xs
xsm
sm
md
lg

ครม.สัญจร อัดงบแสนล้าน เทกระจาดโครงการลงใต้ 'รถไฟ-สินเชื่อ' ฟื้นเศรษฐกิจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ครม.สัญจรใต้ทุ่มงบแสนล้านบาท เดินหน้าโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ พร้อมอัดมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงาน หวังพลิกฟื้นเศรษฐกิจภูมิภาค

การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 1 กันยายน รัฐบาลได้อนุมัติโครงการและมาตรการสำคัญจำนวนมาก ครอบคลุมตั้งแต่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ไปจนถึงมาตรการลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับระบบคมนาคม เชื่อมโยงการค้าและการเดินทาง สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาที่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่กำลังเผชิญ

โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ซึ่ง ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เดินหน้าก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการ วงเงินรวม 106,798.32 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด

นางสาวพลอยทะเล รัศมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า 3 โครงการที่ได้รับอนุมัติ ประกอบด้วย โครงการช่วง ชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2569-2575, โครงการช่วง สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท ใช้ระยะเวลา 8 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2569-2576 และโครงการช่วง ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท ใช้ระยะเวลา 6 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2569-2574

นอกจากนี้ ครม.ยังได้มติที่เป็นมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ โดยเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และพื้นที่จังหวัดสงขลาเฉพาะอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการประกอบกิจการ รักษาฐานการผลิตและการจ้างงาน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนสามารถดำเนินธุรกิจในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมโรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 ทุกขนาด โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ทั้งค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ค่าธรรมเนียมการขยายโรงงาน ค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมการโอนใบอนุญาต รวมถึงค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร อาคาร และพื้นที่โรงงาน ตลอดจนค่าธรรมเนียมรายปี

ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านเศรษฐกิจ กับผู้แทนส่วนกลางทั้งภาคเอกชน และภาคประชาสังคมแสดงความคิดเห็น ได้มีข้อสรุปที่เป็นข้อเสนอที่ขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญได้ทันที เช่น มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูจากน้ำท่วม ซึ่งนอกจากช่วงแรกที่ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแล้ว กระทรวงการคลังยังเตรียมพิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องในช่วงที่ธุรกิจยังไม่สามารถสร้างรายได้ และหลังจากนั้นรัฐจะเข้ามาช่วยรับภาระดอกเบี้ยคนละครึ่ง

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เตรียมต่ออายุมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปอีก 3 ปี พร้อมร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมและธุรกิจสมัยใหม่ โดยรัฐบาลมองว่าจังหวัดสงขลาสามารถเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยเฉพาะกับพื้นที่ใกล้เคียงอย่างปีนัง ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนรูปแบบใหม่ และยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของภาคใต้ในระยะยาว