนียวอ่อนที่สามารถส่งผลต่อการขยายแรงสั่นสะเทือนได้
อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเหตุการณ์และรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ควรตั้งสติและปฏิบัติตามหลักความปลอดภัย หากอยู่ภายในอาคารสูงและสามารถอพยพได้อย่างปลอดภัย ควรใช้บันไดและหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ เนื่องจากลิฟต์อาจหยุดทำงานหรือเกิดเหตุขัดข้องระหว่างแรงสั่นสะเทือน แต่หากไม่สามารถออกจากอาคารได้ทัน ควรหลบอยู่ใต้โต๊ะหรือบริเวณที่มีความแข็งแรงของโครงสร้าง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กระจก หน้าต่าง หรือสิ่งของที่อาจตกหล่นใส่ร่างกาย รอจนสถานการณ์ปลอดภัยจึงอพยพออกจากอาคารอย่างเป็นระเบียบ
สำหรับการตรวจสอบสภาพอาคาร ควรตรวจสอบโครงสร้างเป็นระยะๆ ซึ่งถือเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย โดยอาจมีการตรวจสอบเชิงลึกตามความเหมาะสมของอายุอาคาร สภาพการใช้งาน และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน จ.บุรีรัมย์ ยังจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อระบุสาเหตุของแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน ว่า เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือเป็นผลจากกิจกรรมของมนุษย์ในพื้นที่

