ในสถานการณ์ที่รัฐบาลกำลังเจอทั้งแรงกดดันจากฝ่ายค้าน ปัญหาคดีการเมือง ปัญหาความเป็นเอกภาพภายในรัฐบาล และประเด็นต่างๆ ที่กระทบภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรี โดยตรง
“อนุทิน ชาญวีรกูล” จึงออกมาให้สัมภาษณ์เองว่า จะมีการเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลจาก “รัชดา ธนาดิเรก” มาเป็น “หมอเอก” เอกภพ เพียรพิเศษ
“รัชดา ธนาดิเรก” เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นโฆษกรัฐบาล เมื่อเดือนเมษายน 2569 นี่เอง
ตอนเข้ามารับตำแหน่ง ทีมโฆษกรัฐบาลได้ประกาศแนวทางชัดว่า ต้องการให้การสื่อสารของรัฐบาล เข้าใจง่าย รวดเร็ว ข้อมูลครบ และรับฟังเสียงประชาชน
เวลาผ่านมาเพียงไม่กี่เดือน แล้วนายกฯ บอกกำลังจะเปลี่ยนตัว ดังนั้นโฆษกรัฐบาลที่นายกฯต้องการ คงไม่ใช่ “นักสื่อสารนโยบาย” แต่ต้องการ “นักรบหน้าจอ” ไว้ตอบโต้ทางการเมืองกับฝ่ายตรงข้าม
แล้ว “หมอเอก” มีคุณสมบัตินั้นหรือไม่?!
“เอกภพ เพียรพิเศษ” หรือ “หมอเอก” ปัจจุบันอายุ 50 ปี สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต ม.สงขลานครินทร์ เป็นแพทย์เฉพาะทาง (เวชศาสตร์ครอบครัว)
เริ่มต้นชีวิตการทำงาน เป็นแพทย์ในปี 2545 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยเริ่มนำระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) มาใช้เป็นปีแรก จึงทำให้มีประสบการณ์ บริหารจัดการระบบโรงพยาบาล และนโยบายสาธารณสุข
ต่อมาได้ไปทำหน้าที่ดูแลความพร้อมทางร่างกายให้นักกีฬา ในฐานะแพทย์ประจำสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ ก้าวขึ้นเป็นแพทย์ประจำทีมฟุตบอลชาย ทีมชาติไทยชุดใหญ่
เส้นทางการเมือง ลงสมัคร สส.เชียงราย เขต 1 ในการเลือกตั้ง เมื่อเดือน มี.ค.ปี 62 สังกัดพรรคอนาคตใหม่ ชนะเลือกตั้ง ได้เป็น สส. เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ก็ยังตามไปสังกัดพรรคก้าวไกล
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี พ.ศ. 2564-2565 ได้มีการเปลี่ยนแปลงสู่สังกัดพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่า จุดยืนของพรรคก้าวไกลเปลี่ยนไปจากที่เคยพูดคุยกันไว้
ภายใต้สังกัดภูมิใจไทย “หมอเอก” มีบทบาทเป็นคณะทำงานด้านสาธารณสุข ก่อนจะมาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานช่วยเหลือ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี)
ล่าสุด มีการปรับเปลี่ยนให้ “รัชดา ธนาดิเรก” ไปดำรงตำแหน่งผู้ช่วยของ “ภราดร” ดูแลงานด้านกลุ่มสตรี ในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ สลับให้ “หมอเอก” มาเป็นโฆษกรัฐบาลแทน
เมื่อ“อนุทิน” ต้องการนักรบทางการเมืองหน้าจอ คอยสวนฝ่ายตรงข้าม “หมอเอก” ก็มีคุณสมบัติด้านนี้ค่อนข้างชัด เพราะเคยอยู่พรรคส้มมาก่อน ย่อมรู้ว่าฝ่ายนั้นกำลังคิดอะไร ใช้ประเด็นอะไรโจมตีรัฐบาล ฐานเสียงของฝ่ายก้าวหน้า ตอบสนองต่อเรื่องใด การเมืองในสภาเล่นเกมกันอย่างไร และที่สำคัญ รู้วิธีสื่อสารกับคนที่เคยอยู่ฝั่งเดียวกันมาก่อน
เพราะขณะนี้ “รัฐบาลอนุทิน”ไม่ได้ต้องการโฆษกฯ ที่มีหน้าที่เพียงอ่านข่าว หรือแถลงมติครม. แต่ต้องการคนที่สามารถ “ปะทะทางความคิด” และ “ตอบโต้ประเด็นการเมือง” ได้ทันที
ในการให้สัมภาษณ์ “อนุทิน” ยอมรับว่าตนเองก็มีจุดอ่อนในเรื่องการสื่อสาร เวลาพูดบางครั้งเรียบเรียงประเด็นไม่ชัด พูดมากเกินไป จึงต้องหาคนมาชี้แจงรายละเอียดแทน ไม่ใช่แถลงในลักษณะของการเอามาอ่าน
แต่นายกฯ ต้องการคนที่เข้าใจเจตนารมณ์ของรัฐบาล เข้าใจรายละเอียดงาน รับฟังประชาชน วิเคราะห์กระแสสังคม เข้าใจความรู้สึก และความอ่อนไหวของสังคม แล้วเอาสิ่งเหล่านั้นมาสื่อสารเทนรัฐบาล
พูดง่ายๆ ว่า “อนุทิน” กำลังหาคนที่จะมาช่วย “ปิดจุดอ่อน” ของตัวเอง ที่ช่วงนี้โดนถล่มสะบักสะบอม แต่ก็ต้องจำใจออกมาตอบ ออกมาชี้แจง มาอธิบาย แบบผิดๆ ถูกๆ ฉลาดบ้าง ไม่ฉลาดบ้าง
ดังนั้นโจทย์ของ “หมอเอก” จึงไม่ใช่แค่พูดแทนนายกฯ แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “ตัวกรองข้อมูล” นายกฯไปเจออะไรมา นายกฯพูดอะไรออกมา โฆษกฯต้องเอาไปจัดระบบ แยกประเด็น แล้วอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ
ก็หวังว่า “หมอเอก” อดีตคนพรรคส้ม ที่ย้ายมาซบขั้วน้ำเงิน จะรันงาน ตอบโจทย์ “อนุทิน” ได้สมใจนึก!

