xs
xsm
sm
md
lg

2549-2569 กังฉินครองเมือง ลุแก่อำนาจ รอปฏิวัดิ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ภาพซ้อนการเมืองไทย 20 ปี จากระบอบทักษิณสู่ยุคสีน้ำเงิน เมื่อกังฉินครองเมืองจนฝ่ายเดียวกันยังต้องส่งเสียงเตือน หรือประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยรอวันปฏิวัดิอีกครั้ง

การเมืองในปี 2569 กำลังได้กลิ่นอายการเมืองไทยในยุคก่อนรัฐประหาร 2549 ที่รัฐบาลทักษิณถูกยึดอำนาจวันที่19 กันยายน 2549 ซึ่งเวลานั้นการเมืองไทยถูกครอบโดยระบอบทักษิณ โดยวุฒิสภาซึ่งมีอำนาจในการเลือกบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถูกแทรกแซงอย่างรุนแรง

เพราะเวลานั้นวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง สว.หลายคนส่วนใหญ่ล้วนอิงแอบอำนาจทางการเมืองของพรรคไทยรักไทยที่กำลังเรืองอำนาจ

ไม่ต่างอะไรกับปัจจุบันที่สว.แม้จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่ลำพังการให้เลือกกันเองของผู้สมัคร ก็เพียงพอที่จะทำให้กลไกวุฒิสภาบิดเบี้ยวได้อย่างที่เห็นในปัจจุบันภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งแทบไม่ต่างอะไรกับระบอบทักษิณเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

ด้วยเหตุนี้คดีฮั้ว สว.จึงกลายเป็นศูนย์กลางของความกังวลทางการเมือง เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าใครจะถูกดำเนินคดีหรือใครจะรอดจากข้อกล่าวหา แต่รวมถึงคำถามว่า กลไกตรวจสอบสามารถพิสูจน์ความเป็นอิสระจากอำนาจทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ขนาดแม้แต่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมด้วยกันยังต้องออกมาเตือน

ย้อนกลับมาดูโครงสร้างของรัฐบาลอนุทิน ก็จะเห็นได้ว่าเป็นสภาพของรัฐบาลที่เป็นส่วนผสมกันระหว่างสองพลัง ได้แก่ 'อนุรักษนิยม' กับ 'ชาตินิยม' โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสกัดพลังทางการเมืองจากฝ่ายสีแดงและสีส้ม

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา อนุทินพยายามอาศัยพลังทางการเมืองจากทั้งสองกลุ่มเป็นฐานสนับสนุนทางอำนาจ ใช้เป็นทั้ง 'กำแพง' และ “บาร์โหน” เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับรัฐบาล รวมถึงสร้างภาพว่ารัฐบาลมีสถานะพิเศษในทางการเมือง

แต่ยิ่งรัฐบาลพยายามอิงแอบกับพลังเหล่านี้มากเท่าไร กระแสตั้งคำถามก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น เพราะในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลกำลังเผชิญกับปัญหาความเชื่อมั่นจากประชาชน หลังการบริหารราชการแผ่นดินในหลายเรื่องไม่สามารถสร้างผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันปัญหาการทุจริตก็ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลไม่สามารถแสดงให้สังคมเห็นถึงการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

การอาศัยพลังอนุรักษนิยมและชาตินิยมเป็นเกราะทางการเมืองจึงอาจช่วยประคองอำนาจได้ในระยะหนึ่ง แต่ไม่สามารถทดแทนความชอบธรรมที่เกิดจากผลงานของรัฐบาลได้ตลอดไป

บทเรียนจากการเมืองไทยมีให้เห็นมาแล้วว่า การเสื่อมถอยของอำนาจไม่ได้เริ่มต้นในวันที่รัฐบาลสูญเสียเสียงสนับสนุน แต่มักเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้มีอำนาจไม่ยอมฟังเสียงเตือน และเชื่อว่าฐานอำนาจของตัวเองแข็งแกร่งจนไม่มีใครสั่นคลอนได้

วันนี้เสียงเตือนกำลังดังมาจากฝั่งอนุรักษนิยม์เอง รัฐบาลอนุทินจึงควรฟังให้ชัด ถ้าไม่หูหนวก ตาบอดไปเสียก่อน