รัสเซียให้ความช่วยเหลืออิหร่านอย่างลับๆ ในการพัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธร่อนซูเปอร์โซนิก ที่พวกผู้เชี่ยวชาญมองว่ามันจะมอบหนทางใหม่แก่เตหะรานในการคุกคามเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯในตะวันออกกลาง ตามรายงานของไฟแนนเชียลไทมส์เมื่อวันอังคาร(1ก.ย.) อ้างอิงเอกสารการติดต่อสื่อสารของรัสเซียที่รั่วไหลออกมา บันทึกการเดินทาง และสิทธิบัตรด้านการทหาร
ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า โครงการนี้ ซึ่งมีชื่อสหัส C430L เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2023 และยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ระหว่างทำศึกสงครามกับสหรัฐฯและอิสราเอลในปีนี้
โครงการพัฒนาดังกล่าวมุ่งเน้นให้ความสำคัญเป็นหลักกับระบบขับเคลื่อนแบบแรมเจ็ต ซึ่งจะเปิดทางให้ขีปนาวุธร่อนหนึ่งๆสามารถรักษาความเร็วของการบิน ที่ระดับความเร็วหลายเท่าของความเร็วเสียง ทำให้ฝ่ายป้องกันอย่างสหรัฐฯและพันธมิตรมีเวลาน้อยลงในการตรวจจับและสกัดกั้นมัน
"สำหรับอิหร่าน มันจะมอบระบบอาวุธเชิงยุทธศาสตร์แบบใหม่หนึ่งๆ ที่มีความก้าวหน้าเชิงคุณภาพ ซึ่งสามารถคุกคามเรือต่างๆของกองทัพเรือสหรัฐฯ" จิม แลมสัน อดีตนักวิเคราะห์ทางทหารของซีไอเอ ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทม์ส ขณะที่สื่อแห่งนี้รายงานต่อว่าอิหร่านได้สร้างและทดสอบระบบขับเคลื่อนดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐานว่าขีปนาวุธร่อนซูปอร์โซนิกที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซียรุ่นนี้ ถูกส่งเข้าประจำการแล้ว
รายงานของไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า Rosoboronexport บริษัทแห่งรัฐรัสเซียด้านการส่งออกอาวุธ เป็นผู้ดำเนินการโครงการนี้ร่วมกับ NPO Mashinostroyenia บริษัทผู้พัฒนาขีปนาวุธ พร้อมเผยว่าบรรดาวิศวกรรัสเซียเดินทางมายังอิหร่านหลายต่อหลายครั้ง ก่อนลงนามในข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมของอิหร่านในเดือนพฤศจิกายน 2023
ในปี 2025 พวกผู้เชี่ยวชาญรัสเซียได้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการทดสอบการบินของอิหร่าน และให้คำแนะนำแก่ทางการอิหร่านเกี่ยวกับระบบเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์แรมเจ็ต, เสถียรภาพการเผาไหม้, ช่องรับอากาศ และหัวฉีดเครื่องยนต์ ตามรายงานของไฟแนนเชียลไทมส์
"นี่คือการถ่ายโอนเทคโนโลยีทางทหารที่มีความละเอียดอ่อนและมีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงยุทธศาสตร์จากรัสเซีย ที่อิหร่านอยากได้ในครอบครองนานหลายทศวรรษแล้ว" ฟาเบียน ฮินซ์ นักวิเคราะห์ระดับอาวุโสจาก Conflict Armament Research บอกกับไฟแนนเชียลไทมส์ "โครงการหนึ่งๆเช่นนี้จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตทางการเมืองจากบุคคลระดับสูงมากๆในรัสเซีย"
ขีปนาวุธร่อนซูเปอร์โซนิกเป็นการผสมผสานความเร็วสูงเข้ากับการบินในระดับต่ำ ทำให้มันเป็นเรื่องยากที่ระบบป้องกันขีปนาวุธและระบบป้องภัยภัยทางอากาศจะตรวจจับและเข้าจัดการอย่างรวดเร็ว มันอาจมีความสำคัญอย่างยิ่งในอ่าวเปอร์เซีย ดินแดนที่สหรัฐฯและพันธมิตรในภูมิภาคปฏิบัติการระบบป้องกันภัยขั้นสูงทั้งบนบกและในทะเล
ฮินซ์ กล่าวว่า การสนับสนุนด้านวิศวกรรมจากรัสเซีย อาจมีคุณค่ามากเป็นพิเศษ เนื่องจากจะช่วยให้อิหร่านสามารถแก้ไขปัญหาทางเทคนิคได้ แทนที่จะเป็นเพียงการจัดหาอาวุธสำเร็จรูปให้เท่านั้น ขณะที่ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานอีกว่าโครงการนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปในปี 2026 โดยที่รัสเซียกำลังจัดเตรียมรายงานทางเทคนิคและทั้ง 2 ฝ่ายกำลังหารือกันเกี่ยวกับขั้นต่อไปของการพัฒนา
โครงการนี้ชี้ให้เห็นถึงรูปแบบความร่วมมือทางทหารที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างรัสเซียกับอิหร่าน โดยมอสโกกำลังช่วยเหลือเตหะรานให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ในการพัฒนาระบบอาวุธที่ล้ำสมัยของตนเอง ขณะที่ก่อนหน้านี้ อิหร่าน เคยป้อนโดรนโจมตีชาเฮดแก่รัสเซีย สำหรับใช้ในยูเครน และช่วยมอสโกสถาปนากำลังผลิตภายใน
นอกจากนี้แล้วไฟแนนเชียลไทมส์รายงานด้วยว่ารัสเซียยังตอบตกลงจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบประทับบ่า "เวอร์บา" แก่อิหร่าน ขณะเดียวกันเตหะรานก็ได้มาซึ่งดาวเทียมความละเอียดสูงจากจีน ซึ่งต่อมาถูกนำไปใช้ติดตามตรวจสอบฐานทัพของอเมริกาในภูมิภาค
"ถ้ารัสเซียสามารถช่วยอิหร่านแก้ไขปัญหาทางเทคนิคทั้งหลายแหล่ ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งในด้านที่มีนัยสำคัญมากที่สุด ของความช่วยเหลือทางทหารและเทคนิคที่รัสเซียมอบให้แก่อิหร่านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา" แลมสันกล่าว
(ที่มา:ไฟแนนเชียลไทม์ส)

