MGR Online - บริษัทอังกอร์ เอนเตอร์ไพรส์ (Angkor Enterprise) รัฐวิสาหกิจของกัมพูชาที่มีสิทธิขาดในการบริหารจัดการและจำหน่ายบัตรเข้าชมอุทยานโบราณคดีอังกอร์ ระบุว่าในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มีชาวต่างชาติซื้อตั๋วเข้าชมอุทยานประมาณ 470,000 คน ลดลงเกือบ 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 โดยทำรายได้จากยอดจำหน่ายที่ 22.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานของอังกอร์ เอนเตอร์ไพรส์ระบุว่า ในเดือนสิงหาคมมีนักท่องเที่ยวซื้อตั๋วเข้าชมอุทยานที่ 46,770 คน ลดลง 8.02% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 และรายได้จากการขายตั๋วอยู่ที่ 2.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 8.47% เช่นกัน
สำหรับช่วง 8 เดือนแรกของปี มีการขายตั๋วไปทั้งหมด 474,993 ใบ ลดลง 29.07% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และรายได้จากการจำหน่ายตั๋วโดยรวมลดลง 27.43%
อังกอร์ เอนเตอร์ไพรส์ เป็นหน่วยงานของรัฐที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 ที่ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลทางเทคนิคโดยกระทรวงการท่องเที่ยว และกำกับดูแลด้านการเงินโดยกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง
สำหรับราคาตั๋วเข้าชมอุทยานอยู่ที่ 37 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อหนึ่งวัน และราคา 62 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการเข้าชมอุทยาน 3 วัน และ 72 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ 7 วัน ส่วนพลเมืองกัมพูชาและผู้พำนักระยะยาวสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นอกเหนือจากการขายตั๋วเข้าชมอุทยานโบราณคดีอังกอร์แล้ว บริษัทอังกอร์ เอนเตอร์ไพรส์ยังมีรายได้จากแหล่งอื่นๆ อีก 4 แห่ง คือปราสาทเกาะแกร์ที่ 138,300 ดอลลาร์สหรัฐ ปราสาทเบ็งเมเลีย 108,280 ดอลลาร์สหรัฐ จากบริเวณพนมกบาลสะเปียน 4,505 ดอลลาร์สหรัฐ และ 507,688 ดอลลาร์สหรัฐ จากบริเวณท่าเรือชงเนียส
เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วที่ปราสาทเกาะแกร์ให้ข้อมูลว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนเกาะแกร์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ใกล้เคียงกับปี 2568 แต่นักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดเป็นพลเมืองกัมพูชา
เขาระบุว่าการท่องเที่ยวซบเซาต่อเนื่องมาตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 และเงียบเหงายิ่งขึ้นหลังจากเกิดเหตุปะทะกับไทยเมื่อปีที่แล้ว
“นักท่องเที่ยวท้องถิ่นมาเยี่ยมชมปราสาทเกาะแกร์ค่อนข้างมาก ประมาณ 100 คนต่อวัน แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวนน้อยมาก” เจ้าหน้าที่กล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่าหวังให้สถานการณ์ดีขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นไปต้นไป เนื่องจากเป็นฤดูท่องเที่ยว.

