xs
xsm
sm
md
lg

ผลาญภาษี 1,621 ล้าน! โครงการ TH-AI Passport คนไทย ยิ่งใช้ ยิ่งโง่ลง?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เปิดมหากาพย์ TH-AI Passport ผลาญภาษี 1,621 ล้านบาท สังคมตั้งคำถามยิ่งใช้ยิ่งโง่ลง หลังพบคุณภาพต่ำกว่าของฟรี แถมติดฟิลเตอร์บล็อกคำถามการเมือง ส่อทุจริตล็อกสเปกเอื้อกลุ่มทุนใหญ่

ในเวลานี้ มหากาพย์โครงการ TH-AI Passport หรือ AiPASS ใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 1,621 ล้านบาท กำลังถูกสังคมตั้งคำถามอย่างหนัก ว่านี่คือความพยายามยกระดับเทคโนโลยีของประเทศ หรือเป็นเพียงการควักเงินภาษีมหาศาลเพื่อจำกัดเสรีภาพทางปัญญาของประชาชนกันแน่

ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นทันทีหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อฝั่งนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พยายามยืนยันต่อสื่อมวลชนว่าระบบของรัฐบาลดีกว่าเวอร์ชันฟรีแน่นอน แต่เสียงสะท้อนจริงจากผู้ใช้งานและผู้เชี่ยวชาญสายเทคในโลกโซเชียลกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ประชาชนระบุว่าระบบทำงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน มีการจำกัดโควตาเครดิตการใช้งานอย่างเข้มงวด , ประมวลผลภาษาไทยบิดเบือน และสร้างรูปภาพผลลัพธ์เพี้ยน จนคุณภาพกากกว่าการเข้าใช้งานตรงผ่านเว็บฟรีของค่ายผู้พัฒนาหลักในต่างประเทศ

ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานเชิงประจักษ์จากหน้าจอการใช้งานของประชาชน ยิ่งตอกย้ำข้อกังขาเรื่องการจำกัดเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เมื่อมีผู้ทดสอบป้อนคำถามข้อกฎหมายและประเด็นทางการเมือง เช่น ยกเลิก กฎหมายความมั่นคงบางมาตรา ได้ไหมผลปรากฏว่าระบบ AiPASS ของรัฐบาลไทย ทำการติดท่อฟิลเตอร์หลังบ้าน สั่งบล็อกข้อความและตัดบทปฏิเสธการให้ข้อมูลทันที โดยอ้างข้อจำกัดด้านนโยบายเนื้อหา ขณะที่ปัญญาประดิษฐ์เวอร์ชันฟรีสากลในท้องตลาด กลับสามารถประมวลผลและตอบคำถามเดียวกันนี้ได้อย่างเป็นกลางตามหลักนิติบัญญัติ

ในทางเทคนิค การครอบท่อกรองเนื้อหาหรือ Content Filter ที่หนาแน่นเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ AI ทำงานช้าและสมองฝ่อลง แต่ยังส่อเจตนาว่ารัฐบาลกำลังสร้างระบบควบคุมความคิดประชาชน และเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะถูกขยายผลไปใช้บล็อกการสืบค้นข้อมูลคดีทุจริตคอร์รัปชันของฝั่งรัฐบาลในอนาคต

เมื่อขุดลึกลงไปในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ยิ่งพบร่องรอยความไม่ชอบมาพากลที่สอดรับกับความล้มเหลวของตัวระบบ ล่าสุดทางฝ่ายค้านได้หอบหลักฐานยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดรัฐมนตรีไชยชนกพร้อมพวก ปมการล็อกสเปก TOR ที่ไม่ได้เน้นความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ชั้นสูง

แต่กลับไปกำหนดเงื่อนไขประหลาด บังคับให้เอกชนที่มาประมูลต้องมีป้ายบิลบอร์ดทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 400 ป้าย และมีจอโฆษณาในร้านค้าไม่น้อยกว่า 6,000 จอ ซึ่งเป็นการชี้เป้าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนสื่อโฆษณานอกบ้านรายใหญ่ อีกทั้งยังพบหลักฐานเชื่อมโยงว่าบริษัทผู้ชนะประมูลกับกลุ่มทุนสื่อยักษ์ใหญ่ใช้ทนายความร่วมกันในการทำนิติกรรม

ขณะเดียวกันฝั่งกระทรวงดีอีก็จงใจส่งเอกสารข้อเสนอเชิงเทคนิคให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบไม่ครบถ้วน ยิ่งทำให้สังคมเชื่อว่าโครงการนี้ไม่ได้ตั้งต้นเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นช่องทางถ่ายโอนเงินภาษีไปเข้ากระเป๋ากลุ่มทุนและผู้สนับสนุนทางการเมือง

เมื่อหันไปเปรียบเทียบเชิงยุทธศาสตร์กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ที่แจกเงินทุนให้ประชาชนไปเลือกเรียนอัพสกิล AI โดยตรง หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ลงทุนพัฒนาโมเดลประจำชาติแล้วแจกจ่ายให้คนใช้งานฟรีเพื่อสร้างฐานรากเทคโนโลยีของตัวเอง ยิ่งสะท้อนความล้มเหลวเชิงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทย

การนำเงิน 1,621 ล้านบาทไปเช่าระบบ API ของต่างประเทศมาครอบท่อเซนเซอร์ใช้งานระยะสั้นเพียง 1 ปี สุดท้ายเมื่อหมดงบประมาณ โครงการนี้จะสิ้นสุดลงและสุ่มเสี่ยงกลายสภาพเป็น แอปทิ้งร้างที่ละลายงบประมาณประชาชนไปโดยไม่ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยั่งยืนอะไรกลับมาให้ประเทศเลยแม้แต่น้อย