ศูนย์ข่าวศรีราชา - เปิดประวัติ “เรือรบเมืองลอยน้ำ” แห่งกองเรือสหรัฐฯ ความยาว 1,092 ฟุต หรือกว่า 332 เมตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 เครื่อง ทำความเร็วมากกว่า 30 นอต รองรับอากาศยานกว่า 65 ลำ และกำลังพลรวมราว 4,800 นาย ที่สำคัญเคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ลำแรกที่เข้าเทียบท่าแหลมฉบังเมื่อปี 2549
เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN-72) เดินทางเข้าพื้นที่ประเทศไทย เพื่อจอดพักและเปิดโอกาสให้กำลังพลได้พักผ่อนระหว่างการปฏิบัติภารกิจ โดยมีกำหนดอยู่ในประเทศไทยระหว่างวันที่ 2–6 ก.ย. 2569 ก่อนเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อ
สำหรับ USS Abraham Lincoln เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz ลำที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ตั้งชื่อตาม “อับราฮัม ลินคอล์น” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 16 โดยวางกระดูกงูเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2527 ที่อู่ต่อเรือ Newport News รัฐเวอร์จิเนีย และเข้าประจำการเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2532
ยาวกว่า 332 เมตร เมืองลอยน้ำพลังงานนิวเคลียร์
USS Abraham Lincoln มีความยาว 1,092 ฟุต หรือประมาณ 332.8 เมตร ความกว้างตัวเรือประมาณ 134 ฟุต ขณะที่ดาดฟ้าบินมีความกว้างราว 252 ฟุต และมีพื้นที่ประมาณ 4.5 เอเคอร์ หรือเกือบ 3 ไร่ครึ่ง สามารถรองรับการปฏิบัติการบินของอากาศยานจำนวนมาก
ข้อมูลของกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า เรือชั้น Nimitz ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 เครื่อง ขับเคลื่อน 4 เพลา ทำความเร็วได้มากกว่า 30 นอต หรือมากกว่า 34.5 ไมล์ต่อชั่วโมง และสามารถปฏิบัติการต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงบ่อยครั้ง
ขณะที่ข้อมูลเรือระบุว่า USS Abraham Lincoln มีระวางขับน้ำประมาณ 95,000 ตัน และรองรับอากาศยานมากกว่า 65 ลำ โดยกำลังพลประจำเรือประมาณ 2,800 นาย และกำลังพลประจำฝูงบินอีกประมาณ 2,000 นาย รวมแล้วราว 4,800 นาย
ดาดฟ้าบินของเรือถือเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูงและต้องอาศัยการประสานงานอย่างแม่นยำ ทั้งนักบิน เจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน เจ้าหน้าที่ประจำดาดฟ้า และทีมซ่อมบำรุง โดยระบบปล่อยและรับเครื่องบินถูกออกแบบให้สามารถปฏิบัติการได้แม้เรือกำลังแล่นอยู่ในทะเล
บรรทุกฝูงบินกว่า 65 ลำ เสมือนฐานทัพอากาศเคลื่อนที่
ภารกิจหลักของ USS Abraham Lincoln คือการทำสงครามทางอากาศจากเรือบรรทุกเครื่องบิน รวมถึงการสนับสนุนและประสานงานกับฝูงบินที่ประจำการบนเรือ โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่าเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz สามารถรองรับอากาศยานได้มากกว่า 65 ลำ
อากาศยานที่ใช้งานกับเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ตระกูล F/A-18 Super Hornet เครื่องบินแจ้งเตือนภัยทางอากาศ E-2 Hawkeye เครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ EA-18G Growler รวมถึงเฮลิคอปเตอร์สำหรับภารกิจต่าง ๆ
นอกจากฝูงบินแล้ว ตัวเรือยังมีระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบป้องกันระยะประชิด เช่น Rolling Airframe Missile (RAM), Sea Sparrow และระบบ Phalanx CIWS ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันตัวเองของเรือชั้น Nimitz
ผ่านสมรภูมิมาแล้วหลายพื้นที่ทั่วโลก
ตลอดประวัติการปฏิบัติการ USS Abraham Lincoln ผ่านภารกิจสำคัญจำนวนมาก โดยการส่งกำลังครั้งแรกในปี 2534 เดิมมีภารกิจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์อิรัก แต่ระหว่างทางได้เปลี่ยนภารกิจไปสนับสนุนการอพยพกำลังพลและครอบครัวออกจากฟิลิปปินส์ หลังภูเขาไฟปินาตูโบปะทุในปีเดียวกัน
