กาฬสินธุ์ - โซเชียลวิพากษ์วิจารณ์สนั่น! พระครูพาเณรน้อยชาวลาวไปทิ้งป่าช้าข้ามจังหวัด สั่งเดินเท้ากลับวัดไกลกว่า 56 กม. เผยโดนมาแล้ว 3 ครั้ง ด้านเจ้าคณะอำเภอติงแรง ไม่เหมาะสม-ขัดจริยธรรมสงฆ์ สั่งรับตัวกลับด่วน ขณะที่วัดโต้อ้างเด็กพฤติกรรมก้าวร้าว เคยใช้ไฟลนเพื่อน จำเป็นต้องใช้ดัดนิสัย
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เรื่องราวพร้อมภาพสามเณรชาว สปป.ลาว วัย 14 ปี ที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้บริเวณป่าช้าในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ในช่วงเย็น โดยชาวบ้านที่พบเห็นได้เข้าช่วยเหลือและพาไปฝากไว้ที่วัดป่าบ้านซ่ง
จากการสอบถามสามเณรผู้เสียหาย เล่าว่า ตนจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ สาเหตุที่ถูกนำมาปล่อยเนื่องจากแกล้งหยอกล้อกับเพื่อนเณรจนเพื่อนร้องไห้ แล้วนำเรื่องไปแจ้งเจ้าอาวาส จึงถูกพามาปล่อยป่าช้าข้ามจังหวัดเพื่อเป็นการลงโทษ พร้อมสั่งให้หาทางเดินเท้ากลับวัดเองเป็นระยะทางไกลถึง 56 กิโลเมตร
โดยที่ผ่านมาเคยถูกลงโทษลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้ง เช่น นำไปปล่อยป่าช้านาน้อยแล้วให้เดินกลับ 30 กิโลเมตร จนสร้างความห่วงใยในความปลอดภัยแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ วัดสิมนาโก ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เข้าพบ พระครูศรีธรรมโกศล เจ้าคณะอำเภอกุฉินารายณ์ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในฐานะเจ้าคณะอำเภอปกครองสงฆ์ โดยพระครูศรีธรรมโกศล เปิดเผยว่า สามเณรรูปดังกล่าวเป็นเด็กจาก สปป.ลาว ที่เจ้าอาวาสแห่งหนึ่งวัดในพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ นำมาอบรม เพื่อส่งเรียนต่อ
ซึ่งการลงโทษด้วยวิธีนำไปปล่อยป่าช้าแล้วให้เดินกลับเองนั้น ไม่เคยได้รับอนุญาตจากฝ่ายปกครองสงฆ์ ตนรู้สึกเสียใจ และมองว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินควร สุ่มเสี่ยงต่ออันตรายและกฎหมายบ้านเมือง จึงได้สั่งการให้พระลูกวัด และคณะครู นำรถไปรับตัวสามเณรกลับมาอยู่ในความดูแลอย่างปลอดภัยแล้ว
ขณะที่พระอาจารย์มหาสุภา ชิโนรโส เจ้าอาวาส ได้มอบหมายให้ สามเณรพี่เลี้ยง ชี้แจงแทนว่า การลงโทษดังกล่าวเริ่มจากเบาไปหาหนัก เนื่องจากสามเณรน้อยมีพฤติกรรมชอบแกล้งเพื่อนรุนแรง เคยใช้ไฟลนเพื่อนจนเป็นแผล แม้จะเคยตักเตือน และทำทัณฑ์บนแล้วก็ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทางวัดจึงใช้วิธีนำไปปล่อยป่าช้าเพื่อให้ฝึกสมาธิ และพิจารณาความผิด โดยไม่ได้ห้ามหากมีญาติโยมรับขึ้นรถมาส่งวัด
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ ถึงความเหมาะสมและ safety ของเด็ก ซึ่งทางคณะสงฆ์และฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

