วันที่ 2 ก.ย.69 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ รับคำร้องคดีที่ กกต. ยื่นขอให้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ “ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ” เนื่องจากลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แล้วปกปิด หรือไม่แจ้งข้อความจริงว่า เคยต้องคำพิพากษาในความผิดคดีลักทรัพย์
ชื่อของ “ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ” หรือ “สจ.บิ๊กโอ” ไม่ใช่หน้าใหม่ของการเมืองนครศรีธรรมราช หากแต่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่ค่อยๆ สะสมฐานการเมือง ในพื้นที่ อ.ฉวาง ก่อนขยับเข้าสู่สนามใหญ่
“ก้องเกียรติ”เคยเป็นสารวัตรกำนัน ก่อนลงเล่นการเมืองท้องถิ่น และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภา อบจ.นครศรีธรรมราช อีกทั้งยังเคยอยู่ในสายการเมืองของบ้าน “เดชเดโช” และเคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะย้ายมาสวมเสื้อพรรคกล้าธรรม
แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อ “บิ๊กโอ” โดดเด่นขึ้นมา คือชีวิตครอบครัวที่โยงเข้ากับการเมืองโดยตรง
เขาแต่งงานกับ “กำนันชุ” ชุตินธร บุณยเกียรติ ลูกสาวของ “ชินวรณ์ บุณยเกียรติ” นักการเมืองรุ่นใหญ่ ของนครศรีธรรมราช เจ้าของสถิติ ส.ส. 9 สมัย
ทว่าเมื่อถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ในปี 2568 หลัง “มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล” สส.ภูมิใจไทย โดน “ใบแดง” ถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง10 ปี ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่
ความสัมพันธ์แบบ “พ่อตา-ลูกเขย” ถูกพักไว้ และกลับกลายมาเป็นคู่แข่งทางการเมือง
“ชินวรณ์” ลงสมัครในนามประชาธิปัตย์ ส่วน “ก้องเกียรติ” ลงในนามกล้าธรรม
“พ่อตา” กับ “ลูกเขย” ลงสนามเดียวกัน แต่คนละเบอร์ คนละพรรค และต้องวัดกันด้วยคะแนนของประชาชน
ผลปรากฏว่า ลูกเขยเป็นฝ่ายชนะพ่อตา กลายเป็นหนึ่งในสีสันทางการเมืองที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเมืองคอน ในเวลานั้น
แต่เส้นทางจาก “ผู้ชนะเลือกตั้งซ่อม” มาถึงวันนี้ กลับมีอีกเรื่องเข้ามาพลิกเกม
เพราะ “ก้องเกียรติ” มีคดีเก่า เป็นลักทรัพย์ ที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิพากษาถึงที่สุดตั้งแต่ปี 2542 ให้ลงโทษจำคุกและปรับ โดยโทษจำคุกรอลงอาญา ซึ่งเจ้าตัวได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมประพฤติครบแล้ว
แม้เจ้าตัวจะรับโทษ และพ้นการคุมประพฤติมานานแล้วก็ตาม
ประเด็นจึงไม่ได้อยู่แค่ “เคยมีคดีเมื่อ 20 กว่าปีก่อน” แต่อยู่ที่ว่าในวันที่เขาสมัครรับเลือกตั้ง เขารู้หรือไม่ ว่าคดีดังกล่าว ทำให้ตัวเองมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง
กกต.เห็นว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า “เขารู้อยู่แล้ว แต่ยังสมัคร” และได้ลงชื่อรับรองว่าตัวเองมีคุณสมบัติครบถ้วน จึงส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และยังมีประเด็นทางอาญาตามมาอีกด้วย
วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์รับคำร้องไว้พิจารณา
จากเรื่อง “ลูกเขยโค่นพ่อตา” ที่เคยเป็นข่าวใหญ่เมืองคอน วันนี้ “บิ๊กโอ” กำลังต้องเจอกับศึกอีกแบบหนึ่ง ...คราวนี้ไม่ใช่ศึกกับพ่อตา ไม่ใช่ศึกกับคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง
แต่เป็นศึกกับ ข้อเท็จจริงในอดีตของตัวเอง และคำถามสำคัญว่า วันที่เดินเข้าสู่สนามเลือกตั้งนั้น เขารู้หรือไม่ว่า เขามีสิทธิลงสมัคร หรือไม่?!
คำตอบสุดท้าย ไม่ได้อยู่ที่กระแสการเมือง แต่อยู่ที่คำชี้แจงของ “ก้องเกียรติ” และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ!