ปฏิบัติการดังกล่าวมีชื่อว่า Operation Fiery Vigil โดย USS Abraham Lincoln นำกองเรือ 23 ลำ ช่วยเคลื่อนย้ายผู้คนเกือบ 45,000 คนจากฐานทัพเรือ Subic Bay ไปยังเมืองเซบู ก่อนเดินทางต่อเข้าสู่อ่าวอาหรับ และสนับสนุนภารกิจทางอากาศเหนืออิรักและคูเวตใน Operation Desert Storm
ต่อมาเรือมีส่วนร่วมใน Operation Southern Watch ในพื้นที่อ่าวอาหรับ รวมถึงภารกิจสนับสนุน Operation Enduring Freedom และ Operation Iraqi Freedom หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 และสงครามอิรักในปี 2546
อีกด้านหนึ่ง USS Abraham Lincoln ยังมีประวัติการปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม โดยในปี 2547 หลังเกิดคลื่นสึนามิครั้งใหญ่ในมหาสมุทรอินเดีย เรือได้เข้าร่วม Operation Unified Assistance เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ครั้งแรกที่แหลมฉบังเกิดขึ้นเมื่อปี 2549
หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย คือการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของ USS Abraham Lincoln ในปี 2549 โดยข้อมูลประวัติอย่างเป็นทางการของกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า Lincoln เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ลำแรกที่สามารถเข้าเทียบท่าแบบชิดท่า หรือ moor pier side ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย
การกลับมาเยือนไทยในปี 2569 จึงถือเป็นอีกหนึ่ง เหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะพื้นที่พัทยาและแหลมฉบัง ซึ่งมีการเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กำลังพลจำนวนมากที่จะออกจากเรือเพื่อพักผ่อนและท่องเที่ยว
“เมืองลอยน้ำ” ที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
เบื้องหลังขนาดมหึมาของเรือคือระบบการทำงานที่เปรียบได้กับเมืองขนาดใหญ่กลางทะเล ลูกเรือและกำลังพลประจำฝูงบินทำงานเป็นกะตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทั้งระบบขับเคลื่อน การเดินเรือ การบิน การซ่อมบำรุง การรักษาความปลอดภัย การแพทย์ และการดำรงชีวิตสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
พื้นที่พักอาศัยของกำลังพลถูกจัดเป็นห้องพักรวม มีพื้นที่ส่วนตัวจำกัด แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานสำหรับการใช้ชีวิตในทะเลเป็นเวลานาน ทั้งโรงอาหาร พื้นที่พักผ่อน โรงยิม ระบบการแพทย์ และช่องทางติดต่อครอบครัว
ด้วยเหตุนี้ การแวะพักที่ประเทศไทยระหว่างวันที่ 2–6 ก.ย. จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเรือรบขนาดมหึมาเข้าจอดเทียบท่าเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของกำลังพลหลายพันนาย หลังผ่านภารกิจทางทะเล และเป็นโอกาสให้กำลังพลได้ออกไปสัมผัสเมืองท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะเมืองพัทยา ซึ่งคาดว่าจะมีการเดินทางและการใช้จ่ายกระจายไปยังโรงแรม ร้านอาหาร ระบบขนส่ง แหล่งชอปปิง และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ
จากประวัติศาสตร์กว่า 3 ทศวรรษ USS Abraham Lincoln จึงไม่ได้เป็นเพียงเรือรบขนาดใหญ่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ แต่ยังเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของขีดความสามารถด้านการปฏิบัติการทางทะเลของสหรัฐฯ ที่สามารถเคลื่อนกำลังทางอากาศไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก และในปี 2569 เรือรบลำนี้ได้กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง โดยมีเมืองพัทยาเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของกำลังพลหลายพันนาย

