ศึกฮั้ว สว. เดือดระอุ สว. งัดข้อมูลสวนกลับ แฉภาพไอลอว์จัดเลี้ยงถามกลับโปร่งใสจริงหรือ ด้านภูมิใจไทยจี้สังคมตรวจสอบที่มาเอกสารแฉก่อนเชื่อ ชี้อาจเป็นแค่ข้อกล่าวหาที่ถูกพูดซ้ำจนคล้ายความจริง
ยิ่งใกล้ถึงวันที่ 14 กันยายน ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมชี้ขาดคดีฮั้วเลือกส.ว.มากเท่าไหร การตอบโต้ในทางการเมืองยิ่งเข้มข้นและดุเดือดมากขึ้นเท่านั้น ล่าสุดเป็นฝ่ายของส.ว.ที่ถูกกล่าวหา และพรรคภูมิใจไทยที่ออกมาตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามทั้งพรรคประชาชนและไอลอว์
นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชติ และสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา แถลงชี้แจงกรณีถูกกล่าวหา ในเวทีเสวนา “ผู้นำฝ่ายค้าน เรื่อง การเมืองไทยในวิกฤติความเชื่อมั่น ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า มั่นใจว่าตัวเองมีคุณสมบัติที่จะได้รับเลือกเป็นสว. เพราะเป็นถึงหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระดับซี 10 จึงลาออกแล้วมาสมัครรับเลือกสว. เพราะในกลุ่มสิ่งแวดล้อมที่มีผู้สมัครหลักร้อยคน ตนมีศักยภาพที่จะได้รับเลือก จึงไม่จำเป็นต้องไปฮั้วกับใคร
นายชีวะภาพ ยังชี้แจงกรณีที่ไอลอว์เปิดเผยข้อมูลการรวมตัวของผู้สมัครสว. ว่าเป็นการฮั้วหรือไม่นั้น จริงๆ ตนก็มีภาพที่ทางไอลอว์ซึ่งไปติดต่อใช้ร้านอาหารบ้านสวนแม่ลาการ้อง เพื่อจัดกิจกรรมเช่นกัน มีการเลี้ยงเครื่องดื่ม เลี้ยงซาลาเปา จึงขอถามกลับว่านี่คือการเข้าข่ายจัดเลี้ยงหรือไม่ แล้ววันนั้นใครเป็นคนออกเงิน เพราะถามมาแล้วคนที่ไปร่วมงานไม่ต้องจ่ายเงินเลย ที่ไอลอว์ทำแบบนี้ถือว่าผิดหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีคนมาทาบทามตนให้ไปเป็นหัวหน้ากลุ่มสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีคนติดต่อให้ตนไปลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรีในนามพรรคส้ม แต่ตนปฏิเสธไป เพราะไม่เหมาะสม ตนทำคดีรุกป่า 3 พันไร่ที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเกี่ยวพันกับแม่ของแกนนำพรรคส้ม ซึ่งมีทั้งสั่งไม่ฟ้องและคดีหนึ่งสั่งฟ้องไปแล้ว ตนยังต้องขึ้นศาลอยู่เพื่อเป็นพยานในวันที่ 8 ต.ค.นี้ ที่ศาลราชบุรี ตนเชื่อว่าเขาคงไม่ได้คิดว่า ครั้งหนึ่งเคยไปทำอะไรไว้ แล้วครั้งหนึ่งเคยมาเจรจาอะไรกับตน แต่ตนก็ไม่ได้มองว่าจะมาโกรธแค้นอะไร
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันว่า การจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้สมัคร สว.ได้รู้จักและตรวจสอบประวัติซึ่งกันและกัน ไม่ได้มีผลประโยชน์หรือข้อตกลงลับ ไม่มีโพยแบ่งว่าจะต้องเลือกใคร และเห็นว่าการทำความรู้จักกันเป็นสิ่งจำเป็นในระบบการเลือก สว.ที่ผู้สมัครต่างฝ่ายต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
นายณัฐพงษ์ยอมรับว่า ไม่ทราบรายละเอียดกรณีที่นายชีวะภาพระบุว่าเคยได้รับการทาบทามจากพรรค แต่ยืนยันว่า การดำเนินงานของพรรคประชาชน รวมถึงพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลในอดีต ล้วนมีเป้าหมายเปิดพื้นที่ให้บุคคลจากหลากหลายกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ภายใต้หลักความโปร่งใสและอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์เรียกร้องให้ กกต.เร่งดำเนินการและสรุปเรื่องโดยเร็ว เพราะยิ่งล่าช้าก็ยิ่งสร้างความไม่ยุติธรรม พร้อมระบุว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กกต.ควรส่งเรื่องเข้าสู่ศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นว่า เท่าที่ปรากฏต่อสาธารณะ มีการนำเอกสารหรือข้อมูลที่กล่าวอ้างว่าเป็น สำนวนของคณะ 26 ออกมาเผยแพร่และขยายความ แต่คำถามพื้นฐานกลับยังต้องการคำตอบว่า เอกสารนั้นได้มาอย่างไร เป็นเอกสารจริงและครบถ้วนเพียงใด ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ วันนี้เราได้เห็น ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ครูบาอาจารย์ และนักวิชาการบางส่วน เข้าร่วมสัมมนา แสดงความคิดเห็น และวิเคราะห์ต่อจากข้อมูลเหล่านี้ ทั้งที่สิ่งแรกที่ผู้มีวุฒิภาวะทางวิชาการควรทำคือ ย้อนกลับไปตรวจสอบต้นทางเสียก่อนว่า สิ่งที่กำลังพูดถึงนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว หรือเป็นเพียงข้อกล่าวหาที่ถูกนำเสนอซ้ำ ๆ จนดูคล้ายความจริง
นายศุภชัย ระบุว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ และนักวิชาการจึงควรเป็นเบรกทางปัญญาของสังคม ไม่ใช่ คันเร่งของกระแส ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะพูด และโดยเฉพาะก่อนจะกล่าวหาว่าใครทำผิด ลองกลับไปหาหลักง่าย ๆ ที่เราเคยสอนลูกหลานกันอีกครั้ง อย่าเพิ่งเชื่อ เพียงเพราะเขาพูดกันมา บางทีปัญหาของสังคมวันนี้อาจไม่ใช่ว่าเราไม่มีข้อมูล แต่เป็นเพราะ เรามีข้อมูลมากเกินไป จนลืมใช้ปัญญาตรวจสอบว่าข้อมูลใดควรเชื่อ

